โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดร.มานะ แฉ คอร์รัปชันภาครัฐทุกระดับ ต้นตออุบัติเหตุงานรัฐซ้ำซาก

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างภาครัฐ 2 ครั้งล่าสุดติดต่อกัน สร้างความสูญเสียต่อชีวิตรวม 2เหตุการณ์ อย่างน้อย 34 ราย โดยเหตุการณ์เครนก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ ขบวนด่วนพิเศษ ขบวน 21 กรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32ราย และและเหตุเครนก่อสร้างขนาดใหญ่ในโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M-82) เส้นมหาชัย ถนนพระราม 2 พังถล่ม มีผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย

ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ตีแผ่สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างภาครัฐซ้ำซากว่า มาจากปัญหาคอร์รัปชั่นที่แทรกซึมอยู่ในทุกระดับของภาครัฐ และการไม่บังคับใช้บทลงโทษอย่างจริงจังต่อภาครัฐ และเอกชน

ดร.มานะ เปิดเผยในรายการ “ฐานทอล์ค” ทางช่องเนชั่นทีวี ต่อวิกฤตการณ์ก่อสร้างภาครัฐ โดยระบุว่าการก่อสร้างภาครัฐมีมูลค่ามหาศาลถึง 820,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าภาคเอกชนอย่างมาก แต่ถูกผูกขาดโดยบริษัทรายใหญ่เพียง 3 รายที่ครองส่วนแบ่งไปกว่า 56%

คอร์รัปชันทุกหย่อมหญ้า

ดร.มานะ เผยว่าในอุตสาหกรรมก่อสร้างภาครัฐ มีการคอร์รัปชันแทรกอยู่เสมอ ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี ข้าราชการระดับสูง ไปจนถึงกรรมการตรวจรับงาน โดยเฉพาะเมื่อการเมืองไม่นิ่งและมีการเปลี่ยนรัฐมนตรี โครงการที่ยังไม่เซ็นสัญญามักถูกสั่งหยุดเพื่อเจรจาเรียกรับผลประโยชน์กันใหม่ นอกจากนี้กฎกติกาที่ไม่ชัดเจนยังเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจในการขยายเวลาหรือแก้ไขสัญญา ซึ่งกลายเป็นช่องทางในการติดสินบนอย่างต่อเนื่อง

อุบัติเหตุซ้ำซากคือการโกงความรับผิดชอบ เช่น กรณีตึก สตง. ถล่ม, สะพานข้ามแยกลาดกระบัง หรือหลุมยุบที่สถานีสามเสน ดร.มานะระบุว่า นี่คือการละเมิดสิทธิของประชาชนที่จะดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย ถือเป็นการโกงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ขบวนการช่วยผู้รับเหมาหนี Blacklist

ประเด็นเรื่องมาตรการลงโทษ ดร.มานะชี้ให้เห็นจุดบอดสำคัญว่า แม้จะมีคำสั่งศาลว่าบริษัทเอกชนทุจริตหรือทำหน่วยงานเสียหาย แต่หน่วยงานเจ้าของเรื่อง มักไม่ยอมแจ้งชื่อเป็นผู้ทิ้งงาน (Blacklist) ต่อกรมบัญชีกลาง โดยมักอ้างเหตุผลว่าเอกชนได้เยียวยาแก้ไขแล้ว ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การที่นายกรัฐมนตรีสั่งยกเลิกสัญญาอิตาเลียนไทยล่าสุด จะส่งผลให้บริษัทเข้าเงื่อนไขถูกประกาศเป็นผู้ทิ้งงานทันที ซึ่งดร.มานะยืนยันว่า การตัดบริษัทรายใหญ่ออกไปไม่กระทบต่อศักยภาพของรัฐ เพราะมีบริษัทอื่นอีกนับสิบที่มีเทคโนโลยีใกล้เคียงกันพร้อมรับงานต่อ

จี้รัฐโปร่งใส-รับผิดชอบแบบอารยประเทศ

สุดท้าย ดร.มานะ กล่าวว่า อุบัติเหตุในงานก่อสร้างขนาดใหญ่ไม่มีทางหมดไป 100% แต่เราทำให้ลดลงได้เหมือนประเทศที่เจริญแล้ว โดยการควบคุมมาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐานความปลอดภัย และวิชาชีพวิศวกรสถาปนิกอย่างจริงจัง

ปัญหาใหญ่ที่ผ่านมาคือเมื่อเกิดเหตุไม่เคยมีคนรับผิดชอบจริง คนที่ติดคุกคือช่างหรือวิศวกร แต่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่เคยรับผิดชอบ ซึ่งหากเป็นประเทศญี่ปุ่นหรือเกาหลี ถ้ามีคนเสียชีวิตขนาดนี้ รัฐมนตรีจะออกมาขอโทษและลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ถือเป็นการบังคับให้ต้องสอดส่องควบคุมมาตรการให้รัดกุมขึ้น

แต่ประเทศไทยมักไม่บอกสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุให้ประชาชนรู้ เช่น กรณีตึก สตง. หรือหลุมยุบที่สามเสน รายงานผลการสอบสวนมักจะถูกเก็บไว้ที่รัฐบาลหรือ ปปช. เมื่อประชาชนไม่รู้สาเหตุ มาตรฐานวิชาชีพก็ไม่ถูกแก้ไข มาตรฐานความปลอดภัยก็ไม่ถูกตรวจสอบ

นอกจากนี้ บริบทการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เน้นราคาถูก ทำให้บริษัทที่มีคุณภาพเข้ามายาก และการขยายระยะเวลาทำงานที่ต้องใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ก็กลายเป็นช่องทางให้เกิดการติดสินบนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...