อบอวลไปด้วยน้ำตา แม่จุดธูปเรียกลูกชายกลับบ้าน หลังเกิดเหตุรถไฟถูกเครนทับ
วันที่ 15 ม.ค.69 แม่ของผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนหล่นทับรถไฟ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ จุดธูปทั้งน้ำตา เพื่อเชิญดวงวิญญาณของลูกชายอายุ 40 ปี ให้กลับบ้าน บอกว่า ลูกชายเป็นวิศวกรมักจะเดินทางจากกรุงเทพกลับบ้านด้วยรถไฟอยู่เสมอ เพราะเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าเทียบกับการโดยสารอื่น และครั้งนี้ลูกชายก็เลือกรถไฟในการนั่งกลับบ้าน แต่สุดท้ายไปไม่ถึงบ้านต้องมาเสียชีวิตตรงนี้
โดยอยากเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบอย่างเหมาะสม เพราะลูกชายมีอนาคตที่ดีและรายได้ในการดูแลแม่ พอเกิดเหตุขึ้นทำใจไม่ได้ ที่ต้องเสียเสาหลักของบ้านไปแบบนี้ และที่รู้สึกเสียใจมาก คือ ลูกชายตั้งใจจะทำงานเป็นวิศวกรอีก 3 ปี และจะบวชให้แม่ แต่วันนี้ต้องมาจากไป
ขณะที่ทีมข่าวได้สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่กำธูปมาจำนวนมาก จึงเข้าไปสอบถาม ทราบว่า เป็นเจ้าหน้าที่กู้ชีพขององค์การบริหารส่วนตำบลมิตรภาพ ซึ่งได้จัดทีมกู้ชีพกู้ภัยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในจุดเกิดเหตุวานนี้
บอกว่า เมื่อคืนกลับไป นอนไม่หลับ บางคนรู้สึกว่ามีคนตามกลับไปด้วย และเสียงหมาหอน ตลอดจนภาพเหตุการณ์เมื่อวานยังติดตาไม่หาย เนื่องจากช่วงเกิดเหตุโกลาหล พยายามช่วยหลายชีวิตให้รอด แต่ก็ไม่สามารถช่วยออกมาได้ทั้งหมด เนื่องจากอุปสรรคในจุดเกิดเหตุทั้งควันและไฟที่ลุกไหม้ จึงนำธูปมา 32 ดอก ตามจำนวนผู้เสียชีวิต เพื่อมาขอขมาและขอให้ทุกดวงวิญญาณไปสู่สุคติ