วางเกมลงทุนหุ้นGULF มองเป้าราคาปีนี้70บาท
#GULF #ทันหุ้น – GULF แกร่ง เพียงเดือนครึ่ง ราคาหุ้นดีดแรง 40% นักวิเคราะห์มอง ระยะสั้น 1-2 เดือนมีโอกาสแตะ 65 บาทต่อหุ้น แต่ราคาอาจย่อหลังประกาศงบไตรมาส 4/2568 จึงแนะขายกำไร ก่อนกลับมาช้อนซื้ออีกรอบ เหตุ ธุรกิจเติบโตระยะยาวมองราคาเป้าหมายปีนี้ 67-70 บาทต่อหุ้น ด้านบล.กสิกรไทย แนะนำซื้อ มองกำไร Q4แตะ 8.1 หมื่นล้านบาท พร้อมอัพเป้ากำไรปี 2569 ขึ้น 5% เป็น 3.22 หมื่นล้านบาท-ราคาเหมาะสมเป็น 65 บาทต่อหุ้น
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF วานนี้ (12 ก.พ.) ปรับตัวขึ้นตั้งแต่เปิดซื้อขาย และขึ้นเด่นในช่วงการซื้อขายภาคบ่ายก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับสูงสุดของวันที่ 58.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 4.46% และหากนับตั้งแต่ต้นปีถึงวานนี้ ราคาหุ้น GULF ปรับตัวขึ้น เพิ่มขึ้น 16.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 40%
@มีลุ้นแตะ 65 บาท
นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ราคาหุ้น GULF ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรอบนี้ ถือว่าเป็นการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพราะเป็นการค่อยๆ ทยอยขึ้น และส่วนตัวมองว่าในช่วง 1-2 เดือนนี้ ราคาหุ้น GULF มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 65 บาทต่อหุ้น หลังจากปัจจัยการเมืองชัดเจนหลังจากการเลือกตั้ง และแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 4/2568 ที่เตรียมจะประกาศออกมากำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) โดยคาดว่าจะมีกำไรประมาณ 8-9 พันล้านบาท เพราะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เพิ่มขึ้น และโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ประกอบกับโรงไฟฟ้าที่ COD เพิ่มขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ยังแนะนำซื้อ แต่นักลงทุนควรที่จะขายทำกำไรออกมาหลังจากที่ GULF ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2568 และจ่ายเงินปันผล ซึ่งคาดว่า GULF จะมีการจ่ายปันผลจากกำไรของ GULF ในอัตราที่ดี คาดว่าจะจ่าย 2-3 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล (ดิวิเดนด์ ยิลด์)ประมาณ 5% ส่วนการจ่ายเงินปันผลพิเศษที่ได้จาก ADVANC นั้นคาดว่า GULF จะนำมาจ่ายเงินปันผลพิเศษไม่มาก เพราะ คาดว่า GULF จะนำเงินไปจ่ายคืนหนี้
@ราคาเป้าหมายปีนี้ 67-70 บาท
ดังนั้นหากราคาหุ้นแตะระดับ 60 บาทต่อหุ้น โดยหากราคาย่อตัวลงคาดว่าจะย่อประมาณ 5-10% นักลงทุนควรทยอยกลับมาซื้อ เพราะมองว่าในระยะยาว GULF มีผลการดำเนินงานที่ดี จากจะมีโรงไฟฟ้าจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD)ต่อเนื่องในระยะยาว และบริษัทมีการขยายธุรกิจไปในธุรกิจดิจิทัล และมีการจ่ายเงินปันผล โดยประมาณราคาเหมาะสมปีนี้ของ GULF อยู่ที่ 67-70 บาทต่อหุ้น
นายณัชพล แพรสีเจริญ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ทันหุ้น”ว่า ส่วนตัวมองว่าราคาหุ้น GULF ปรับตัวเพิ่มขึ้นมา สะท้อนกับปัจจัยบวกไปมากพอสมควร ทั้งในเรื่องของผลประกอบการที่แข็งแกร่ง สถานการณ์การเมืองที่ดีขึ้น และความคาดหวังเรื่องการจ่ายเงินปันผลพิเศษ การเข้าไปซื้อในช่วงนี้อาจมีความเสี่ยงเมื่อมีการประกาศจ่ายปันผลออกมาจริงๆ ราคาหุ้นอาจจะหมดรอบขาขึ้นพอดี ดังนั้นนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้น GULF อยู่ในพอร์ตควรรอให้ราคาหุ้นย่อลงมาก่อน
สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นอยู่แล้วแนะนำให้ ถือหุ้นต่อไปเพื่อรอกำไรที่สูงขึ้น แม้ว่าในระยะสั้นอาจไม่ใช่จังหวะในการเข้าซื้อเพิ่ม แต่ภาพรวมในระยะยาวของ GULF ยังคงมีทิศทางที่สามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง
“ส่วนตัวมองว่าราคาหุ้น GULF ปรับตัวขึ้นดีส่วนหนึ่งเป็นผลจากเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้า เพราะ GULF ถือว่าเป็นหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป)”
@คาด Q4 กำไร 8.1 พันลบ.
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรสุทธิของ GULF จะแข็งแกร่งที่ 8.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และ 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) มาจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ราว 300 ล้านบาท หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ( FX) กำไรปกติคาดว่าจะอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YOY และ 7% QoQ โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น 92% YoY และ 11% QoQ
โดยได้รับแรงหนุนจาก กำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงไฟฟ้าหินกองยูนิต 2 ในไตรมาส 1/2568 และ ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นของโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐ ซึ่งได้รับค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Payment) ที่สูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกดังกล่าวถูกหักล้างบางส่วนจากการไม่มีรายได้เงินเป็นผลจาก KBANK เมื่อเทียบกับ 215 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2568
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 เพิ่มขึ้น 5% เป็น 3.22 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้น 4% เป็น 3.66 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการปรับสมมติฐานกำไรของADVANC ขึ้น 10% ต่อปี ในปี 2569-2570 จากค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง นอกจากนี้ ยังรวมการลงทุนของ GULF ในโครงการศูนย์ข้อมูล GSA03 กำลังผลิตสูงสุดที่ 100 เมกะวัตต์ ไว้ในประมาณการตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อ และปรับราคาเป้าหมายเป็น 65 บาทต่อหุ้น จากเดิมอยู่ที่ 61 บาทต่อหุ้น เพื่อสะท้อนราคาเป้าหมายใหม่ของ ADVANC ที่ 371.20 บาท จากเดิม 331.32 บาทต่อหุ้น และรวมมูลค่าเพิ่มจากการลงทุนในโครงการศูนย์ข้อมูล GSA03 เข้ามาในการประเมินมูลค่าหุ้นของฝ่ายวิจัย