โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ส่องพอร์ต "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" ล่าสุดดอดเก็บหุ้น WASH พบรับผลตอบแทน 2 เด้ง!

Share2Trade

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. เวลา 02.00 น. • Share2Trade
ส่องพอร์ต_info-ปก_0.jpg

จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH ล่าสุด พบว่า "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" เจ้าของเครือซัมมิทฟุตแวร์ ในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ รวมทั้งมีฐานะเป็นพี่ชายของ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และเป็นอาของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยได้เข้ามาถือหุ้นจากเดิมไม่เคยปรากฏรายชื่อในโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ของ WASH ณ วันที่ 26 ธ.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันที่ปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อรับสิทธิเงินปันผลระหว่างกาล

โดยล่าสุด "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" ถือหุ้น จำนวน 3,683,600 หุ้น คิดเป็น 1.04%

ทั้งนี้ จากข้อมูลย้อนหลัง ยังพบว่า WASH ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.0722 บาท/หุ้น โดยวันที่จ่ายปันผลวันที่ 9 ม.ค. 69 และจ่ายปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 68 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 68 ดังนั้น "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" จะได้รับสิทธิเงินปันผลระหว่างกาลในงวดดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้การเคลื่อนไหวราคาหุ้นตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 ถึงเดือนม.ค.69 พบว่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 11.11% ทำให้ประเมินได้ว่า บุคคลข้างต้นน่าจะได้รับผลตอบแทนในครั้งนี้ ทั้งจากเงินปันผลระหว่างกาล และส่วนต่างราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

ปัจจุบันยังมีพอร์ตลงทุนหุ้นของ "โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ" ส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก จำนวน 8 หุ้น ประกอบด้วย

AIRA 304,169,101 หุ้น คิดเป็น 4.82%

APURE 298,776,030 หุ้น คิดเป็น 31.18%

CV 7,678,150 หุ้น คิดเป็น 0.90%

GRAMMY 22,720,000 หุ้น คิดเป็น 2.77%

JPARK 2,211,000 หุ้น คิดเป็น 0.55%

PF 344,933,765 หุ้น คิดเป็น 3.45%

RABBIT-P 67,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.28%

WASH 3,683,600 หุ้น คิดเป็น 1.04%

อนึ่ง นายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า กลยุทธ์ธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกมากยิ่งขึ้น คือ

1. ขยายธุรกิจด้วยการเปิดร้าน WashXpress 100 สาขาใหม่ ครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศไทยในปีนี้ จากปัจจุบันมี 591 สาขาใน 21 จังหวัดหลัก จึงวางแผนว่า 50-60% ของสาขาใหม่จะเปิดใน 21 จังหวัดเดิม เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และ เสริมความแข็งแกร่งของเครือข่าย บริการ และเดินหน้ารุกสู่ภูมิภาคสำคัญอย่างภาคเหนือ และภาคใต้ เพื่อให้มั่นใจว่า มาตรฐาน Olympics Standard จะเข้าถึงผู้บริโภคในทุกจุดยุทธศาสตร์
2. ตอกย้ำ 7 เสาหลัก “Olympics Standard” ซึ่งเป็นมาตรฐานคุณภาพของร้าน WashXpress ในทุกสาขา ยกระดับสู่การสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมร้านสะดวกซัก เพื่อการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้บริการสะดวกซัก ประกอบด้วย

Hygiene Standard : ความสะอาดของถังซักระบบอัตโนมัติ และ การดูแลร้านโดยพนักงานตลอดวัน

Service Standard : บริการระดับมืออาชีพ ทั้งซัก-อบ-พับ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกที่

Environmental Standard : ติดแอร์ในร้านให้เย็นสบายในช่วงกลางวันใน 100 สาขาใหม่ โดยปัจจุบันทดลองติดแอร์ไปบางส่วน และ เห็นยอดที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้มองว่ากลยุทธ์การติดแอร์จะทำให้ยอดขายสาขาเดิมเติบโตต่อเนื่อง

Support Standard : มั่นใจด้วยทีม Call Center ตัวจริงที่แสตนด์บายดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

Digital Standard : แอปพลิเคชันอัจฉริยะที่ใช้ง่ายปลอดภัย พัฒนาจากข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้า

Safety Standard : ร้านสว่าง โปร่ง ปลอดภัย พร้อมระบบ CCTV รอบทิศทาง 24 ชั่วโมง

Quality Consistency : การบริหารร้านเองด้วยทีมงานของบริษัทเพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการที่สมบูรณ์ที่สุดในทุกสาขาแก่ลูกค้า

3. ชูโมเดลการเป็นแบรนด์ร้านสะดวกซักที่บริษัทบริหารเอง (Own Store) ที่ไม่ขายแฟรนไชส์ ซึ่งทำให้มีจุดเด่นในการควบคุมมาตรฐานของร้านทุกสาขาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยปัจจุบันมี 79 สาขาที่เป็นแฟรนไชส์
4. สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ “ร้านพี่วัว WashXpress” ให้เด่นชัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ขยายฐานกลุ่มลูกค้าเป็นการช่วยการสร้างยอดขาย และ ต่อยอดไปสู่การทำแคมเปญสื่อสารทางการตลาดที่มีความน่าสนใจ เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ในปีนี้จะมี แคมเปญต่างๆ ตลอดทั้งปี
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 25 % และ ตั้งเป้ายอดขายในสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 10% เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการมอบบริการ และประสบการณ์ในการใช้งาน ร้านสะดวกซักที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ ได้ขยายบริการเพิ่มมากขึ้น เช่น การรีดผ้า โดยปัจจุบันทดลองไปแล้ว 10 สาขา และ การให้บริการรับส่งถึงบ้าน ซึ่งปัจจุบันทดลองไปแล้ว 2-3 สาขา โดยทั้ง 2 บริการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

โดยงบลงทุนในปี 2569 วางไว้ 400 ล้านบาท ซึ่งเน้นขยายสาขาเป็นหลัก และ ปรับปรุงสาขา ตลอดจนติดแอร์ โดยเงินลงทุนจะมาจาก IPO และ เงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งเฉลี่ยต่อสาขาใช้เงินลงทุนประมาณ 3-5 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2568 งวด 9 เดือนแรก WASH มีรายได้รวม 745.82 ล้านบาท เติบโต 24.79% และ มีกำไรสุทธิ 87.29 ล้านบาท เติบโต 50.60% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรสุทธิ 11.70% และประกาศปันผลระหว่างกาล (งวด ม.ค.-มิ.ย. 68) จ่าย 0.0722 บาท/หุ้น ตามนโยบายของบริษัทฯ ในการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

“เราเชื่อว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทายของธุรกิจร้านสะดวกซัก ที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้บริการร้านที่รักษามาตรฐานได้สม่ำเสมอที่สุด การที่เราเลือกลงทุนในระบบ และ บริหารจัดการด้วยตัวเอง 100% เพราะไม่ได้ต้องการแข่งขันด้านราคา แต่แข่งกันด้านการมอบประสบการณ์ที่ดีสุดให้กับลูกค้า และ สมาชิกร่วม 2 ล้านคน รวมถึงสามารถมอบความไว้วางใจ ซึ่งต้องการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งนับว่าเป็นพันธกิจสำคัญของ WashXpress ในปีนี้”นายกวิน กล่าว

ส่องพอร์ต_info_0.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...