โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต. เตือน 118 คนไทยเร่งออกจาก ‘เลบานอน’ ด่วน! พร้อมหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 02.05 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 02.05 น. • The Bangkok Insight

กต. เตือน 118 คนไทยเร่งออกจาก "เลบานอน" ด่วน! ขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ฉุกเฉินในตะวันออกกลาง โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยงที่ "อิหร่าน" ว่า ปัจจุบันมีคนไทยลงทะเบียนอพยพ 117 คน โดยรอบแรกวันที่ 7 มีนาคม เดินทางออก 18 คน และรอบที่สองวันที่ 10 มีนาคม เดินทางออก 49 คน เนื่องจากบางส่วนต้องดำเนินการเอกสาร Exit Visa

เลบานอน

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน เพื่อเร่งรัดเอกสาร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กรมการกงสุลได้เดินทางไปยัง "ตุรกี" เพื่ออำนวยความสะดวกการอพยพทางบกจากอิหร่านไปต่อเครื่องกลับไทย

ส่วน "เลบานอน" มีคนไทยพำนักอยู่ 118 คน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประกาศขอให้คนไทยออกจากเลบานอนโดยเร็ว ขณะที่ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและลงทะเบียนข้อมูลติดต่อเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน ที่ "บาห์เรน" มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางกลับแล้ว 917 คน โดยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ได้พาคนไทยกลุ่มแรก 9 คน ข้ามไปยังเมืองดัมมัม ใน "ซาอุดีอาระเบีย" เพื่อขึ้นเครื่องกลับไทย และจะทยอยเดินทางเพิ่มเติม

สำหรับ "คูเวต" และ "กาตาร์" น่านฟ้ายังคงปิด สถานเอกอัครราชทูตติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และประเมินเส้นทางอพยพเพิ่มเติมหากจำเป็น ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ยังอำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับ และสำรวจเส้นทางรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง

เลบานอน

นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงานและโฆษกกระทรวงแรงงาน ระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง 61,396 คน ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (วอร์รูม) และชะลอการส่งแรงงานไปยังประเทศเสี่ยงเป็นการชั่วคราว พร้อมส่งเสริมการใช้แอปพลิเคชัน 'Smart TOEA' เพื่อสื่อสารและระบุตำแหน่งในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งมอบหมายสำนักงานแรงงานจังหวัดดูแลครอบครัวแรงงานอย่างใกล้ชิด

นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ได้ติดตามผลกระทบด้านราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และยังไม่พบปัจจัยที่ต้องปรับขึ้นราคา สินค้ายังเพียงพอ ระบบกระจายสินค้าปกติ พร้อมบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบทั่วประเทศ หากพบการกักตุนหรือปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเปิดสายด่วน 1569 รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...