โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต. เร่งประสานปราบฟอกเงินข้ามชาติ หลังสิงคโปร์ยึดทรัพย์ จับกุมบอร์ดกองทุน CAI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 21.59 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 14.59 น.

ก.ล.ต. แจ้งความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทุนเทาคืบหน้าอย่างมาก หลังสิงคโปร์บุกยึดทรัพย์ จับกุมบอร์ดกองทุน Capital Asia Investments (CAI)

วันที่ 9 มี.ค.2569 รายงานข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่าตามที่มีข่าวปรากฎว่า หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศสิงคโปร์ ได้เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์สินจากบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ พร้อมจับกุมกรรมการของกองทุน Capital Asia Investments (CAI) หลังพบความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ในฐานะโฆษก กล่าวว่า กรณีข้างต้นเป็นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายการฟอกเงินของประเทศสิงคโปร์ ในส่วนการบังคับใช้กฎหมายของ ก.ล.ต. ได้เร่งดำเนินการ โดยได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความคืบหน้าไปอย่างมาก

นอกจากนี้ตามที่มีข้อมูลปรากฎในโซเชียลมีเดียว่า ธนาคารกลางของสิงคโปร์ Monetary Authority of Singapore หรือ MAS ได้ขอข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยของกลุ่ม Capital Asia Investments หรือ CAI จาก ก.ล.ต.

นายเอนก กล่าวว่า โดยกระบวนการปกติ ก.ล.ต. จะมีการประสานงานและให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินต่างประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่า กรณีที่มีการกล่าวอ้าง ไม่ปรากฏว่าเคยมีการประสานขอข้อมูลจาก ก.ล.ต. แต่อย่างใด

ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้มีการประสานงานขอข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และ ก.ล.ต. ได้นำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว

สื่อสิงคโปร์ รายงานว่า แคปปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนท์ (Capital Asia Investments หรือ CAI) ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตในสิงคโปร์ กำลังถูกสอบสวนในข้อหาพัวพันกับการฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของบริษัท รวมมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 4,000 ล้านบาท

แถลงการณ์ร่วมจากกองกำลังตำรวจสิงคโปร์ (SPF) และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) ในวันนี้ (9 มี.ค.) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับบริษัท แคปปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนท์ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้กรรมการของบริษัทจำนวน 2 รายถูกจับกุมตัว

ธนาคารกลางสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ได้เริ่มติดตามตรวจสอบกิจกรรมของบริษัทดังกล่าวหลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจผิดกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบในด้านกำกับดูแล พบว่าบริษัทมีความบกพร่องอย่างร้ายแรงในการควบคุมและการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ขณะที่ ตำรวจสิงคโปร์ ระบุว่า ได้รับข้อมูลข่าวสารทางการเงินจากสำนักงานรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ

ภายหลังได้รับข้อมูลดังกล่าว ตำรวจจึงได้เริ่มกระบวนการสอบสวนและประสานงานกับหน่วยงานในต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลและความช่วยเหลือ เนื่องจากทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดนั้นถูกระบุว่ามีต้นทางมาจากกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงขบวนการต้มตุ๋นฉ้อโกงหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย โดยในขณะนี้การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าว CNA ของสิงคโปร์ รายงานว่า สำหรับบทลงโทษในข้อหาฟอกเงินนั้น มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดตามกฎหมายบริการทางการเงินและตลาดปี พ.ศ.2565 มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และอาจมีการปรับเพิ่มหากยังคงกระทำความผิดต่อไป

ทั้งนี้ กองกำลังตำรวจสิงคโปร์ ระบุว่า สิงคโปร์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งและจะไม่ยอมให้บุคคลหรือองค์กรใดใช้ระบบการเงินของประเทศเพื่อการฟอกเงินหรือกิจกรรมอาชญากรรมอื่น ๆ โดยตำรวจจะใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...