โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วอนผู้บุกรุกและประชาชนเข้าใจ เขตดอนเมืองรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมาย พร้อมหารือเพิ่มเติมและขอความร่วมมือพัฒนาพื้นที่สาธารณะ

VoiceTV

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 12.55 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 11.48 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (27 ก.พ. 69) นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสมบัติ กนกทิพย์วรรณ ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดอนเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย การประปานครหลวง การไฟฟ้านครหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างของผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะ บริเวณหน้าโรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ถึงหน้าวัดดอนเมือง ถนนเชิดวุฒากาศ ซึ่งพื้นที่ดำเนินการทั้งหมดเริ่มตั้งแต่หน้าโรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ถึงคูนายกิมสาย 4 ถนนเชิดวุฒากาศ

ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะและแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการสัญจรและทัศนียภาพโดยรอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย และได้เข้าติดประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้าตามระยะเวลากำหนดไว้เพื่อให้ผู้ค้าและผู้พักอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวได้รับทราบก่อนหน้านี้ รวมถึงเตรียมพร้อมในการขนย้ายทรัพย์สินต่าง ๆ ออกจากพื้นที่ตามระยะเวลาที่แจ้งไว้

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งมีแผนพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัยต่อประชาชน โดยตลอดการดำเนินการมีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมดูแลความเรียบร้อยตลอดการปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งในการดำเนินการผู้ค้าบางส่วนได้มีการรื้อย้ายออกจากพื้นที่แล้ว แต่ยังมีผู้ค้าบางส่วนที่ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตดอนเมืองดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการในส่วนที่ผู้ค้าบางรายยอมรับและเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่แล้วก่อน

โอกาสนี้ รองปลัดฯ ไทวุฒิ ได้กำชับให้สำนักงานเขตดอนเมืองดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ ถูกต้องตามระเบียบและข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งชี้แนะให้สำนักงานเขตดอนเมืองเจรจากับผู้บุกรุกที่ไม่ยอมย้ายออกจากพื้นที่โดยให้มีการส่งตัวแทนมาหารือเพิ่มเติมกับสำนักงานเขต เจ้าของพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกร่วมกัน อาทิ เรื่องของการจัดหาพื้นที่ทำการค้าอื่น หรือการจัดสรรพื้นที่ทำการค้าอื่นที่เหมาะสม และไม่ผิดกฎหมายทดแทนพื้นที่เดิม ซึ่งจะต้องเร่งหารือและดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกฎหมายต่อไป

ด้านผู้อำนวยการเขตดอนเมือง เปิดเผยว่า การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะและพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทยในวันนี้เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยสำนักงานเขตได้มีประกาศแจ้งผู้บุกรุกห้ามตั้งวางสิ่งของในที่สาธารณะและพื้นที่รถไฟ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ซึ่งครบกำหนด 30 วันแล้ว และก่อนเข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในวันนี้ได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาได้มีการประชุมทำความเข้าใจกับผู้บุกรุกตั้งแต่กลางปี 2568 โดยผู้ที่รับทราบและยินยอมบางส่วนได้ทยอยรื้อย้ายออกแล้ว ส่วนผู้ไม่ยินยอมย้ายออกที่เหลืออยู่บางส่วนจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณะและเป็นทรัพย์สินของรัฐ โดยจะมีการปรับพื้นที่และปรับภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวให้มีความปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สัญจรในบริเวณดังกล่าวจำนวนมาก

ผู้อำนวยการเขตดอนเมือง กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ามีกลุ่มบุคคลประมาณ 3–4 ราย ได้เก็บผลประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จึงอยากฝากถึงประชาชนให้เข้าใจในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ของทางราชการ และการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมพัฒนาพื้นที่ดอนเมืองให้สอดรับกับโครงการพัฒนาในอนาคตที่จะเกิดขึ้น ทั้งรถไฟสายสีแดง รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบิน รวมถึงการขยายศักยภาพสนามบินดอนเมือง ซึ่งจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...