โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'อิหร่าน' มีเพื่อนแท้หรือไม่ ทำไม 'รัสเซีย-จีน' รักษาระยะห่าง เมื่อพันธมิตรเจอสงคราม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“รัสเซีย-จีน” พันธมิตรทางการทูตที่ทรงอำนาจที่สุดของเตหะราน ได้ประณามการทำสงครามของอิสราเอลและสหรัฐต่ออิหร่านที่สังหารผู้คนไปมากกว่า 1,000 คน เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเรียกการสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ว่าเป็นการละเมิดบรรทัดฐานทางศีลธรรมของมนุษย์อย่างร้ายแรง

ด้านหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวกับ กิเดียน ซาอาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอลว่า การใช้กำลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงความขัดแย้งบานปลายมากขึ้น นอกจากนี้รัสเซียและจีนได้ร่วมกันเรียกร้องให้ประชุมฉุกเฉินสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย

การตอบสนองดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างอิหร่าน รัสเซีย และจีน ทว่าทำไมความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในครั้งนี้ จีนและรัสเซียยังคงรักษาท่าที ไม่ยื่นมือเข้าช่วยทางใดทางหนึ่งนอกจากดำเนินการด้านการทูต

‘รัสเซีย-อิหร่าน’ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ แต่ไม่ใช่พันธมิตรทางทหาร

ในเดือน ม.ค. 2025 รัสเซียและอิหร่านได้ลงนามสนธิสัญญาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การค้าและความร่วมมือทางทหาร ไปจนถึงด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และการศึกษา

ข้อตกลงดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและข่าวกรองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสนับสนุนโครงการต่างๆ เช่น เส้นทางคมนาคมที่เชื่อมรัสเซียกับประเทศในอ่าวเปอร์เซียผ่านอิหร่าน

ทั้งสองประเทศได้ทำการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกันในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัปดาห์ก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะโจมตีอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม เมื่อสงครามเริ่มต้นขึ้น มอสโกไม่ได้มีหน้าที่ต้องตอบโต้ เพราะสนธิสัญญาดังกล่าวไม่ได้ร่วมเงื่อนไขด้านการป้องกันร่วมกัน หมายความว่า สนธิสัญญาไม่ได้นำไปสู่การก่อตั้งกองทัพพันธมิตรทางทหารอย่างเป็นทางการ

อันเดรย์ คอร์ทูนอฟ อดีตผู้อำนวยการใหญ่สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของรัสเซีย และสมาชิกของชมรมสนทนาวัลได ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองด้านนโยบายต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวกับอัลจาซีราผ่านวิดีโอจากมอสโกว่า สนธิสัญญากลาโหมร่วมกันในปี 2024 ของรัสเซียกับเกาหลีเหนือ เป็นตัวอย่างของข้อตกลงที่มีผลผูกพันมากขึ้นเกี่ยวกับการสนับสนุนทางทหาร ซึ่งภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว รัสเซียอาจต้องเข้าร่วมกับเกาหลีเหนือในความขัดแย้งใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นแต่กับอิหร่านข้อตกลงระบุแค่ว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะงดเว้นจากการกระทำที่เป็นปรปักษ์ ในกรณีที่อีกฝ่ายหนึ่งกำลังเข้าสู่ความขัดแย้ง

คอร์ทูนอฟ กล่าวว่า รัสเซียไม่น่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารโดยตรงเพื่อแสดงการสนับสนุนอิหร่าน เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงเกินไป และเสริมว่า มอสโกดูเหมือนจะให้ความสำคัญในการเจรจาความขัดแย้งยูเครนกับสหรัฐมากกว่า และชี้ว่า ก่อนหน้านี้รัสเซียได้ดำเนินแนวทางที่คล้ายกัน ก็คือเลือกที่จะวิจารณ์ปฏิบัติการของสหรัฐในที่อื่นๆ มากกว่าดำเนินการบางอย่าง เช่น วิจารณ์ปฏิบัติการของสหรัฐในเวเนซุเอลา หลังสหรัฐจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรในเดือน ม.ค.

สนธิสัญญาระหว่างรัสเซียและอิหร่าน ระบุชัดเจนว่า รัสเซียไม่มีหน้าที่ต้องเข้าแทรกแซง

คอร์ทูนอฟบอกด้วยว่าเจ้าหน้าที่ในเตหะรานบางรายที่เขารู้จักได้แสดงออกถึง “ความผิดหวังในระดับหนึ่ง” และ “คาดหวังว่ารัสเซียควรทำอะไรมากกว่าแค่การดำเนินการทางการทูตในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือในเวทีพหุภาคีอื่นๆ”

ความสัมพันธ์ ‘จีน-อิหร่าน’ ที่ยังมีจำกัด

ในปี 2021 จีนและอิหร่านได้ลงนามความร่วมมือ 25 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายความสัมพันธ์ในหลายด้าน เช่น ด้านพลังงาน ขณะที่เดียวกันก็ดึงอิหร่านเข้าร่วมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road) ของจีน

โจดี เหวิน นักวิจัยหลังปริญญาเอกประจำศูนย์ความมั่นคงและยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (CISS) มหาวิทยาลัยชิงหัว ประเทศจีน ซึ่งเดินทางไปอิหร่านบ่อยครั้ง กล่าวกับอัลจาซีราว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในปักกิ่งว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เน้นด้านการปฏิบัติและความมั่นคง

“ในด้านการเมือง เรามีการแลกเปลี่ยนกันอย่างสม่ำเสมอ” เหวินกล่าวทางโทรศัพท์จากปักกิ่งกับอัลจาซีรา พร้อมเสริมว่าในด้านเศรษฐกิจ มีความร่วมมืออย่างลึกซึ้งมาก โดยมีหลายบริษัทเข้ามาลงทุนในอิหร่าน”

อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่าปักกิ่งได้กำหนดขอบเขตที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเป็นพันธมิตรมานานแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องการมีส่วนร่วมทางทหาร

“รัฐบาลจีนยึดมั่นในหลักการไม่แทรกแซงกิจการของประเทศอื่นเสมอมา … ดิฉันไม่คิดว่ารัฐบาลจีนจะส่งอาวุธไปให้อิหร่าน” เธอกล่าว และว่า บทบาทของปักกิ่งมีโอกาสเน้นไปที่การทูตและการจัดการวิกฤติมากกว่า

เธอคาดว่า จีนกำลังพยายามเจรจากับฝ่ายสหรัฐและประเทศในอ่าวเปอร์เซียเพื่อให้สถานการณ์สงบลง และมองว่าความชัดเจนเรื่องความสัมพันธ์นี้ช่วยสร้างความไว้วางใจในเตหะรานได้

อย่างไรก็ตามเธอได้ตั้งข้อสังเกตว่าความสัมพันธ์ของสองประเทศนี้ยังขาดความสมดุล

บริษัทให้บริการติดตามการเดินเรือ Kpler ประมาณการว่า 87.2% ของการส่งออกน้ำมันดิบประจำปีของอิหร่านส่งไปยังจีน ซึ่งแสดงให้เห็ยถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจของจีนต่อเตหะราน ในขณะที่อิหร่านยังคงเป็นหุ้นส่วนที่ค่อนข้างเล็กในการค้าระดับโลกของจีน

ดีแลน โลห์ รองศาสตราจารย์ประจำหลักสูตรนโยบายสาธารณะและกิจการระดับโลก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานยาง ประเทศสิงคโปร์ กล่าวกับอัลจาซีราว่า เขาเชื่อว่าบทบาทของจีนต่ออิหร่าน “ได้พัฒนาไปสู่บทบาทเชิงปกป้อง โดยการพยายามเร่งไกล่เกลี่ยเพื่อป้องกันไม่ให้ภูมิภาคล่มสลาย ซึ่งอาจคุกคามผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคของจีนเอง”

โลห์เสริมด้วยว่า อาจมีการประเมินวิธีการลดความเสี่ยงทางการเมืองและทางเลือกต่างๆ ที่มีอยู่ ซึ่งความจริงแล้ว การประเมินดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากสหรัฐปฏิบัติการในเวเนซุเอลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...