โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ศุภโชติ-ปชน.”กองทุนน้ำมันเป็นหนี้ รบ.จะกู้ ช่วย ปชช.หรือ นายทุน

INN News

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 03.17 น. • INN News

"ศุภโชติ-ปชน." ตั้งคำถาม "กองทุนน้ำมันเป็นหนี้" รัฐบาลกำลังจะกู้เพื่อช่วยประชาชน หรือ ช่วยนายทุนพลังงานกันแน่?

นายศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นประเด็นที่กองทุนน้ำมันเป็นหนี้ โดยกระทรวงการคลังออกมาเปิดเผยว่า กองทุนน้ำมันยังคงมีสภาพคล่องและสามารถกู้ยืมได้อีกประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยเห็นว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อสร้างสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันได้ โดยยอดเงินกู้ดังกล่าวจะถูกนับรวมเป็นหนี้สาธารณะของประเทศด้วย

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลายประเทศเริ่มเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบด้านพลังงานขณะที่ประเทศไทย รัฐบาลเลือกใช้มาตรการ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน โดยใช้กลไก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนราคา

โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อัตราเงินอุดหนุนดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแตะระดับ เกือบ 17 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ภาระของกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฐานะกองทุนซึ่งเมื่อต้นเดือนยังเป็นบวกอยู่ กลับพลิกเป็นติดลบภายในเวลาไม่นานและเริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการ กู้เงินหรือเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเพื่อเดินหน้าตรึงราคาต่อไป

นายศุภโชติ กล่าวต่อไปว่า ถึงแม้มาตรการตรึงราคาน้ำมันย่อมช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพของประชาชนได้จริงในระยะสั้นแต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคำถามสำคัญตามมาว่าเงินจากกองทุนน้ำมันที่กำลังถูกใช้ไปหลักพันล้านบาทต่อวันได้ถูกนำไปช่วยประชาชนเต็มที่จริง หรือกำลังถูกใช้เพื่อพยุงโครงสร้างราคาพลังงานที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มด้วย โดยล่าสุดอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามในประเด็นนี้

หากเราย้อนกลับไปดูกลุ่มผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศที่มีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของตัวเอง มีการคิดค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ก่อนวิกฤตคิดแค่ลิตรละ 2 บาท แต่พอเกิดวิกฤติกลับคิดค่ากลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 6 บาท เพิ่มขึ้น 3 เท่า ทั้ง ๆ ที่น้ำมันที่เอามากลั่นช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันที่มาจากสต็อกเก่าที่ซื้อไว้ก่อนหน้าทั้งสิ้นดังนั้น รัฐบาลควรคิดน้ำมันที่ลิตรละ 2 บาทเหมือนเดิมในกรณีที่น้ำมันยังเป็นของเก่า

นายศุภโชติ ตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเข้าสู่โหมดวิกฤตทางด้านราคาพลังงาน รัฐบาลกลับยอมให้บริษัทพลังงานทั้งหลายตักตวงผลประโยชน์จากพี่น้องประชาชนอย่างนี้หรือ ทั้ง ๆ ที่ถ้ามีการคิดค่าการกลั่นในราคาเท่าเดิม หรือคิดค่าน้ำมันที่อยู่ในสต็อกเก่าที่ลิตรละ 2 บาทตามเดิม ประเทศก็จะสามารถลดการพึ่งพาเงินจากกองทุนน้ำมันได้ถึงประมาณ300 ล้านบาทต่อวัน

รัฐบาลควรจะยืนหยัดเพื่อประชาชน ใช้อำนาจเรียกบริษัทค้าน้ำมันต่าง ๆ ให้นำข้อมูลมากางว่ามีใครบ้างที่กำลังเอาเปรียบประชาชนในเวลานี้หรือไม่ ตั้งแต่ค่าการกลั่นน้ำมัน ค่าการตลาดหรือแม้แต่การลักลอบนำน้ำมันไปขายในอัตราที่สูงกว่าปกติเหมือนที่เราเห็นในกรณีที่เกิดขึ้นกับปั๊มรายย่อยหรือไม่

หากพบว่ามีการทำกำไรสูงผิดปกติจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก รัฐบาลก็ควรพิจารณามาตรการที่หลายประเทศใช้ เช่น การจัดเก็บภาษีลาภลอย (windfall tax) จากผู้ประกอบการพลังงานเพื่อนำเงินกลับมาช่วยลดภาระของประชาชน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...