สกู๊ปอาชญากรรม : ย้อนเหตุสยอง "พระราม 2" อุบัติเหตุทางวิศวกรรมซ้ำซาก คร่าชีวิตแล้วหลายศพ
">
"ถนนพระราม 2" หรือทางหลวงหมายเลข 35 เจ้าของฉายา "ถนนเจ็ดชั่วโคตร" ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางหลักสัญจรสู่ภาคใต้เท่านั้น แต่ในหน้าประวัติศาสตร์วิศวกรรมไทยกลับถูกจารึกว่าเป็นพื้นที่แห่ง "บทเรียนราคาแพง" จากอุบัติเหตุการก่อสร้างที่เกิดขึ้นซ้ำซากอย่างน่าสลดใจ
หากกางตัวเลขในเชิงสถิติตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนเส้นนี้รวมกว่า 2,242 ครั้ง คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว กว่า 132 ราย และมีผู้บาดเจ็บสะสมอีก กว่า 1,305 คน ซึ่งหากวิเคราะห์ลึกลงไปจะพบว่ารูปแบบความตายบนถนนสายนี้มีการวิวัฒนาการอย่างน่ากลัว
ในช่วงปี 2561-2563 อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากปัจจัยทางกายภาพพื้นฐาน อาทิ การบีบช่องจราจร ป้ายเตือนที่ไม่ชัดเจน หรือการวางแบริเออร์กีดขวางที่ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนทั่วไป
แต่ทว่าตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา โฉมหน้าของอุบัติเหตุกลับรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเกี่ยวข้องโดยตรงกับ “ความล้มเหลวทางโครงสร้างวิศวกรรม” (Engineering Structural Failure) ข้อมูลทางสถิติเผยลำดับเหตุการณ์ที่ลดความเชื่อมั่นของผู้ใช้เส้นทางอย่างต่อเนื่อง
เริ่มจากเหตุการณ์สลดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2565 บริเวณโครงการมอเตอร์เวย์สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว เมื่อคานเหล็กส่งกำลังหรือ Launcher เกิดการพลิกตัวจนชิ้นส่วนคอนกรีตหล่นทับรถยนต์เบื้องล่าง
ถัดมาเพียงไม่กี่วันในวันที่ 31 กรกฎาคมปีเดียวกัน คานสะพานกลับรถหน้าโรงพยาบาลวิภารามได้พังถล่มลงมาทับรถยนต์ซ้ำอีกครั้ง คร่าชีวิตผู้คนไป 2 ราย ตอกย้ำถึงความเปราะบางของมาตรการความปลอดภัยในขณะนั้น
ความสูญเสียยังคงหลอกหลอนอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 เกิดเหตุคานคอนกรีตหล่นทับคนงานเสียชีวิตบริเวณหน้าด่านเก็บเงินบางกระดี่ จนกระทั่งเข้าสู่ต้นปี 2567 ที่ยังมีเหตุวัสดุก่อสร้างและน้ำปูนตกหล่นใส่รถประชาชนรายวัน
และล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 15 มกราคม 2569 ฝันร้ายได้อุบัติขึ้นอีกครั้งเมื่อเครนก่อสร้างขนาดใหญ่ในโครงการทางต่างระดับกิโลเมตรที่ 30 ช่วงสะพานท่าจีน ตำบลท่าจีน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เกิดถล่มลงมาอย่างรุนแรง
แรงกระแทกมหาศาลทับรถกระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน 2 ฒว 3739 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะทะเบียน 3 ฒห 950 กรุงเทพมหานคร จนสภาพยับเยิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย ซึ่งเป็นคนขับรถทั้งสองคัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
ในเชิงวิศวกรรมศาสตร์ การวิบัติของโครงสร้างเหล่านี้มักมีต้นตอมาจาก "ความล้า" (Fatigue) ของวัสดุที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ ความประมาทในการติดตั้งอุปกรณ์ยึดเหนี่ยว (Bracing) และที่สำคัญคือการขาดระบบตรวจสอบแบบ Real-time Monitor ในพื้นที่ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงจากการจราจรที่หนาแน่นตลอด 24 ชั่วโมง
สถิติที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่า มาตรฐานความปลอดภัย (Safety Protocol) ในไซต์งานก่อสร้างไทยต้องถูกยกระดับจากการแก้ไขหน้างาน สู่การป้องกันเชิงรุกอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้ชื่อของถนนพระราม 2 ถูกจดจำในฐานะอนุสรณ์แห่งความประมาท ที่จองจำชีวิตผู้บริสุทธิ์อีกต่อไป
#พระราม2 #อุบัติเหตุพระราม2 #วิศวกรรมก่อสร้าง #ความปลอดภัยทางถนน #ข่าวสมุทรสาคร #ถนนเจ็ดชั่วโคตร #สถิติอุบัติเหตุ #เครนถล่ม #เครนถล่มพระราม2