หนี้ครัวเรือนไทยลามขึ้นกว่า 9% ของสินเชื่อทั้งระบบ คนเงินเดือนหลักแสนกว่า 20% จ่ายหนี้ไม่ตรงวันเรียกเก็บ รายได้ต่ำ 50,000 แบกหนี้เกิน 60% ของรายได้ มนุษย์เงินเดือนป้ายแดงยัน 30,000 ติดปัญหาจ่ายหนี้คืนเยอะสุด
BTimes
อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 03.37 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ภาวะหนี้สินครัวเรือนของไทยในไตรมาส 3 ปี 2025 มีมูลค่า 16.31 ล้านล้านบาท และอยู่ที่ระดับ 86.8% ของ ขนาดเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพี ยังคงทรงตัวจากไตรมาสที่ 2 ในปีเดียวกัน
ด้านความสามารถในการชำระหนี้ พบว่าลดต่ำลงทุกประเภทสินเชื่อ ข้อมูลจากเครดิตบูโร พบว่า สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป หรือหนี้เสีย หรือหนี้เอ็นพีแอล (NPLs) มีมูลค่า 1.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 9.4 % ต่อสินเชื่อรวม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 9.1 % ของไตรมาสที่ผ่านมา
เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยต่อไปว่า ความน่ากังวลที่ต้องติดตามต่อไป คือการกำกับสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน และสินเชื่อแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่เข้าถึงง่าย และผู้ใช้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต จึงควรผลักดันให้ผู้ให้บริการทุกรายเข้าร่วมเครดิตบูโร มีมาตรการกำกับสินเชื่อออนไลน์ที่เข้มงวดมากขึ้น และกำหนดเพดานหนี้ร่วม
นอกจากนี้ คนรายได้ระดับกลางถึงสูง เริ่มมีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น ข้อมูลจาก SCB EIC ชี้ว่ากลุ่มผู้มีรายได้สูงกว่า 100,000 บาท/เดือน ประมาณ 21% เริ่มประสบปัญหาการชำระหนี้ เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นที่มีรายได้ต่ำกว่า ในขณะเดียวกัน กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 50,000 บาท/เดือน ประมาณ 31% มีภาระหนี้สูงเกิน 60% ของรายได้ ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้ 15,000-30,000 บาท/เดือน ยังเป็นกลุ่มที่ยังประสบปัญหาการชำระหนี้มากที่สุด จึงต้องเร่งสร้างวินัยทางการเงินในเชิงรุก เช่น การแจ้งเตือนก่อนถึงกำหนดชำระหนี้ หรือการมีมาตรการจูงใจจากการจ่ายหนี้ตรงเวลา