วิกฤตตะวันออกกลางลาม! “โอมาน” สั่งอพยพเรือทั้งหมดออกจากท่าเรือซาลาลาห์
"โอมาน" สั่งอพยพเรือทั้งหมดออกจากท่าเรือส่งออกน้ำมันหลัก หลังโดรนโจมตีท่าเรือซาลาลาห์ ขณะที่สงครามเริ่มกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันนอกช่องแคบฮอร์มุซ
วันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลา 09.44 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โอมานได้สั่งอพยพเรือทั้งหมดออกจากท่าเรือส่งออกน้ำมันหลัก มีนา อัล ฟาฮาล เพื่อเป็นมาตรการป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น โดยแหล่งข่าวที่ได้รับแจ้งจากตัวแทนท่าเรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
ท่าเรือ Mina Al Fahal ตั้งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ และถือเป็นหนึ่งในท่าเรือสำคัญไม่กี่แห่งที่ยังสามารถส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางไปยังตลาดโลกได้ อย่างไรก็ตามการโจมตีของอิหร่านในภูมิภาคโดยรอบทำให้พื้นที่น่านน้ำใกล้เคียงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมากขึ้น
คำสั่งอพยพเรือมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุโดรนโจมตีถังเก็บเชื้อเพลิงที่ท่าเรือซาลาลาห์ (Salalah Port) เมื่อวันพุธ ขณะที่โดรนบางส่วนถูกสกัดไว้ได้ ตามรายงานของสำนักข่าวของรัฐ Oman News Agency ที่อ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคง
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ท่าเรือซาลาลาห์ได้ระงับการดำเนินงานในส่วนของท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์และท่าเรือสินค้าทั่วไปชั่วคราว ขณะที่ท่าเรืออื่นของโอมานยังคงดำเนินงานตามปกติ ตามรายงานของบริษัทบริการเดินเรือ Inchcape Shipping Services
ทั้งนี้การอพยพเรือในโอมานสะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตในตะวันออกกลางกำลังลุกลาม และเริ่มคุกคามการขนส่งน้ำมันจากท่าเรือที่อยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซด้วย แม้ท่าเรือฟูไจราห์ (Fujairah) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งตั้งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน ยังคงมีการขนส่งน้ำมันตามปกติ แต่เจ้าของเรือบางรายเริ่มหลีกเลี่ยงการใช้ท่าเรือดังกล่าว เนื่องจากความเสี่ยงจากการโจมตี
ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบีย ได้ปรับเส้นทางการขนส่งน้ำมัน โดยส่งน้ำมันผ่าน ท่อส่งไปยังท่าเรือบุนยัน (Bunyan) บนชายฝั่งทะเลแดง เพื่อลดความเสี่ยงจากเส้นทางในอ่าวเปอร์เซีย
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาดพลังงาน Kpler ระบุว่า ปัจจุบันมีน้ำมันจากโอมานประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่ส่งออกผ่านท่าเรือ Mina Al Fahal โดยน้ำมันเกรดดังกล่าวมีราคาประมาณ 121 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ ราคาปิดตลาดวันพุธ ซึ่งสูงกว่าราคาน้ำมันมาตรฐานโลก Brent อย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิง : www.bloomberg.com