“กองทุนบำนาญกรีนแลนด์” ชั่งใจถอนลงทุนหุ้นสหรัฐ ตอบโต้แรงกดดันทรัมป์
"ซีอีโอกองทุนบำนาญกรีนแลนด์" เผยกำลังพิจารณาทบทวนการลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นกว่าครึ่งของพอร์ต ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตจากประเด็นกรีนแลนด์
วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 15.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญของกรีนแลนด์กำลังพิจารณาว่าควรเดินหน้าลงทุนในหุ้นสหรัฐต่อไปหรือไม่ โดยซีอีโอระบุว่าอาจเป็นการแสดงจุดยืนเชิงสัญลักษณ์เพื่อตอบโต้แรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ผลักดันแนวคิดเข้าควบคุมเกาะในแถบอาร์กติกแห่งนี้
ซิซา เพนชัน (SISA Pension) ซึ่งบริหารสินทรัพย์ราว 7 พันล้านโครนเดนมาร์ก หรือประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐราว 50% โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นจดทะเบียน แม้ยังไม่มีมติชัดเจน แต่คณะกรรมการและคณะลงทุนของกองทุนได้หารือถึงความเป็นไปได้ของการถอนการลงทุนออกจากสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ซีอีโอ โซเรน ช็อค ปีเตอร์เซน กล่าวในการให้สัมภาษณ์
ปีเตอร์เซน กล่าวทางโทรศัพท์ว่า “เรายังถกเถียงกันอยู่ และจะถกกันต่อไป อาจถึงจุดหนึ่งในอนาคตที่เราจะบอกว่าเพียงพอแล้ว …แรงกดดันที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่การตัดสินใจว่า เราจำเป็นต้องลงมือทำ และไม่อาจเพิกเฉยต่อไปได้”
กระแสพูดถึงการขายสินทรัพย์สหรัฐของนักลงทุนต่างชาติกลับมาอีกครั้งในสัปดาห์นี้ หลังทรัมป์ขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศยุโรปที่คัดค้านแนวคิดการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ แม้ต่อมาเขาจะถอยท่าทีและอ้างว่ามีกรอบข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับกรีนแลนด์แล้วก็ตาม
ปีเตอร์เซนระบุว่า แม้เขาจะให้ความเห็นก่อนที่ทรัมป์จะผ่อนท่าทีลง แต่ก็ยังยืนยันมุมมองเดิมเกี่ยวกับการทบทวนการลงทุนในสหรัฐของกองทุน
หากกองทุนบำเหน็จบำนาญของกรีนแลนด์ตัดสินใจถอนการลงทุนจากสหรัฐจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐมีสถานะเป็นตลาดหลักของโลก โดยหุ้นสหรัฐคิดเป็นราว 70% ของดัชนี MSCI World และผลตอบแทนที่โดดเด่นในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เกิดแนวคิดเรื่องความเป็นเลิศของสหรัฐ (American Exceptionalism) จนยากที่นักลงทุนจะมองข้ามตลาดนี้ได้
ในยุโรป กองทุนบำเหน็จบำนาญบางแห่งเริ่มขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แต่ยังไม่ถึงขั้นถอนการลงทุนจากหุ้นทั้งหมด เช่น กองทุน AkademikerPension ของเดนมาร์ก ที่เตรียมขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมูลค่าราว 100 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นเดือนนี้ ขณะที่ Alecta กองทุนเอกชนรายใหญ่ที่สุดของสวีเดน ได้ทยอยลดการถือครองสินทรัพย์สหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2568
ปีเตอร์เซนยอมรับว่า ด้วยขนาดของกองทุนที่เล็กมาก การขายหุ้นสหรัฐไม่น่าจะส่งผลต่อกระแสเงินทุนในตลาดสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งการตัดสินใจถอนการลงทุนจากหุ้นยังซับซ้อนกว่าการขายพันธบัตรรัฐบาล
“มันจะเป็นการตัดสินใจที่ยุติธรรมหรือไม่ ในเมื่อมีเพียงครึ่งหนึ่งของชาวอเมริกันที่ลงคะแนนให้ทรัมป์ …และถ้าผลการลงทุนออกมาแล้ว หุ้นสหรัฐยังทำผลงานดีเหมือนที่ผ่านมา สมาชิกกองทุนของเราจะยังพอใจหรือไม่”
ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุดปีเตอร์เซน ระบุว่า หากเกิดการรุกรานทางทหารจริง ชาวกรีนแลนด์ส่วนใหญ่อาจย้ายไปอยู่เดนมาร์ก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุนภาคเอกชนของกองทุนบนเกาะ เช่น การถือหุ้นในบริษัทอาหารทะเลท้องถิ่น
ปีเตอร์เซนคาดว่า หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว สินทรัพย์ของ SISA คงไม่ถูกสหรัฐยึด แต่แน่นอนว่า ไม่มีใครรู้แน่ชัด
อ้างอิง : www.bloomberg.com