ทรู ชูกลยุทธ์ปี 69 เดินหน้า 4 Big Moves เข้าถึงใจลูกค้ารายคน
ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศยุทธศาสตร์ "4 Big Moves" พลิกโฉมอาณาจักรสู่ AI-First Telco-Tech เต็มรูปแบบ มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างไร้ขีดจำกัด
วันที่ 9 มีนาคม 2569 - ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญภายใต้โรดแมป 3 ปี “4 Big Moves” เพื่อเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กรจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม สู่การเป็น “Telco-Tech Company” อย่างสมบูรณ์แบบ โดยชูวิสัยทัศน์ AI-First เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนทุกมิติ ตั้งแต่การวางรากฐานโครงข่ายอัจฉริยะ การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือระดับ ไปจนถึงการบ่มเพาะบุคลากรแห่งอนาคต เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพความท้าทายและโอกาสในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก โดยระบุว่า ทรูพุ่งเป้าไปที่การก้าวข้ามขีดจำกัดของธุรกิจโทรคมนาคมรูปแบบเดิมที่เคยมุ่งเน้นเพียงจำนวนผู้ใช้บริการ มาเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านระบบนิเวศดิจิทัลที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric)
การเคลื่อนทัพครั้งนี้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยใน 3 รูปแบบที่เด่นชัด
เริ่มจาก Digital Life ที่ผู้บริโภคผันตัวมาเป็นทั้งผู้สร้างและผู้รับข้อมูลในเวลาเดียวกัน ตามมาด้วยยุคของ Home and Business ที่บ้านและองค์กรถูกเชื่อมต่อด้วยระบบอัจฉริยะ ซึ่งแม้ว่าองค์กรธุรกิจไทยส่วนใหญ่จะมีแผนนำ AI มาใช้ แต่มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในระดับโครงสร้าง และประการสุดท้ายคือ Nationwide Digital Growth การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลไปสู่ระดับภูมิภาค ตั้งแต่กลุ่ม Digital Nomad ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทางภาคเหนือและอีสาน
“ยุทธศาสตร์ 4 Big Moves ถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงเทคโนโลยีและบุคลากรเข้าด้วยกัน เรามุ่งหวังที่จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไปสู่ระบบ Touch-Free ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและมีความแม่นยำสูง เพื่อกำหนดมาตรฐานใหม่ในการให้บริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ”
เปิด 4 Big Moves
เข้าถึงรายคน เข้าถคงคนที่เล็กที่สุด
1. Experience : ปฏิวัติประสบการณ์ผ่านโครงข่ายอัจฉริยะ ทรูเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End โดยเน้นความแข็งแกร่งของโครงข่าย 5G บนคลื่นความถี่ประสิทธิภาพสูง (2300, 2600 และ 1500 MHz) เพื่อมอบความเร็วและความจุที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมกันนี้ยังเร่งพัฒนาโครงข่ายทรูออนไลน์ให้มีความเสถียรสูงสุด เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมต่อทุกจุดสัมผัสของลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ
2. Growth : ขยายฐานการเติบโตจากบุคคลสู่ครอบครัวและคู่ค้า
- B2C (Business to Consumer): ปรับยุทธศาสตร์จาก "ชนะใจรายบุคคล" สู่ "ชนะใจทั้งครอบครัว" ผ่านโมเดล Convergence ที่ผสานมือถือและเน็ตบ้านเข้าด้วยกัน พร้อมนำเสนอความบันเทิงระดับโลกผ่าน TrueID และโซลูชัน Home AI จาก TrueX โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อส่งมอบบริการแบบ Hyper-Personalization ที่ตรงใจในทุกช่วงเวลา
- B2B (Business to Business): ก้าวสู่การเป็นพันธมิตรด้านโซลูชันดิจิทัล (Digital Solution Partner) ภายใต้กรอบ BASIC5 (Big Data, AI, Security, Integrated Platforms, Cloud) โดยร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก (Hyperscalers) เพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน
3. AI : ขุมพลังแห่งการตัดสินใจและนวัตกรรมทรูประกาศจุดยืนเป็นองค์กร AI-First โดยนำปัญญาประดิษฐ์มาเป็นหัวใจในการดำเนินงาน ตั้งแต่ระบบโครงข่ายอัจฉริยะที่ลดการใช้พลังงาน ไปจนถึงการเปิดตัว "Mari" AI ผู้ช่วยเสมือนจริงที่ยกระดับงานบริการลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้น ทรูยังตั้งเป้าเป็นผู้นำด้าน Responsible AI ในภูมิภาค เพื่อรับประกันความโปร่งใสและจริยธรรมในการใช้ข้อมูล พร้อมแผนสร้างทักษะ AI Literacy ให้กับคนไทยกว่า 12 ล้านคน
4. People : สร้างคนรุ่นใหม่เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีต้องการมนุษย์ในการควบคุมสร้างสรรค์ ทรูจึงประกาศลงทุนครั้งใหญ่ในด้านบุคลากร ตั้งเป้า Upskill พนักงาน 100% ให้มีทักษะ AI ภายในปี 2569 พร้อมมอบทุนการศึกษา AI ระดับสูงในสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาระดับโลกอย่าง MIT เพื่อสร้างกลุ่มนักรบดิจิทัลที่จะมาปลดล็อกศักยภาพนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กร
นายซิกเว่ กล่าวต่อว่า ยุทธศาสตร์ “4 Big Moves” ไม่ได้เป็นเพียงแผนการเติบโตทางธุรกิจ แต่คือพันธกิจของ ทรู คอร์ปอเรชั่น ในการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อมวลชน การขับเคลื่อนครั้งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพเชิงโครงสร้างของธุรกิจไทย และเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค