จำคุก1ปี-ตัดสิทธิ อดีตสส.พรรคส้ม ปกปิดคุณสมบัติ
ศาลระยองจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา "นครชัย ขุนณรงค์" อดีต สส.ระยอง พรรคส้ม พร้อมสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี คืนเงินสภา 4 แสนบาท ฐานเคยต้องคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน คดีลักทรัพย์ ขาดคุณสมบัติสมัคร สส.ปี 66-แจ้งเท็จ ชี้เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น ให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่ศาลจังหวัดระยอง ศาลนัดสืบพยานจำเลยคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดระยอง ยื่นฟ้อง นายนครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล เป็นจำเลย ในความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน คำฟ้องระบุว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน ในคดีลักทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2626/2558 ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา การต้องโทษดังกล่าวเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42(12) แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. นายนครชัยทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวดีอยู่แล้ว แต่ยังคงยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบ พร้อมให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 ว่า ตนมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อันเป็นข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่รับสมัครเลือกตั้ง ภายหลังการเลือกตั้ง นายนครชัยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ระยอง และดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. - 3 ส.ค. 2566 ในช่วงเวลาดังกล่าว จำเลยได้รับเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์อื่นจากการดำรงตำแหน่ง รวมเป็นเงินจำนวน 402,055 บาท ขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปีและคืนเงินทั้งหมดเเก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้เเทนราษฎร โดยนัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่ให้การปฏิเสธเป็นรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์และจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานพร้อมขอเลื่อนฟังคำพิพากษาเพื่อจัดเตรียมเงินชำระคืนตามที่โจทก์ร้องขอบางส่วน และประสงค์จะคืนเงินประจำตำแหน่งให้ครบถ้วน ศาลเห็นว่า กรณีมีเหตุอันสมควรจึงให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 มี.ค. นัดฟังคำพิพากษาวันนี้จำเลยเดินทางมาศาล ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 137 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 42(12), 151 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่ว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี อนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่ง สส. โดยรู้อยู่ว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่เป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทยและได้รับตำแหน่งจากการเลือกตั้ง โดยจำเลยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยในเขตที่ตนลงสมัคร จนชนะการเลือกตั้งได้ดำรงแหน่ง สส. แต่จำเลยกลับเพิกเฉยต่อกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น กรณีจึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 20 ปี กับให้จำเลยคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่ง เป็นเงิน 402,055 ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2568 ศาลจังหวัดระยอง เคยมีคำพิพากษาในคดีแพ่ง ให้จำเลยชดใช้ฐานทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ เป็นเงินต้น 7,735,942บาท รวมดอกเบี้ย 492,806 บาท รวมทั้งสิ้น 8,228,748 บาท ต่อมา นายนครชัยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลพิจารณาเเล้วอนุญาตปล่อยชั่วคราวตีราคาประกัน 1.5 เเสนบาท (ชั้นพิจารณา 1 แสนบาท).