โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘บีโอไอ’จับมือซัมซุงเร่งใช้ Local Content ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า

The Better

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 04.30 น. • THE BETTER
'บีโอไอ’เปิดเวทีจับคู่ธุรกิจผู้ประกอบการไทย-ซัมซุง หนุนใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ป้อนผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ยืนยันเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องในไทยกว่า 3 หมื่นล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในครั้งนี้ บีโอไอได้ร่วมกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกจากเกาหลีใต้ จัดงานจับคู่เจรจาธุรกิจ “Thai Samsung Electronics Sourcing Day” เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ พัฒนาสปอร์ตรีสอร์ท จังหวัดชลบุรี เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในตลาดโลก โดยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับกลุ่มซัมซุงกว่า 200 คน จาก 71 บริษัท

ขณะที่นายจู ฮยอนแท ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้นำทีมงานฝ่ายจัดซื้อเข้าร่วมงานด้วยตัวเอง พร้อมด้วยผู้บริหารจากสมาคมรับช่วงการผลิตไทย และสมาคม PCB มาร่วมสนับสนุนงานด้วย

สำหรับกลุ่มซัมซุง เป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของโลก ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2531 ภายใต้ชื่อบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ตั้งโรงงานที่จังหวัดชลบุรี และได้ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของภูมิภาค

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ จำนวน 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาท เพื่อผลิตตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เตาอบ และเครื่องล้างจาน กำลังการผลิตรวม 15 ล้านเครื่องต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยัง 137 ประเทศทั่วโลก และมีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 1,900 คน

ทั้งนี้บริษัท ไทยซัมซุง มีความมุ่งมั่นในการเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนด้านการขนส่ง การจัดเก็บสินค้าคงคลัง รวมทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีการจัดซื้อชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน Local Content ร้อยละ 68 ของมูลค่าชิ้นส่วนทั้งหมด

ในปี 2569 บริษัทฯ มีเป้าหมายจะเพิ่มการจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศโดยเฉลี่ยให้สูงกว่าร้อยละ 70 โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตู้เย็น ร้อยละ 66 เตาอบ ร้อยละ 69 เครื่องปรับอากาศ ร้อยละ 70 เครื่องซักผ้า ร้อยละ 72 และเครื่องล้างจาน ร้อยละ 73

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Partner Innovation ที่ช่วยพัฒนาซัพพลายเออร์ เพื่อให้มีศักยภาพในการปรับปรุงการผลิตและคุณภาพชิ้นส่วนให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมเทคโนโลยีด้านการผลิตอัตโนมัติ ทำให้ซัพพลายเออร์ในไทยสามารถส่งชิ้นส่วนไปขายให้กับกลุ่มซัมซุงที่ต่างประเทศได้ด้วย

สำหรับงาน “Thai Samsung Electronics Sourcing Day” เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยจะได้รับฟังหลักเกณฑ์การจัดซื้อและรายละเอียดชิ้นส่วนที่บริษัทต้องการจัดซื้อ พร้อมนำเสนอสินค้าและบริการให้แก่กลุ่มซัมซุงโดยตรง ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนของบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างซัมซุง เกิดการรับช่วงการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว โดยรายการชิ้นส่วนที่ซัมซุงต้องการจัดซื้อเพิ่มเติมจากในประเทศในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนโลหะและพลาสติก และอุปกรณ์สำคัญ เช่น คอมเพรสเซอร์และมอเตอร์ เป็นต้น

“บีโอไอ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ โดยที่ผ่านมา บีโอไอได้ร่วมกับพันธมิตรจัดงานเชื่อมโยงผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปและผู้ผลิตชิ้นส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานใหญ่ประจำปีอย่าง SUBCON Thailand และ Thailand Electronics Circuit Asia (THECA) รวมทั้งงาน Sourcing Day ร่วมกับบริษัทชั้นนำในกลุ่ม EV เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย และยกระดับซัพพลายเชนในประเทศ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ในอนาคต”

อย่างไรก็ตามในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566–2568) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนรวม 549 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 195,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย ท่ามกลางกระแสการย้ายฐานการผลิตของผู้ผลิตชั้นนำจากทั่วโลกที่มองหาแหล่งผลิตที่มีความมั่นคงและพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...