“โคริยามะ” อัญมณีลับแห่งโทโฮคุ
“โคริยามะ” ได้ชื่อว่าเป็นเมืองอัญมณีที่ซ่อนเร้นของภูมิภาคโทโฮคุ โดยตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดฟุกุชิมะ ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาครองจากเมืองหลักอย่างเซนได ด้วยความที่มีแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ ผักสดผลไม้คุณภาพเยี่ยมของที่นี่จึงกลายมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตสาเกและเบียร์ท้องถิ่น ทั้งยังเป็นรากฐานของอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของเมือง หนึ่งในสิ่งที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดที่จะได้ลิ้มลอง
หมู่บ้านทาคาชิบะ เดะโคะ ยาชิกิ เป็นบ้านเกิดของตุ๊กตามิฮารุโกมะและมิฮารุฮาริโกะ คำว่า “เดะโคะ” หมายถึง “ตุ๊กตา” ที่นี่จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “หมู่บ้านตุ๊กตา” ตุ๊กตาทั้งสองเกิดขึ้นในสมัยเอโดะที่ยังปกครองเป็นแคว้นมิฮารุ ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่าตุ๊กตามิฮารุตามชื่อพื้นที่ในสมัยนั้น ภายในหมู่บ้านมีบ้านช่างฝีมือทั้งหมด 4 หลัง นอกจากจะได้ชมงานหัตถกรรมท้องถิ่นและซื้อเป็นของฝาก ยังมีกิจกรรมที่ทำให้ได้ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การระบายสีตุ๊กตามิฮารุฮาริโกะ ตุ๊กตามาเมะดารุมะ ปัจจุบันยังมีการประดิษฐ์ตุ๊กตาแปะกาวกระดาษวาชิและม้าไม้ด้วย
ขณะที่ฤดูหนาวกำลังจะผ่านพ้นไปห้วงเวลาแห่งสีสันของฤดูใบไม้ผลิก็กำลังจะก้าวเข้ามา โคริยามะก็เป็นหนึ่งในเมืองที่มีดอกซากุระฟูฟ่องไม่แพ้เมืองอื่น ๆ โดยมี “สวนไคเซซัง” เป็นจุดชมซากุระหลักด้วยความงดงามของต้นซากุระสายพันธุ์โซเมโยชิโนะอันเก่าแก่ที่สุดโดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นและอายุยืนที่สุดในญี่ปุ่น ปลูกโดยผู้บุกเบิกผู้สร้างรากฐานของเมืองซึ่งมีอนุสาวรีย์ตั้งอยู่ภายในสวนด้วย ฤดูกาลชมดอกซากุระจะเริ่มต้นตั้งแต่ราวต้นเดือนเมษายนเรื่อยไปจนถึงกลางเดือน
สวนสาธารณะแห่งนี้ชาวเมืองคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในฐานะสวนที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของชาวเมืองโคริยามะ ว่ากันว่ามีซากุระโซเมโยชิกว่า 1,300 ต้น ช่วงเทศกาลซากุระจะมีการเปิดไฟตอนกลางคืนสร้างความสวยงามด้วยอีกแบบ สร้างขึ้นในช่วงเริ่มสมัยเมจิโดยมีทะเลสาบอิซุซุโกะที่ถูกทำเป็นบ่อน้ำชลประทานเป็นศูนย์กลาง
นอกจากต้นซากุระเก่าแก่ที่กระจายอยู่โดยรอบสวนแล้ว สวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งนี้ยังมีฟรอนเทียร์สแควร์ จุดศูนย์รวมที่นี่มีทั้งคาเฟ่และร้านขายอุปกรณ์จัดสวนเรียงรายอยู่บริเวณลานหญ้า ขณะที่เด็ก ๆ มีลัคกี้พาร์ค สวนสนุกที่ไม่ได้มีแค่กระดานลื่นแบริ่งก้าหรือเครื่องเล่นอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังมีจุดเด่นอยู่ที่ Lucky Pokemon สัญลักษณ์ของฟุกุชิมะตั้งอยู่ด้วย
จุดชมซากุระอีกแห่งที่ห้ามพลาดของเมืองนี้คือ “ซากุระมิฮารุทากิ” ต้นซากุระพันธุ์กิ่งย้อยโบราณต้นนี้ได้รับเลือกให้เป็นอีกหนึ่งสมบัติทางธรรมชาติ เชื่อกันว่ามีอายุกว่า 1,000 ปี ดอกมีสีแดงอ่อนและห้อยระย้าลงมาราวกับน้ำตกอันงดงาม นอกจากนี้ยังมีจุดชมซากุระที่ไม่ควรพลาดอย่าง “เซ็นบงซากุระ” ริมแม่น้ำ หรือที่ “สวนสาธารณะโกเฮียกูบูชิ” รวมทั้ง “ซากุระฟูเรไอ” ริมแม่น้ำฟูจิตะ
นอกจากการชมซากุระแล้ว อย่าลืมแวะไปขอพรที่ “ศาลเจ้าไคเซซัง ไดจิงกู” ที่ตั้งอยู่ใกล้สวนไคเซซัง ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่อามาเตราซุ เทพีแห่งดวงอาทิตย์ของญี่ปุ่น แล้วไปต่อที่ “ศาลเจ้ามันจู” ที่นี่จะมีการจัดเทศกาลมันจูเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิเพื่อสักการะเทพเจ้ามันจูผู้ยิ่งใหญ่ ที่ว่ากันว่าให้พรเรื่องความรักจนสำเร็จมาแล้วหลายคู่
ศาลเจ้าที่ว่านี้อยู่ด้านหลัง “คาชิวายะ อูซูกาวะ มันจู” ขนมมันจูชื่อดังติด 3 อันดับแรกของญี่ปุ่นและเป็นขนมขึ้นชื่อของที่นี่ ร้านที่ว่าคือ “ไคเซ คาชิวายะ” มาแล้วนอกจากจะช็อปและชิมยังสามารถลงมือทำมันจูแป้งบางด้วยตัวเองได้ด้วย ระหว่างเดินเที่ยวไม่รู้จะพกอะไรเป็นเสบียงแนะนำ “โอมูซูบิ อิจิโร” ข้าวปั้นทำสดใหม่เนื้อนุ่มที่สามารถพกติดตัวไปด้วยระหว่างเดินเล่นหรือจะไปนั่งฟินริมแม่น้ำที่มีต้นซากุระอยู่เบื้องหลัง ว่ากันว่ามีรสชาติแบบแฮนด์เมดให้เลือกถึง 20 แบบ แต่ถ้าอยากจัดมื้อหนัก ๆ ต้องไปที่ “กิวโฮ ยัตสึยามาดะ” ลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยของเนื้อคุโรเกะวากิว “เนื้อวัวฟูกุชิมะ” และ “เนื้อหมูฮายามะโคเก็น” แบรนด์เนื้ออันเรื่องชื่อของจังหวัดฟุกุชิมะ
ห้ามพลาดราเม็งน้ำดำของโคริยามะ “มาซูยะ ฮนเต็น ไดชิน” ร้านราเม็งที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 1868 และเป็นร้านยอดนิยมมาตั้งแต่ยุคไทโช ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นอาหาร 100 ปี โดยสำนักงานกิจการวัฒนธรรมด้วย หรือจะลองบะหมี่มาเซโซบะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างซอสรสเข้มข้นกับเส้นหมี่หนาเป็นพิเศษของร้าน “รินรินเต มาเซโซบะ โคริยามะ” แล้วอย่าลืมแวะ “ไฮไรยะ ฮนเต็น” ร้านผู้จำหน่ายและผลิตอาหารหมักเพื่อสุขภาพ ทั้งเหล้าสาเกหวานที่ทำจากข้าวโคจิ 100% ผักดองซาโกฮาจิโคจิดิบและถั่วแดงหมัก ที่นี่มีเวิร์คชอปทำมิโซะด้วยตัวเอง เสร็จแล้วหิ้วกลับไปไว้ทำกับข้าวกินที่บ้านได้เลย
โคริยามะไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปีไม่ใช่เฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพราะต่อเนื่องไปช่วงฤดูร้อนราวเดือนมิถุนายน กุหลาบหลากหลายสายพันธุ์จะบานสะพรั่งไปทั่วสวนไคเซซัง จนไปช่วงปลายฤดูร้อนราวกลางเดือนสิงหาคม “ทุ่งดอกทานตะวัน” บนที่ราบสูงนุโนะบิกิท่ามกลางกังหันลม ขยับต่อไปช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน “สวนเรียวคุซุยเอ็น” เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม เมื่อฤดูหนาววนกลับมาอีกครั้งทะเลสาบอินะวะชิโระจะมีหงส์กว่าพันตัวอพยพมาอาศัยท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาบันได โดยมี “บันได อะตะมิ อนเซ็น” อนเซ็นชื่อดัง ว่ากันว่าน้ำแร่ของที่นี่มีคุณสมบัติช่วยในการบำรุงผิวพรรณ
เดินทางมาโคริยามะไม่ยากเพราะที่นี่มีสถานีรถไฟชินคันเซ็นตั้งอยู่ ถ้ามาจากเซนไดจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่ถ้ามาจากโตเกียวจะใช้เวลาประมาณ 80 นาที