‘ธรรมนัส’ ยิ้มสู้กระแสหลุดโผรัฐบาล ลั่น ถ้ามีวาสนาจะกลับมาทำให้ดีกว่าเดิม
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 05.50 น. • The Bangkok Insight'ธรรมนัส' ยิ้มสู้กระแสหลุดโผรัฐบาล ลั่นอาจไปไม่นาน ถ้ามีวาสนาจะกลับมาทำให้ดีกว่าเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 มี.ค.) ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการยกระดับมาตรฐานเชื่อมโยงเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนสหกรณ์สู่ความยั่งยืน โดยร.อ. ธรรมนัส เดินทางมาถึงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติงานครั้งแรกภายหลังมีกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยปิดดีลจัดตั้งรัฐบาล 291 เสียง โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม
ในช่วงหนึ่งของการกล่าวถ้อยแถลง ร.อ. ธรรมนัส ระบุว่า ไม่ว่าตนเองจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ตนเองอาจจะไปแล้วไปไม่นาน และอาจกลับมาเหมือนที่ทุกคนเคยเห็น หากมีวาสนาได้กลับมา ดูแลพี่น้องเกษตรกรก็จะทำให้ดีที่สุด แต่หากถึงเวลาที่ต้องมีการเปลี่ยนผ่าน ก็อยากฝากให้ข้าราชการทุกท่านตระหนักอยู่เสมอว่าท่านคือข้าของแผ่นดิน ต้องสำนึกว่าหากไม่มีแผ่นดินนี้ ไม่มีประชาชน หรือไม่มีพี่น้องเกษตรกร กรมต่างๆ ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คงไม่มีงานทำ ดังนั้นต้องสำนึกว่าเราเป็นข้าของพี่น้องประชาชนในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และต้องตระหนักเรื่องนี้ให้ดี
ร.อ. ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดและรัฐมนตรีช่วยนั้นไม่จีรัง มาแล้วก็ไป มีการเปลี่ยนผ่านรุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่ครอบครัวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น หากรับราชการตั้งแต่เริ่มต้นจะมีอายุงานเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 34 ปี ที่นี่จึงเป็นบ้านและเป็นครอบครัวของเรา ทุกคนต้องรักในหน้าที่และรักองค์กร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แม้การเปลี่ยนผ่านผู้นำโดยนักการเมืองจะเป็นเรื่องปกติที่คนนั้นมาคนนี้ไป และนโยบายอาจไม่ต่อเนื่อง แต่ข้าราชการจะต้องมีหลักในการทำงาน
ทั้งนี้ ตนเองอยู่กับข้าราชการมานาน ตั้งแต่หลายท่านยังเป็นข้าราชการระดับเด็กๆ ซึ่งตนเองยอมรับว่าเป็นคนเอาจริงเอาจังและจ้ำจี้จ้ำไชกับทุกเรื่อง แต่หากเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของลูกน้อง ใครเดือดร้อนมาก็ไม่เคยปฏิเสธการช่วยเหลือ ทว่าในเรื่องของงานนั้นต้องเน้นให้มีคุณภาพ จึงอยากฝากทิ้งท้ายว่าการเป็นข้าราชการที่ดีต้องสำนึกในหน้าที่ เพราะทุกวันนี้ที่มีเงินเลี้ยงครอบครัวได้ก็เพราะสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้นต้องทำงานให้เต็มที่ตั้งแต่วันเริ่มงาน 8 โมงเช้า จนถึงเวลาเลิกงาน 4 โมงเย็น โดยใช้เวลาที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ธรรมนัส-นฤมล นำทีม กล้าธรรม รายงานตัว ย้ำชัด! ยังไม่ได้คุยภูมิใจไทย
- ‘ธรรมนัส’ เปิดใจ ‘สส.ชนนพัฒฐ์‘ โทรปรึกษาเจอ DSI ค้นบ้าน
- นายกฯ อนุทิน ลาป่วย! ให้ พิพัฒน์ นั่งหัวโต๊ะแทน ธรรมนัส-อัครา ลาด้วย
ติดตามเราได้ที่