ไม้ตายสุดท้ายของทรัมป์? สหรัฐฯ หมายตาบุกยึด'เกาะฆอร์ก'ฐานที่มั่นน้ำมันของอิหร่าน
ถึงแม้ว่าสหรัฐฯ จะยกพลขึ้นบกเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ของอิหร่านไม่ได้ (ถึงได้ก็จะไม่สำเร็จ) แต่สหรัฐฯ ก็ยังมีไม้ตายอีกอย่างที่รองัดออกมาใช้ นั่นคือยกพลขึ้นยึด "กล่องดวงใจของอุตสาหกรรมน้ำมันอิหร่าน" มันซะเลย
สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังจับตามอง'เกาะฆอร์ก' (Kharg Island) ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และกำลังพิจารณาส่งกองกำลังภาคพื้นดินไปยึดเกาะดังกล่าว
เกาะฆอร์กตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซียริมชายฝั่งของจังหวัดบูเชฮร์ ห่างจากฝั่งประมาณ 24 กิโลเมตร หากมองจากแผนที่จะเห็นว่าตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับชายทะเลของคูเวตและชายทะเลของอิรัก ดังนั้นพื้นที่นี้จึงอาจเรียกได้ว่า "สามเหลี่ยมทองดำ" เพราะอุดมไปด้วยน้ำมันและยังเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งน้ำมันจาอตอนในของอ่าวเปอร์เซีย
ครั้งหนึ่งเกาะฆอร์กเคยมีท่าเรือน้ำมันดิบกลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นท่าเรือขนส่งน้ำมันทางทะเลหลักของอิหร่าน จากตัวเลขเมื่อปี 2009 อิหร่านส่งออกและแลกเปลี่ยนน้ำมันดิบ 950 ล้านบาร์เรลผ่านท่าเรือน้ำมันฆอร์ก
ปัจจุบัน มีการประเมินว่าประมาณ 90% ของการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศผ่านเกาะแห่งนี้ก่อนที่เรือบรรทุกน้ำมันจะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และเฉพาะเกาะแห่งนี้ยังกำลังการขนถ่ายน้ำมันประมาณ 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน
เกาะฆอร์กยังตั้งอยู่ใจกลางแหล่งน้ำมันโดรูด (Doroud Oil and Gas Field) ซึ่งจากข้อมูลของ Iran Petroleum คาดว่าแหล่งนี้มีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่ 7.6 พันล้านบาร์เรล
จากข้อมูลขององค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) ณ ปี 2024 ปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์แล้วของอิหร่านอยู่ที่ 208.6 พันล้านบาร์เรล ซึ่งอยู่ในอันดับที่สามของโลก รองจากเวเนซุเอลาและซาอุดีอาระเบีย
น้ำมันของเกาะฆอร์กและแหล่งน้ำมันโดรูดจึงไม่ธรรมดา
เป้าหมายย่อมต้องเป็นการชิงน้ำมันของอิหร่าน แต่ไม่ใช่ชิงเอามาใช้เอง ควรจะเป็นการชิงพื้นที่ขนถ่ายน้ำมันเพื่อปิดช่องไม่ให้อิหร่านขนถ่ายน้ำมันออกไปภายนอกได้
แม้ว่าอิหร่านจะอ้างว่าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว (น้ำมัน 20% ของโลกต้องผ่านช่องนี้) แต่หากสหรัฐฯ แก้เกมด้วยการยึดเกาะฆอร์กได้ ก็เท่ากับมีแต้มเท่ากัน
อิหร่านกันประเทศอื่นไม่ให้ส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ สหรัฐฯ ก็จะใช้วิธีเดียวกันกับเกาะฆอร์ก
แต่มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?
แม้ว่าเกาะฆอร์กจะไม่ใช่แผ่นดินใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งบุกด้วยทหารราบได้ยาก (หรืออาจะเป็นไปไม่ได้เลย ณ ขณะนี้) แต่การส่งนาวิกโยธินหรือหรือทหารราบไปยึดเกาะแห่งนี้ก็ไม่ง่ายเช่นกัน เพราะถึงจะส่งนาวิกฯ มายึดเกาะได้ แต่อิหร่านอาจจะใช้โดรนถล่มเกาะนี้ให้ทหารอเมริกันพินาศไปพร้อมเกาะนี้ด้วย
สถานการณ์มันอาจจะคล้ายกับการยกพลขึ้นบกของทหารอเมริกันบนเกาะอิโวจิมะ (Battle of Iwo Jima) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งต้องใช้กองเรือขนาดใหญ่และการยกพลขึ้นบกขนาดมหึมา แต่กระนั้นก็ต้องใช้เวลานานถึง 5 สัปดาห์ และสูญเสียทหารอเมริกันไปเกือบ 7,000 นาย
ยึดได้นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่กระบวนการยึดจะยิ่งทำให้น้ำมันโลกพุ่งขึ้นมาอีก
ทรัมป์ต้องทำใจเรื่องนี้ก่อจะสั่งการยกพลขึ้นบก
หากยึดไม่ได้มันจะเป็นหายนะทางการทหารและเป็นบาดแผลทางการเมืองซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึงการเลือกตั้งการเทอม เพราะน้ำมันจะยิ่งแพง และของแพงวายป่วง จนรัฐบาลทรัมป์แก้ไขไม่ทันการณ์
หากยึดได้มันก็จะเป็นแค่การใช้เกาะฆอร์กเป็นแค่การต่อรองให้อิหร่านหยุดยิงหรือแม้แต่ใช้ปฏิบัติการยึดเกาะฆอร์กเป็นการประกาศชัยชนะ (จอมปลอม) ของทรัมป์ เพราะศักยภาพของกองทัพอเมริกันตอนนี้เปลี่ยนแปลงรัฐบาลอิหร่านไม่ได้และยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเอาชนะ
ในขณะที่ทรัมป์แสดงอาการถอดใจโดยบอกว่าสงครามอาจจะจบลงเร็วๆ นี้
แต่ชนชั้นปกครองของอิหร่านบอกว่าจะไม่ยอมหยุดยิง
แบบนี้ทรัมป์ยิ่งหาทางลงไม่ได้
การยึดเกาะฆอร์กอาจจะช่วยเป็นทางออกได้ แต่มันเป็นการเดิมพันที่สูงเอามากๆ สำหรับพวกอเมริกัน
กับอิหร่านเล่า? มันจะใสร้างความสูญเสียอะไรบ้างกับการถูกยึดเกาะฆอร์กไป?
อิหร่านมีประสบการณ์เรื่องนี้มาแล้วในช่วงสงครามอิหร่าน-อิรัก (ค.ศ. 1980–1988) เกาะแห่งนี้ถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักจนท่าเรือเสียหายอย่างมาก หลังเสร็จสิ้นสงครามแล้วกว่าจะซ่อมแซมสาธารณูปโภคบนเกาะได้ต้องใช้เวลานานหลายปี
แต่อิหร่านก็ซ่อมมันกลับมาใช้ได้อีกครั้ง จะใช้เวลาหลายทศวรรษ
สงครามครั้งนี้หนักหนาน้อยกว่าสงครามอิหร่าน-อิรักเสียอีก แล้วทำไมอิหร่านจะ "เสียสละ" เกาะฆอร์กอีกครั้งไม่ได้?
บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - Johnson Space Center