โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

IMF เตือนจีน ผลิตล้น-ส่งออกสูง ทำประเทศคู่ค้าเสียหาย แนะเพิ่มอุปสงค์ในประเทศ

THE STANDARD

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 08.05 น. • thestandard.co
IMF เตือนจีน ผลิตล้น-ส่งออกสูง ทำประเทศคู่ค้าเสียหาย แนะเพิ่มอุปสงค์ในประเทศ

IMF เตือนนโยบายหนุนการผลิต-ส่งเสริมการส่งออกของจีน สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศอื่นๆ แนะรัฐบาลจีนเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ออกมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น สู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจของจีนอย่างเผ็ดร้อนผ่านรายงาน Article IV Consultation ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่า นโยบายเศรษฐกิจชุดปัจจุบันของจีนกำลังก่อให้เกิดการใช้จ่ายอย่างสิ้นเปลืองในประเทศ และสร้างความเสียหายต่อประเทศอื่นๆ พร้อมแนะให้รัฐบาลจีนเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ‘สู่การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ’

นอกจากนี้ รายงานยังเน้นย้ำถึงการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูงของจีน ซึ่ง ‘ส่งผลกระทบเชิงลบต่อประเทศคู่ค้า’ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลของการส่งออกที่ได้รับแรงหนุนจาก ‘การอ่อนค่าที่แท้จริงของสกุลเงินหยวน’ เมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของ IMF ที่มีต่อนโยบายเศรษฐกิจของจีน ยังสอดคล้องกับข้อวิจารณ์ของสหรัฐฯ ในหลายรัฐบาล และประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ รวมถึงคำเตือนเรื่องผลกระทบเชิงลบต่อประเทศคู่ค้าของจีน ยังมีทิศทางเดียวกันกับการประเมินเมื่อเดือนพฤศจิกายนของนักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs อีกด้วย

ด้าน Zhengxin Zhang ผู้แทนจีนในคณะกรรมการบริหารของ IMF ได้ออกมาแย้งคำวิจารณ์ดังกล่าว ผ่านแถลงการณ์แยกอีกฉบับว่า การส่งออกของจีนที่เติบโตอย่างมากในปี 2025 ‘ถูกขับเคลื่อนจากขีดความสามารถทางการแข่งขันและนวัตกรรมเป็นหลัก’ ควบคู่การเร่งส่งออก (front-loading) ซึ่งเป็นผลของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารของ IMF โดยรวมยังคงเรียกร้องให้จีนเปลี่ยนกรอบนโยบายครั้งใหญ่ ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่สภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress: NPC) จะมีการประชุมประจำปี ซึ่งจะมีการประกาศเป้าหมายเศรษฐกิจประจำปี 2026 ในงานประชุมดังกล่าว และยังเป็นคำเตือนท่ามกลางเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวของจีนอีกด้วย

คณะกรรมการบริหารของ IMF ระบุว่า การปรับโมเดลขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของจีน จำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมและนโยบายเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ’ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งดำเนินมาตรการตอบสนองที่ ‘ครอบคลุมและเข้มข้นมากขึ้น โดยเพิ่มการสนับสนุนผ่านนโยบายเศรษฐกิจมหภาคควบคู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

IMF ยังเสนอให้จีนใช้ ‘มาตรการแบบผ่อนคลายมากขึ้น’ รวมถึงมาตรการกระตุ้นการคลัง โดยระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะฟื้นฟูมากขึ้น หากรัฐบาลกลางสามารถจัดสรรงบประมาณมาแก้ปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัญหาค้างการก่อสร้างอยู่ได้

ทั้งนี้ IMF ประเมินว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนจะชะลอลงสู่ระดับ 4.5% ในปีนี้ หลังจากที่ขยายตัว 5% ในปี 2025 ตามเป้าหมายทางการของรัฐบาลจีน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากคาดว่า จีนจะกำหนดเป้าหมายการเติบโตปี 2026 ในกรอบ 4.5-5%

IMF ชี้ ‘ความไม่สมดุล’

รายงานประจำปีของ IMF ใช้คำว่า ‘ความไม่สมดุลภายนอก (external imbalances)’ มากกว่า 10 ครั้ง เทียบกับรายงานฉบับปี 2024 ที่ไม่ได้กล่าวถึงคำดังกล่าวเลย โดย IMF ประเมินว่า จีนเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่ 3.3% ของ GDP ในปีที่ผ่านมา สูงกว่าระดับ 1.5% ที่เคยคาดไว้ในรายงานปีก่อนหน้ากว่าเท่าตัว ด้าน Zhengxin Zhang ผู้แทนจีน ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าว ‘ดูเหมือนจะสูงเกินไป’

อย่างไรก็ดี จากการคำนวณของ Bloomberg โดยอิงตามข้อมูลเบื้องต้นที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน พบว่า จีนอาจเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 3.7% ของ GDP ในปีที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากดุลการค้าที่เกินดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs คาดการณ์ว่า จีนอาจเกินดุลเพิ่มขึ้นจนเกือบแตะ 1% ของ GDP โลก ในอีกสามปี ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดของประเทศใดก็ตามเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้

อย่างไรก็ตาม IMF คาดว่า การค้าที่เกินดุลจะค่อยๆ แคบลงในระยะกลาง สู่ระดับ 2.2% ของ GDP จีนในปี 2030 แม้ยังคงสูงกว่าระดับ ‘ปกติ’ ที่ประเมินไว้ราว 0.9% อย่างมีนัยสำคัญ

ไม่เพียงเท่านี้ IMF ยังชี้ว่า การอ่อนค่าของเงินหยวน เมื่อวัดในรูปอัตราแลกเปลี่ยนถ่วงน้ำหนักการค้าและปรับด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้ว ส่งผลให้สินค้าจีนได้เปรียบด้านราคาบนเวทีโลก ขณะที่การนำเข้าซบเซาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแรง โดย IMF ประเมินว่า เงินหยวนมีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานราว 16% ภายในกรอบประเมิน 12.1% ถึง 20.7%

นโยบายที่สูญเปล่า

คณะกรรมการบริหารของ IMF เรียกร้องให้จีนเพิ่ม ‘ความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยน’ ขณะที่ฝ่ายจีนยืนยันว่า นโยบายค่าเงินของจีนมีความชัดเจนและสม่ำเสมออยู่แล้ว โดยอิงให้กลไกตลาดเป็นตัว ‘ชี้ขาด’

จีนยังไม่เห็นด้วยกับการประเมินของเจ้าหน้าที่ IMF เกี่ยวกับขนาดและความสิ้นเปลืองของนโยบายอุตสาหกรรมเช่นกัน ซึ่ง IMF คำนวณว่า ต้นทุนทางการคลังของมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายคิดเป็นราว 4% ของ GDP ณ ปี 2023

ทั้งนี้ แม้การเปรียบเทียบระหว่างประเทศทำได้ยาก แต่ IMF ชี้ว่า เงินอุดหนุนภาครัฐของสหภาพยุโรปในปี 2022 อยู่ที่ราว 1.5% ของ GDP ซึ่งต่ำกว่ากว่าจีนครึ่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ IMF ประเมินว่า การลดมาตรการอุตสาหกรรมที่ ‘ไม่จำเป็น’ ลงราว 2% ของ GDP ในระยะกลาง จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ ลดการจัดสรรทรัพยากรที่บิดเบือน และลดภาระทางการคลัง

รายงานของ IMF ยังชี้ว่า เกือบหนึ่งในสามของการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีที่แล้วมาจากการส่งออกสุทธิ ความพึ่งพาดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลเรื่องกำลังการผลิตที่ล้นเกิน (Overcapacity) ซึ่งท้ายที่สุดอาจกระตุ้นให้ประเทศคู่ค้าดำเนินมาตรการทางการค้า และเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออกของจีน

IMF ยังแสดงความกังวลต่อการลดลงอย่างต่อเนื่องของระดับราคาในจีน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ โดยคำว่า ‘เงินฝืด’ หรือ ‘แรงกดดันเงินฝืด’ ปรากฏมากกว่า 60 ครั้งในรายงาน

“หลักฐานเชิงประจักษ์ชี้ว่า แรงกดดันเงินฝืดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอตัวของอุปสงค์ โดยเฉพาะจากการปรับฐานอย่างต่อเนื่องของภาคอสังหาริมทรัพย์” IMF ระบุพร้อมย้ำว่า ภาระหนี้จำนวนมากของรัฐบาลท้องถิ่นยังจำกัดความสามารถในการกระตุ้นอุปสงค์เพิ่มเติมอีกด้วย

IMF ประเมินว่า หนี้ภาครัฐของจีนจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไปในปี 2025 จนแตะเกือบ 127% ของ GDP หรือเพิ่มขึ้นราว 10 จุดร้อยละจากปี 2024 และมีแนวโน้มขยับขึ้นมากกว่า 135% ในปีนี้ ก่อนจะปรับเพิ่มต่อเนื่องไปจนถึงปี 2034

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...