โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รวบ2มือบึ้มปั๊มน้ำมันใต้ เค้นขยายผลจับยกแก๊ง

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กอ.รมน.ภาค 4 เผยใช้หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ระบุตัว 5 ผู้ก่อเหตุวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน 11 จุดในจังหวัดชายแดนใต้ได้แล้ว ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้ากระบวนการซักถามแล้ว 2 ราย นายกฯ สั่ง ศอ.บต.เร่งเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายด่วน

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงว่า จากเหตุคนร้ายกระจายกำลังลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 11 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน พื้นที่ตอนกลาง และย่านเศรษฐกิจ พร้อมเร่งเข้าเยียวยาสภาพจิตใจประชาชนและเจ้าของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

ทางด้านความคืบหน้าทางคดี พ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และวัตถุพยานในจุดเกิดเหตุพื้นที่ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองฯ จังหวัดยะลา, ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี และตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ขณะนี้สามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 5 ราย โดยพบว่า 3 ใน 5 ราย มีประวัติเคยก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ปัตตานีและนราธิวาสมาแล้วหลายคดี

นอกจากนี้ ผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืนจำนวน 3 กระบอก ที่คนร้ายใช้ยิงใส่เจ้าของสถานีบริการน้ำมันในอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี พบประวัติเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ยิงเจ้าหน้าที่และราษฎรในพื้นที่อำเภอสายบุรี และอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี รวมถึงเหตุยิงประชาชนเสียชีวิตเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองฯ จังหวัดยะลา และตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส โดยได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด ก่อนจะส่งดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม

ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บพยานหลักฐาน พิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์ ล่าสุดสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 2 คน และสามารถทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วจำนวนมาก เตรียมออกหมายจับและติดตามจับกุม

สำหรับแนวทางการป้องกัน ให้พิจารณากำหนดมาตรการ วิธีปฏิบัติใหม่ และนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการเฝ้าระวัง นอกจากนี้ ให้พิจารณาจัดชุดปฏิบัติการพิเศษที่ผ่านการฝึกระดับชำนาญการ เป็นชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมเข้าควบคุมเหตุการณ์ รวมทั้งปรับปรุงแผนพิทักษ์ป้องกันชายแดนร่วมกับทหาร ในการป้องกันคน อาวุธและอุปกรณ์ระเบิดข้ามผ่านแดน

ผบ.ตร.กล่าวว่า ในเรื่องสถานการณ์รุนแรงจังหวัดชายแดนใต้นั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและได้กำชับการปฏิบัติ ด้านการข่าว มาตรการป้องกัน และการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อมุ่งป้องกันการก่อเหตุร้ายในพื้นที่ ผบ.ตร.จึงได้สั่งการให้ยกระดับแนวทางปฏิบัติในการข่าว การรายงาน การสืบสวน สอบสวน รวมทั้งปรับแผนการปฏิบัติการด้านการข่าวเชิงรุก และแผนการป้องกันการก่อเหตุ บูรณาการหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันและตัดวงจรการก่อเหตุไม่สงบที่มีประสิทธิภาพต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างเดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต ได้เรียกด่วน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) รายงานสถานการณ์กรณีการเกิดเหตุที่ผ่านมา หลังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดเหตุระเบิดพร้อมกัน 11 จุดในปั๊มน้ำมัน ปตท. สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้แสวงหาทางเลือกอื่นให้ผู้ได้รับผลกระทบ เช่น การหาพื้นที่รองรับการค้าชั่วคราว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลสิทธิและสวัสดิการนอกเหนือจากตัวเงินเยียวยา เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

“การเยียวยา ต้องเร็วที่สุด ด่วนที่สุด และต้องให้ได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด ต้องระบุให้ได้ว่าจะแล้วเสร็จกระบวนการวันไหน โดยจะติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเองวันต่อวัน” นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถงานด้านการข่าวในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เราในฐานะ จนท.รัฐ ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หากติดขัดปัญหาเรื่องการช่วยเหลือให้แจ้งมาทันที ทางรัฐบาลพร้อมสนับสนุน” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...