โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สุรเกียรติ์’ ชี้รูปแบบอุทกภัยเปลี่ยน คล้าย slow tsunami เตือนปรับตัวรับมือ

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 02.53 น. • The Bangkok Insight

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว ศูนย์กันก่อนท่วม ดึงภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ร่วมคิดทางออกอุทกภัยไทย "สุรเกียรติ์ เสถียรไทย" ชี้รูปแบบอุทกภัยเปลี่ยน เสนอกลไกความร่วมมือ ประชาชนต้องปรับตัว รับมือสภาพภูมิภากาศเปลี่ยนแปลง

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานWater Resilience Forum 2026 ในหัวข้อ พวกเรา…จะรักษาเมืองไว้ให้ลูกหลานอย่างไร ว่า ภัยน้ำท่วมไม่ใช่เพียงความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน แต่คือการทำลายชีวิตทั้งชีวิต ตั้งแต่โอกาสทางการศึกษา สุขภาพจิตของครอบครัว จนถึงความเหลื่อมล้ำและความมั่นคงของสังคม

สุรเกียรติ์

ทั้งนี้ โดยเฉพาะหากเกิดอุทกภัยในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในอย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 10 ล้านบาทต่อนาที ก่อให้เกิดผลกระทบทางสังคมที่ไม่อาจประเมินค่าได้

ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวว่า ในฐานะรองประธานที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ซึ่งทำงานด้านอุทกภัยมากว่า 30 ปี พบว่า รูปแบบอุทกภัยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา จากเดิมที่เน้นการช่วยเหลือระยะสั้น เช่น ถุงยังชีพหรือการตั้งโรงครัวพระราชทานในช่วง 3-7 วัน กลายเป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่มาเร็วและไปเร็ว ทำให้ความช่วยเหลือระยะสั้นลดความจำเป็นลง

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายเชิงโครงสร้าง เช่น บ้านเรือนพังเสียหาย กลับเพิ่มขึ้น มูลนิธิฯ จึงปรับแนวทางการทำงานไปสู่การฟื้นฟูระยะยาว โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมด้วย เช่น การสร้างบ้านใต้ถุนสูงในจ.สุโขทัยตามแบบที่ชาวบ้านเสนอ

ยกตัวอย่างอุทกภัยรูปแบบใหม่ที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยประสบภัยรุนแรงในรอบกว่า 50 ปี แต่น้ำท่วมครั้งนั้นมาพร้อมโคลนหนา ทำให้น้ำลดแล้วแต่ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานถึงสามเดือน เนื่องจากโคลนแข็งตัวจนไม่สามารถขุดลอกได้ด้วยแรงงานคน ต้องพึ่งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ส่งผลให้การช่วยเหลือไม่ใช่เพียงการเข้าเร็วออกเร็ว แต่ต้องอยู่ดูแลจนเกือบเป็นหน่วยสุดท้ายในพื้นที่

ส่วนอุทกภัยอีกหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น หาดใหญ่ แพร่ สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา มีลักษณะคล้าย slow tsunami น้ำไหลแรงบนถนนจนเรือกู้ภัยไม่สามารถเข้าถึงได้ บางกรณีเกิดอันตรายจากไฟฟ้าดูดเมื่อใช้เรือโลหะ ทำให้ชุมชนต้องคิดค้นนวัตกรรมเรือจากวัสดุผสมพลาสติกและไฟเบอร์ขึ้นมาเอง

เหตุการณ์เหล่านี้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ด้วยวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการติดตาม atmospheric river หรือการประเมินระดับน้ำทะเลหนุนสูงพร้อมกันทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ปัญหาคือการเตรียมพร้อมและระบบบรรเทาทุกข์ของประเทศไทยยังคงใช้แนวคิดแบบเดิมเมื่อ 30 ปีก่อน ทั้งที่โลกกำลังเผชิญ climate change, climate crisis และ climate catastrophe อย่างต่อเนื่อง

adaptation คือเรื่องสำคัญ เราต้องตั้งคำถามว่าเราจะอยู่กันอย่างไร บ้านเรือนควรออกแบบแบบไหน ใต้ถุนต้องสูงแค่ไหน พื้นที่ใดมีความเสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่เป็นเรื่องทางสังคมที่รัฐต้องรับผิดชอบ

ที่มา: ThaiPublica

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...