โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามอิหร่านเขย่าตลาดพลังงาน “เมทานอล” พุ่ง 24% เสี่ยงกระทบไบโอดีเซลเอเชีย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 16.25 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 09.25 น.

ราคาส่งมอบ "เมทานอล" ในอาเซียนพุ่งแรงที่สุดในรอบ 20 ปี หลังสงครามอิหร่านฉุดการขนส่งสินค้าพลังงานหยุดชะงัก เสี่ยงกระทบการผลิตไบโอดีเซลของอินโดนีเซีย

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 15.39 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าสงครามในอิหร่านกำลังส่งแรงกระทบไปยังอีกส่วนหนึ่งของตลาดพลังงานโลก เมื่อราคาของเมทานอล (Methanol) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การปรับตัวขึ้นของราคาเมทานอลอาจทำให้การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากพืชลดลง และยิ่งซ้ำเติมปัญหาความตึงตัวด้านพลังงานของภูมิภาค โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก และนำปาล์มน้ำมันจำนวนมากมาแปรรูปเป็น ไบโอดีเซล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพในน้ำมันเชื้อเพลิงตามนโยบายของรัฐบาล

เมทานอลมีบทบาทสำคัญในกระบวนการดังกล่าว เนื่องจากใช้เป็นสารช่วยแยกและแปรรูปน้ำมันพืชให้กลายเป็นเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตามราคาของสารเคมีชนิดนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังการขนส่งทางเรือในภูมิภาคหยุดชะงักเกือบทั้งหมด ท่ามกลางการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้การขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญจำนวนมากที่มักส่งไปยังเอเชียได้รับผลกระทบ

ก่อนหน้านี้QatarEnergy ได้ประกาศระงับการผลิตผลิตภัณฑ์ปลายน้ำหลายรายการ รวมถึงเมทานอล หลังโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดใหญ่ของบริษัทต้องหยุดดำเนินการ

ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาด Polymer Update ระบุว่าราคาส่งมอบเมทานอลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งขึ้น 24% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สู่ระดับ 402 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550

ผู้ค้าสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า หากการหยุดชะงักของการขนส่งยังคงดำเนินต่อไป สต็อกเมทานอลในอินโดนีเซียอาจลดลงอย่างรวดเร็ว และการผลิตไบโอดีเซลอาจไม่สามารถบรรลุโควตาการผลิตรายเดือนของรัฐบาลได้เร็วที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายน

สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้ปัญหาพลังงานในภูมิภาคตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก และกำลังเผชิญผลกระทบจากการชะลอตัวของการขนส่งน้ำมันและก๊าซ

ในอดีต เชื้อเพลิงชีวภาพ ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญที่จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานภายในประเทศ

ขณะเดียวกันราคาน้ำมันพืชก็ปรับตัวสูงขึ้นหลังสงครามปะทุ โดยราคาน้ำมันปาล์มเคยพุ่งขึ้นสูงถึง 10% ในวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมไบโอดีเซลของอินโดนีเซียยังคงดำเนินการได้ตามปกติในขณะนี้ และกำลังมองหาทางเลือกในการจัดหาเมทานอล หากความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป

Catra De Thouars รองประธานสมาคมผู้ผลิตไบโอฟูเอลของอินโดนีเซีย (Aprobi) ระบุว่า อุปทานเมทานอลในประเทศยังเพียงพอสำหรับอีกประมาณ 2 เดือน หากไม่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอุตสาหกรรมอาจหันไปนำเข้าจากประเทศอื่น เช่น มาเลเซียและบรูไน เพื่อชดเชยช่องว่างของอุปทานบางส่วน

อย่างไรก็ตามหากสงครามยืดเยื้อ ความเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่ เนื่องจากอินโดนีเซียนำเข้าเมทานอลส่วนใหญ่จากตะวันออกกลาง ขณะที่กำลังการผลิตภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...