โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เคล็ดลับการปลูกองุ่นดำไร้เมล็ด "บิวตี้ ซีดเลส"

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 16.07 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2560 เวลา 08.16 น.

องุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส (BEAUTY seedless) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์องุ่นไร้เมล็ดที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะมีรสชาติอร่อย หวานกรอบ ผลทรงผลรี มีขนาดปานกลาง สีดำ ช่อใหญ่ ออกดอกติดผลง่าย อายุต่ำ หลังตัดแต่งกิ่งจะเก็บผลผลิตได้ในระยะเวลาประมาณ 4 เดือนครึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูและสภาพพื้นที่เป็นหลัก

เนื่องจากองุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส มีรสชาติอร่อย หวานกรอบและมีคุณประโยชน์ดีต่อร่างกาย มีสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์ น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโคส วิตามินซี เหล็ก และ แคลเซียม ช่วยบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลังอีกด้วย ดังนั้นผู้บริโภคและร้านอาหารบางแห่งจึงนิยมนำองุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส ไปคั้นเป็นน้ำองุ่นสดจำหน่ายในท้องตลาด

บิวตี้ ซีดเลส เป็นสายพันธุ์องุ่นต่างประเทศ ที่ถูกนำเข้ามาปลูกในเมืองไทยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน โดยทั่วไป องุ่นบิวตี้ ซีดเลส เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ เมื่อปลูกในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น ปัจจุบัน องุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส นับเป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินที่ สร้างรายได้อย่างดีให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก

หากปลูกองุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส อย่างถูกวิธีจะมีผลผลิต ภายในเวลา 8-12 เดือน องุ่นพันธุ์นี้สามารถบังคับให้ออกผลได้ 2 ปี 5 ครั้ง ผู้ปลูกองุ่นสามารถคืนทุนได้ภายใน 1-2 ปี สามารถยตัดแต่งกิ่งให้มีผลผลิตออกได้ทุกเดือน แต่ที่นิยมมากคือ การตัดแต่งกิ่งให้มีผล ผลผลิตแก่เก็บเกี่ยวตรงกับช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ ตรุษจีน เป็นต้น

สำหรับเกษตรกรมือใหม่ที่สนใจปลูกองุ่นสายพันธุ์นี้ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงปางอุ๋ง สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กรมส่งเสริมการเกษตรมีคำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกและดูแลรักษาองุ่นบิวตี้ ซีดเลส ดังต่อไปนี้

การขยายพันธุ์องุ่นและการดูแล

องุ่นบิวตี้ ซีดเลส สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น การตัดกิ่ง ปักชำ การตอน การติดตา การเสียบยอด ทั้งนี้ เกษตรกรควรใส่ใจเรื่องการเตรียมแปลงปลูก เพราะองุ่นจะเจริญเติบโตเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับการเตรียมดินเป็นสำคัญ ควรปลูกองุ่นในระยะห่างระหว่างต้นและแถวที่ 6-8 เมตร ขนาดของหลุม 70x70x30 เซนติเมตร

เกษตรกรควรทำค้างองุ่นแบบราวตากผ้า ความสูงของค้างประมาณ 1.80 เมตร ความกว้างด้านบนของค้างสูง กว้างประมาณ 3 เมตร ใช้ลวด เบอร์ 14 ขึงให้ตึงระหว่างหัวแปลง-ท้ายแปลง ระยะระหว่างลวดประมาณ 25 เซนติเมตร จากนั้นควรจัดโครงสร้างของกิ่ง ทั้งกิ่งหลักและกิ่งสาขาเพื่อให้ผลผลิตต่อต้นจำนวนมาก และทุกกิ่งอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กิ่งหลักอย่างเป็นระเบียบ และสมบูรณ์เสมอกัน การจัดการทรงต้นที่แนะนำคือ ทรงต้นแบบตัว H และสร้างกิ่งแบบก้างปลา จากกิ่งแขนงที่เกิดขึ้นอยู่ทุกข้อของเถ้า ซึ่งเป็นเทคนิคช่วยเพิ่มผลผลิตอีกทางหนึ่ง

การจัดเถาและช่อองุ่น

เมื่อเห็นช่อดอกยืดยาวออกมา ดอกจะบาน หรือหลังจากตาองุ่นแตกได้ 2-3 สัปดาห์ ควรปลิดตาข้างออกให้หมดเพื่อยืดอายุยอดองุ่นที่แตก และมีช่อดอกให้ยาวขึ้น หลังจากดอกบานจนติดผลเล็กๆ แล้วควรผูกเถาติดกับค้างหรือดูความยาวของเถา ประมาณ 80-100 เซนติเมตร

การปลิดผล

หลังตัดแต่งกิ่งประมาณ 35 วัน ควรตัดปลายช่อองุ่น 1 ใน 4 ของความยาวช่อ หรือความยาวเท่ากับถาดโฟมที่ใส่องุ่น เพราะผลที่ปลายช่อโดยมากไม่มีคุณภาพ ควรปลิดผลไม่ให้ผลในช่อมีมากเกินไป ปลิดผลที่มีขนาดเล็ก ผลที่ไม่ได้รูปทรง ผลที่เกิดจากโรคแมลงออกไป ให้มีผลเหลือในช่อโปร่ง 1 ช่อ ประมาณ 50-80 ผล ตามความเหมาะสมของช่อ

การให้ปุ๋ยและน้ำ

เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยวิทยาศาสตร์ร่วมกัน โดยใส่ปุ๋ยคอกบนผิวดินรอบต้นองุ่นให้ทั่วแปลง อัตรา 1 กระสอบปุ๋ย ต่อต้น หลังจากเก็บผลองุ่นแล้วก่อนตัดแต่งกิ่งครั้งต่อไป ส่วนปุ๋ยวิทยาศาสตร์ โดยมากมีสูตรปุ๋ยแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุของต้นองุ่น

ระยะที่ต้นยังเล็ก หรือยังไม่ได้ตัดแต่ง ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-0-0 สูตร 15-15-15 สูตร 20-20-20 สูตร12-24-12 อัตรา ต้นละ 300-500 กรัม ต่อต้น ร่วมด้วยปุ๋ยคอก 10 กิโลกรัม ต่อต้น

ระยะที่สอง ให้ใส่ปุ๋ยเกรดเดียวกันระยะแรก เมื่อดอกบานแล้ว 15 วัน หลังการตัดแต่งกิ่งได้ประมาณ 45 วัน

ระยะที่สาม เมื่อองุ่นเริ่มเข้าสี ระยะนี้ควรใส่ปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น สูตร 13-13-21 สูตร 8-24-24 สูตร 0-52-34 สูตร 0-0-50 ต้นละ 300-500 กรัม หรือใส่ก่อนเก็บผลประมาณ 15-30 วัน ซึ่งจะทำให้ผลองุ่นมีคุณภาพสูง ผิวสวย หวาน กรอบ

ทั้งนี้เกษตรกรควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ระยะติดผลและผลกำลังพัฒนาไม่ควรขาดน้ำ ระยะก่อนเก็บผลผลิต 1-2 สัปดาห์ ควรงดการให้น้ำหรือรดน้ำให้น้อยที่สุด เพื่อจะทำให้ผลมีคุณภาพดี น้ำตาลในผลสูง ผลไม่นิ่ม มีผิวสวย รสชาติหวาน กรอบ อร่อย การปลูกองุ่นให้ได้คุณภาพดี จำเป็นต้องป้องกันเรื่องโรคและแมลงอย่างใส่ใจ ควรคลุมพลาสติกบนค้างองุ่น เพื่อป้องกันน้ำค้าง ซึ่งจะนำโรคเชื้อราน้ำค้างมาสู่ผลองุ่นได้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงปางอุ๋ง จังหวัดเชียงใหม่ได้ที่ โทร. (053) 381-326

เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2017

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เคล็ดลับการปลูกองุ่นดำไร้เมล็ด “บิวตี้ ซีดเลส”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...