โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เงินกองทุนน้ำมันไหลออกวันละ 700 ล้าน ต้องรื้อโครงสร้างราคา ค่าการกลั่น

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 22.24 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 23.59 น.

จากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยล่าสุดขยับขึ้นไปแตะระดับ 106-108 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งทั่วโลก แต่นี่คือบททดสอบครั้งสำคัญของสำหรับประเทศไทยด้วย

ศาสตราจารย์ ดร. พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ได้เข้าสู่ภาวะติดลบแล้วประมาณ 700 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วมากจากเดิมที่เคยเป็นบวกกว่า 2,000 ล้านบาทในช่วงก่อนเกิดสถานการณ์สู้รบ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินกองทุนไหลออกอย่างรวดเร็วคือ นโยบายการตรึงราคาดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ในขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูป ณ โรงกลั่นสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ราคาพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของน้ำมันดิบเสียด้วยซ้ำ

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันต้องควักเงินอุดหนุนดีเซลถึงลิตรละประมาณ 11.60 - 12 บาท เมื่อคำนวณจากปริมาณการใช้ดีเซลของคนไทยวันละ 60 ล้านลิตร เท่ากับว่ากองทุนน้ำมันมีภาระต้องจ่ายเงินอุดหนุนสูงถึงวันละ 700-800 ล้านบาท

ดร. พรายพล คาดการณ์ว่าเมื่อครบกำหนดการตรึงราคา 15 วัน (ประมาณวันที่ 17 มีนาคม) สถานะกองทุนน้ำมันอาจจะติดลบสะสมสูงถึง 3,000 - 4,000 ล้านบาท และหากสถานการณ์โลกยังไม่คลี่คลาย ภาระการอุดหนุนอาจพุ่งสูงถึงวันละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง

โครงสร้างราคาและ "ค่าการกลั่น"

ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางคือ "ค่าการกลั่น" ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 100% จากเดือนกุมภาพันธ์ ดร. พรายพล อธิบายว่าโครงสร้างราคาขายปลีกของไทยอ้างอิงราคาหน้าโรงกลั่นที่สิงคโปร์เป็นหลัก ซึ่งรวมค่าการกลั่นที่กำหนดโดยกลไกตลาดโลกไว้ด้วย ในช่วงที่น้ำมันขาดแคลนหรือความต้องการสูง ค่าการกลั่นจะดีดตัวสูงขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นภาระแฝงในราคาที่คนไทยต้องจ่าย

ดร. พรายพล เสนอว่าหลังพ้นวิกฤตครั้งนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้อง "สังคยนา" โครงสร้างราคาใหม่ โดยอาจพิจารณาปรับสูตรการคิดราคาอ้างอิง เช่น การเลือกใช้ราคาจากโรงกลั่นที่มีราคาต่ำสุดในสิงคโปร์เป็นเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) เพื่อทำให้โรงกลั่นในประเทศต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมถึงการกำหนดเพดานค่าการกลั่นในภาวะไม่ปกติ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคมากขึ้น

กู้เงิน-ปรับราคา-กระจายแหล่งซื้อ

สำหรับมาตรการเร่งด่วน ดร. พรายพล มองว่าการออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อกู้เงินมาชดเชยเงินกองทุนน้ำมันเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้เนื่องจากสถานะกองทุนติดลบอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ควรตรึงราคาไว้ที่ 30 บาทตลอดไป แต่ควรใช้วิธีผ่อนคลาย โดยยอมให้ราคาขายปลีกขยับขึ้นทีละน้อย เช่น ครั้งละ 30-50 สตางค์ เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังและลดอัตราการไหลออกของเงินกองทุน

ในเชิงโครงสร้าง ดร. พรายพล เน้นย้ำเรื่องการแยกภาระการอุดหนุนก๊าซหุงต้ม (LPG) ออกจากกองทุนน้ำมัน โดยมองว่ากองทุนน้ำมันควรทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพราคา ไม่ใช่อุดหนุนราคาแบบถาวร หากรัฐบาลต้องการช่วยผู้มีรายได้น้อยในเรื่อง LPG ควรใช้เงินจากงบประมาณส่วนอื่นหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทน เพื่อให้กองทุนน้ำมันกลับมาทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

นอกจากนี้ บทเรียนจากสงครามครั้งนี้ชี้ให้เห็นความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางมากเกินไป ดร. พรายพล เสนอให้ไทยเร่งกระจายแหล่งซื้อพลังงาน (Diversify) ไปยังภูมิภาคอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่การพิจารณาดีลพลังงานกับ "รัสเซีย" ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการระบายสินค้าเนื่องจากถูกคว่ำบาตรจากตะวันตก แม้จะมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงในการส่งมอบหรือการชำระเงิน แต่ ดร. พรายพล เชื่อว่ารัสเซียพร้อมจะส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอยู่แล้ว และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-รัสเซียที่ดียังเป็นโอกาสสำคัญในการเจรจา

อย่างไรก็ตาม ดร.พรายพลย้ำว่า แม้รัฐบาลจะมีสำรองน้ำมันเหลืออยู่ประมาณ 60-90 วัน แต่หากสถานการณ์ลากยาวเกิน 1-2 เดือน ปัญหาการขาดแคลนอาจเริ่มปรากฏในพื้นที่ห่างไกล ดร. พรายพล จึงสนับสนุนให้รัฐบาลขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชนในการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง เช่น การใช้มาตรการ Work From Home หรือการจำกัดการใช้ไฟ

"ทุกอย่างล้อไปกับมิติทางการเมืองเสมอ แต่วิกฤตครั้งนี้เป็นบทเรียนให้เราต้องเร่งทำแผน PDP ฉบับใหม่ พึ่งพาฟอสซิลให้น้อยลง และกระจายความเสี่ยงให้เร็วขึ้น" ดร. พรายพล กล่าวทิ้งท้าย พร้อมเตือนประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนกจนถึงขั้นกักตุนน้ำมันไว้ที่บ้าน เพราะนอกจากจะไม่จำเป็นแล้ว ยังก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงจากอัคคีภัยอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...