จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเหตุวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 5 แห่งนราธิวาส
(17ม.ค.69) ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาด้านทรัพย์สินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง 5 แห่งในพื้นที่ 5 อำเภอ (ระแงะ, จะแนะ, เจาะไอร้อง, แว้ง และสุไหงโกลก) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมาเปิดตัวเลขเยียวยา 21.7 ล้าน – ฟื้นฟูแล้ว 90%
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฯ จังหวัดนราธิวาส พบว่าความเสียหายครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 20 ราย รวมรายการทรัพย์สินที่เสียหาย 36 รายการ โดยคณะกรรมการฯ มีมติอนุมัติวงเงินช่วยเหลือรวมทั้งสิ้น 21,723,176.42 บาท
สำหรับรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายหลักประกอบด้วย: โครงสร้างสถานีบริการน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ (7-11) ร้านกาแฟ Cafe Amazon และร้านค้าปลีกในบริเวณปั๊ม อาคารสำนักงาน, ศูนย์อาหาร, อาคารละหมาด และโรงแรมที่พัก ยานพาหนะ (รถยนต์และรถจักรยานยนต์) รวมถึงทรัพย์สินส่วนบุคคลอย่างโทรศัพท์มือถือ
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ระบุว่า ขณะนี้กระบวนการฟื้นฟูในภาพรวมคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% โดยอาศัยความรวดเร็วในการสำรวจ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างช่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และทีมจังหวัด ทำให้สรุปตัวเลขความเสียหายได้ภายใน 7 วัน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 10 วัน
สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาในครั้งนี้ ผู้ว่าฯ นราธิวาส อธิบายถึงขั้นตอนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องตามระเบียบราชการ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
- รอบแรก : จ่ายทันทีในวันนี้ (17 มกราคม) เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องในการปรับปรุงกิจการ
- รอบที่สอง : ดำเนินการภายใน 7 วันหลังจากนี้ 3. รอบที่สาม (เก็บตก): ภายใน 5 วันสุดท้าย เพื่อเคลียร์ส่วนต่างจาก
"ค่าสินไหมทดแทน" ของบริษัทประกันภัย โดยรัฐจะจ่ายสมทบในส่วนที่ประกันครอบคลุมไม่ถึงตามความเสียหายจริง
เราให้คำมั่นกับผู้ประกอบการว่าจะต้องจบภายใน 10 วัน วันนี้ผ่านมา 7 วันเราจ่ายรอบแรกได้ทันที ส่วนหัวจ่ายน้ำมันที่เสียหายเป็นหน้าที่ของ ปตท. (OR) ซึ่งกำลังเร่งติดตั้งเพื่อให้ปั๊มกลับมาเปิดให้บริการได้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและขวัญกำลังใจให้นักธุรกิจในพื้นที่" นายบุญช่วย กล่าว
สำหรับมาตรการความปลอดภัยเนื่องจากพื้นที่ชายแดนถูกโจมตีบ่อยครั้ง นายบุญช่วยเปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้ประชุมร่วมกันทุกวันเพื่ออุดช่องโหว่ โดยเน้นไปที่การ "ซีลชายแดน" (Border Sealing) อย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ เตรียมประสานงานกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ผ่านกงสุลใหญ่ฯ เพื่อจัดประชุมหารือร่วมกันในเร็วๆ นี้ โดยจะมุ่งเน้นไปที่การควบคุมเส้นทางข้ามแดน ท่าข้ามธรรมชาติ และการตรวจสอบเรือข้ามฝั่ง เพื่อสกัดกั้นทั้งกลุ่มก่อความไม่สงบและการขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย/ยาเสพติด ซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่
#ข่าวเวิร์คพอยท์23