สาวหนัก 150 ลดฮวบ 50 โลฯ ใน 6 เดือน หมอเฉลยทำ "สิ่งนี้" ที่คนปกติขี้เกียจทำ
สาวหนัก 150 ลดฮวบ 50 โลฯ ใน 6 เดือน หายเบาหวาน หมอเฉลยทำ "สิ่งนี้" ที่คนปกติขี้เกียจทำ
การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ "พูดง่ายแต่ทำยาก" สำหรับใครหลายคน แต่หากมีความตั้งใจจริง ผลลัพธ์ที่ได้มักคุ้มค่าเสมอ
ล่าสุด นพ.ไช่ หมิงเจี๋ย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและโรคอ้วน จากไต้หวัน ได้แชร์เคสคนไข้หญิงวัย 30 ปี ที่มีน้ำหนักตัวเกือบ 150 กิโลกรัม และป่วยเป็นเบาหวานขั้นรุนแรง แต่สามารถลดน้ำหนักได้ถึง 50 กิโลกรัมภายในครึ่งปี พร้อมเปลี่ยนค่าเลือดให้กลับมาเป็นปกติ ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ที่คนส่วนใหญ่มักละเลย
จุดเริ่มต้น: น้ำหนัก 150 กก. กับความกังวลของผู้เป็นแม่
คุณหมอเล่าว่า คนไข้รายนี้มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อย โดยคุณแม่ของเธอเป็นผู้พามาปรึกษา เนื่องจากลูกสาวเป็นเบาหวานมานานแต่คุมอาการไม่ได้เลย จนค่าสะสมน้ำตาลในเลือด (HbA1c) พุ่งสูงถึง 13% (คนปกติไม่ควรเกิน 5.7%) คุณแม่กังวลว่าหากตนเองแก่ตัวลง จะไม่มีใครดูแลลูกที่ป่วยหนัก หลังจากพูดคุยกัน คุณหมอจึงวางแผนรักษาด้วยการใช้ยาเบาหวานควบคู่กับยาฉีดลดน้ำหนัก และเริ่มเข้าสู่กระบวนการปรับพฤติกรรม
เคล็ดลับความสำเร็จ: "จดบันทึกอาหาร" ที่คนส่วนใหญ่ขี้เกียจทำ
สิ่งที่ทำให้คนไข้รายนี้พิเศษกว่าคนอื่น คือ "วินัย" ที่น่าทึ่ง แม้เธอจะมีความจำไม่ค่อยดีและมักถามคำถามเดิมซ้ำๆ เช่น "โยเกิร์ตกินได้ไหม?", "ผลไม้นี้ทานได้หรือเปล่า?" แต่เธอกลับทำในสิ่งที่คนทั่วไปมักมองข้ามและขี้เกียจทำ นั่นคือการ "จดบันทึกการกิน" อย่างละเอียดและเคร่งครัด
ความตั้งใจของเธอแสดงออกชัดเจน เช่น ก่อนงานเลี้ยงคริสต์มาส เธอถามหมอว่า "กินพิซซ่ากับไก่ทอดได้ไหม" คุณหมอจึงแนะนำเทคนิคว่า "กินได้ แต่ให้ลอกหนังไก่ทอดออกเพื่อเลี่ยงไขมัน และให้ลดปริมาณอาหารมื้ออื่นในวันนั้นลงเพื่อเฉลี่ยแคลอรี" ซึ่งเธอก็พยักหน้าและตั้งใจจำคำแนะนำของหมออย่างจริงจัง
ผลลัพธ์น่าทึ่ง: น้ำหนักหาย 50 กก. เบาหวานสงบ
ด้วยความมีวินัยในการกินยาและจดบันทึกอาหาร ผ่านไปเพียงครึ่งปี น้ำหนักของเธอลดลงเหลือประมาณ 90 กิโลกรัม (หายไปกว่า 50 กิโลกรัม) และที่น่าดีใจที่สุดคือ ค่าระดับน้ำตาลสะสมลดลงจาก 13% เหลือเพียง 5.5% ซึ่งถือว่าเป็นค่าปกติของคนสุขภาพดี
สรุปส่งท้าย
คุณแม่ของคนไข้กล่าวขอบคุณทั้งน้ำตาที่ลูกสาวกลับมาแข็งแรงและมีความสุขกับการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ด้านคุณหมอไช่ ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าประทับใจว่า "แม้เธออาจจะไม่ใช่คนไข้ที่หัวไวที่สุด แต่เธอคือคนไข้ที่ตั้งใจและพยายามที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ" เรื่องนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า การจดบันทึกและใส่ใจการกิน คือกุญแจสำคัญของการลดน้ำหนักที่ทุกคนทำได้ แต่แค่ต้องชนะความขี้เกียจของตัวเองให้ได้เท่านั้นเอง