เจาะเบื้องหลัง “marr team” ปลุกความเฟรชให้วงการดนตรียุคใหม่ ด้วยการจับมืออินฟลูฯ สร้างสรรค์เพลงฮิตติดหูทั่วเมือง
“ใครจะคิดว่า กลุ่มคนเล็ก ๆ ที่เริ่มจากความรักในดนตรี
จะเติบโตมาเป็นทีมที่สามารถ
สร้างสรรค์ผลงานเพลงร่วมกันได้”
นี่คือคำตอบจาก “พัด-ปาล์ม” ศิลปินจากวงMEAN ผู้อยู่เบื้องหลัง“marr team” เมื่อถูกถามถึงการทำงานของทีม เราก็รู้ได้ทันทีว่า พวกเขาเปิดโอกาสและมีแพสชันในเสียงเพลงเป็นอย่างมากจนมองว่า "เพลงคือผลิตภัณฑ์" ที่ต้องมีพรีเซนเตอร์เหมือนสินค้าทั่วไป
แม้ไม่มีพื้นฐานทางดนตรีมาก่อน ‘เราไม่ใช่ค่ายเพลง แต่คือพื้นที่สร้างสรรค์ของคนรักดนตรี’ คุณพัดบอกเราด้วยน้ำเสียงที่ดูภาคภูมิใจ
marr team ไม่เหมือนใครตรงที่เขาเน้นทำเพลงร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์เป็นหลัก ไม่ใช่แค่มาช่วยโปรโมตเท่านั้น แต่พรีเซนเตอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของเพลงจริง ๆ ซึ่งจุดนี้แหละที่ทำให้กระบวนการทำเพลงของพวกเขาน่าสนใจสุด ๆ เพราะ marr จะดูว่า “เสียง” และ “คาแรกเตอร์” ของพรีเซนเตอร์เข้ากับเพลงมากแค่ไหน โดยใช้ทั้งความรู้สึกของทีม และเทคโนโลยีอย่าง AI มาช่วยตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่าเพลงที่ออกมาจะโดนใจคนฟังมากที่สุด
วันนี้เราได้มีโอกาสนั่งคุยกับคุณพัด - วรภัทร วงศ์สุคนธ์ และ และคุณปาล์ม - ปวีร์ ปรีชาวีรกุล ซึ่งวันนี้ไม่ได้มาในฐานะศิลปิน แต่เป็นผู้ก่อตั้ง marr team เพื่อเล่าถึงการทำเพลงกับอินฟลูฯ และวิธีการสร้างสรรค์เพลงที่ไม่เหมือนใคร
“marr team” ทีมที่เด่นเรื่องการแต่งเพลง และส่วนแบ่งรายได้จากลิขสิทธิ์
ได้ฤกษ์สนทนา เราก็โยนคำถามแรกเลยว่า จุดเริ่มต้นของ marr team คืออะไร ? โดยคุณพัดบอกว่า marr team มีหลายฝ่ายที่ทำงานร่วมกัน แต่สิ่งที่ทุกคนในทีมมีเหมือนกันคือความเป็น Music Lover และมีสื่อในมือ เช่น TikTok และ Instagram ซึ่งการโปรโมตเพลงจะเริ่มจากทีมงานของเราเอง และเมื่อเพลงถูกโปรโมต ทีมงานก็จะได้ประโยชน์จากการเผยแพร่ผลงานที่สร้างร่วมกัน
“เราคิดว่า ทุกคนในทีมสามารถแต่งเพลงได้
โดยไม่จำเป็นต้องเรียนการทำเพลงมาก่อน”
คุณปาล์ม : ตอนแรกคุณพัดแต่งเพลงคนเดียวเลยครับ แต่หลังจากนั้นก็เปิดเวิร์กช็อปให้ทีมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเพลงภายในสังกัด โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านดนตรี ทุกคนสามารถฝึกแต่งเพลงและร่วมสร้างผลงานได้ ทีมงานยังได้รับส่วนแบ่งจากค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งสร้างรายได้ให้กับผู้แต่งตลอดชีวิต ซึ่งเราได้ร่วมกับ MCT - Music Copyright (Thailand) Ltd. เพื่อจัดเก็บและแบ่งรายได้ให้กับทุกคนที่มีส่วนร่วมในการทำเพลง
จากอินฟลูฯ รีวิวสินค้า สู่ศิลปินที่พรีเซนต์เพลง
มาถึงไฮไลต์ที่เราอยากล้วงลึกให้ได้มากที่สุด อย่างจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์การทำเพลงกับอินฟลูเอนเซอร์กันบ้าง ซึ่ง marr team ถือเป็นบริษัทแรก ๆ ในการพรีเซนต์ Product ผ่าน “เพลง”
คุณพัดและคุณปาล์มอธิบายตรงกันว่า ‘เพลงสำหรับพวกเขาไม่ใช่แค่ผลงานศิลปะ แต่คือผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีพรีเซนเตอร์เหมือนสินค้าทั่วไป’ ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์จึงมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราวของเพลง เพื่อให้เข้าถึงผู้ฟังและสร้างความรู้สึกที่ตรงใจที่สุด
“เรามองว่าเพลงของเรา
คือผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีพรีเซนเตอร์เหมือนสินค้าทั่วไป”
เรามองว่าเพลงของเราคือผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีพรีเซนเตอร์เหมือนสินค้าทั่วไป เช่น การนำเสนอเพลง “ถ้าตลอดกาลมีจริงขอให้มันเกิดกับรักครั้งนี้” โดยอินฟลูเอนเซอร์บิวตี้บล็อกเกอร์อย่าง มิ้นชี่ ที่สามารถดึงดูดคนฟังได้ดี
หรือเพลง “คุมเกม” ที่เราเลือก ตู่ Soundtiss ที่มีภาพลักษณ์สะโพกแห่งชาติ
คุณพัด : เราจะมองหาคนที่สามารถผลิตคอนเทนต์ได้ด้วยตัวเอง เช่น พี่ตู่ ภพธร ที่คนรุ่นใหม่ที่อาจไม่รู้จักกันว่าเขาเป็นนักร้อง ซึ่งเขาทำคอนเทนต์ตลอดเวลา และวิธีการหาคือการทำรีเสิร์ชในโซเชียลมีเดียของคนนั้น โดยทีมต้องหาคลิปที่เขาร้องเพลงให้ได้มากที่สุด เพื่อดูว่าเขาร้องเพลงเป็นยังไง และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวตามที่เราต้องการได้หรือไม่ อีกหนึ่งที่เรากำลังทำคือการจำลองเสียงของเขาด้วย AI เพื่อฟังว่าเสียงนั้นจะเข้ากับเพลงเราไหม
“เราใช้ AI จำลองเสียงร้อง
เพื่อฟังว่าเสียงนั้นจะเข้ากับเพลงเราไหม
ก่อนจะตัดสินใจเลือกเขา”
เติมความเฟรชเพลงไทย ดึง “อินฟลูฯ” ร่วมสร้างโปรเจกต์สุดท้าทาย !
ในยุคที่วงการเพลงเติบโตเร็วขนาดนี้ เราสงสัยว่า marr team จะนำเทรนด์นี้มาสร้างสรรค์โปรเจกต์เพลงไทยที่เฟรชและท้าทายได้ยังไง ? ซึ่งเขาก็ตอบว่า พวกเขาเลือกทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์เพื่อให้เพลงเข้าถึงคนได้มากขึ้น
“ในการทำ Product กับพรีเซนเตอร์ เรามีเรื่องที่อยากเล่า
เราจึงหาคนที่เหมาะสม เพื่อมาช่วยถ่ายทอดเรื่องนั้นได้ดี”
คุณปาล์ม : การทำงานกับอินฟลูในโปรเจกต์นี้ marr team เป็นตัวตั้งต้นในการทำ Product กับพรีเซนเตอร์ เรามีเรื่องที่อยากเล่า และหาคนมาช่วยถ่ายทอดเรื่องนั้นออกมาให้ผู้ฟังรู้สึกถึงอารมณ์และความหมายของเพลงได้
คุณปาล์ม : ผมคาดหวังให้ทีมเราเติบโตไปเรื่อย ๆ โดยให้พื้นที่ทีมได้โชว์ความสามารถ ถ้าพนักงานแต่งเพลงดี เราก็จะหาพรีเซนเตอร์ที่ดีเพื่อช่วยให้เพลงประสบความสำเร็จ เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการเพลงที่ตอนนี้ทุกคนสามารถปล่อยเพลงได้เอง ไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปินหลัก ซึ่งสอดคล้องกับโปรเจกต์ของ marr team ที่กำลังไหลไปตามกระแสนี้
ปล่อยเพลงใหม่รับซัมเมอร์ พร้อมแชร์ไอเดียเทศกาลดนตรีฮีลใจที่อยากทำ
คำถามที่เราอยากถามมากในช่วงสงกรานต์นี้คือ ช่วงซัมเมอร์แบบนี้ ทาง marr team มีแพลนปล่อยเพลงใหม่ และมีไอเดียเทศกาลดนตรีที่อยากทำไหม ? ซึ่งเขาตอบว่า เพลง “อากาศมันร้อน” ของพิม พิมประภา สิครับ ได้รับการตอบรับดีมาก คิดว่าจะได้เห็นหลายคนเอนจอยกับเพลงนี้กัน
คุณพัด : และเราพึ่งจะปล่อยเพลงของคุณ พีพี ปุญญ์ปรีดี ที่มีโทนเพลงฟังสบาย ๆ หลังจากนี้ก็จะเป็นเพลงที่จริงจังและดราม่ามากขึ้น ซึ่งจะออกมาในช่วงหลังสงกรานต์
นอกจากนี้ คุณปาล์มได้แชร์ไอเดียเกี่ยวกับเทศกาลดนตรีที่เขาอยากจะสร้างขึ้นว่า “หน้าที่สำคัญของเพลงสำหรับเราคือการเยียวยาจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นเพลงอะไรก็ตาม เช่น เพลงอกหักก็เป็นเพื่อนในยามเศร้า เราพยายามทำเพลงที่ให้กำลังใจเสมอ เช่น เพลง ‘ฮีลใจ,’ ‘ระบายมา,’ หรือเพลง ‘อย่าแตกสลายเพราะใครเลย’ และเราอยากทำเทศกาลดนตรีที่ช่วยฮีลใจผู้ฟัง โดยการใช้เพลงเป็นเครื่องมือเยียวยาให้กับทุกคน”
“หน้าที่ของเพลงคือการเยียวยาจิตใจ
ไม่ว่าจะเป็นเพลงอกหักหรือเพลงให้กำลังใจ
เราจึงพยายามทำเพลงที่ฮีลใจผู้ฟังเสมอ”
ไม่นิยามตัวเองเป็นค่ายเพลง แต่ใช้เพลงเป็นหัวใจหลักในทุกสิ่งที่ทำ
ในยุคที่ค่ายเพลงผุดขึ้นมามากมาย marr team ไม่ได้จำกัดตัวเองในรูปแบบของค่ายเพลง และเชื่อว่าเพลงสามารถสร้างประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์โดยไม่ต้องอยู่ในกรอบแบบต้นสังกัดทั่วไป ทำให้เราสามารถเลือกพรีเซนเตอร์ และสร้างโปรเจกต์ที่สอดคล้องกับเทรนด์ปัจจุบันได้อย่างอิสระ
คุณปาล์ม : เราไม่นิยามตัวเองเป็นค่ายเพลง แต่ใช้เพลงเป็นหัวใจหลักในทุกสิ่งที่ทำ เช่นเดียวกับแบรนด์เสื้อผ้าที่เปลี่ยนพรีเซนเตอร์ตามคอลเลกชันใหม่ เราจะเลือกพรีเซนเตอร์ตามแนวเพลงที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงนั้น เช่น เพลง “คุมเกม” ที่เกิดจากเทรนด์เพลงละตินที่กำลังมา พรีเซนเตอร์ก็จะ Adapt ตามแนวทางนั้น
คุณพัด : ด้านการทำ Vocal Production ก็เหมือนกัน มาจากเทรนด์ต่างประเทศหรือ K-pop ที่ถูก Adapt เข้ามา แต่เราจะนำไอเดียเหล่านี้มาใช้ในแบบของเรา โดยการวางไลน์ประสานที่ผสมผสานกัน และไม่จำเป็นต้องทำตาม 100% ของต้นแบบ
“เราไม่ได้กำหนดว่าตัวเองเป็นค่ายเพลงแล้ว
แต่เราว่าเป็นพื้นที่โล่งกว้างที่เราจะครีเอต
โปรเจกต์อะไรก็ตามที่มัน Base On การที่มีเพลงเป็นสินค้าออกมาเรื่อย ๆ”
สำหรับการร่วมงานกับศิลปินอื่น ๆ ทั้ง 2 คนบอกว่าทางทีมเปิดกว้าง ไม่ได้จำกัดว่าต้องไปร่วมงานกับใคร ขึ้นกับโอกาสและเวลา บางครั้งศิลปินที่เราต้องการร่วมงานด้วยอาจจะมีคิวไม่ตรงกัน แต่เราก็เข้าใจว่า ทุกอย่างมีช่วงเวลาของมัน
หลังจากที่ AD ADDICT ได้พูดคุยกับคุณพัดและคุณปาล์ม เราได้เห็นความทุ่มเทและแพสชันที่แท้จริงจากทีม marr team ในการเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในโปรเจกต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการสร้างเพลงที่ผสมผสานอินฟลูเอนเซอร์ได้อย่างลงตัว เช่น เพลง “อากาศมันร้อน” ที่ช่วยเติมเต็มความเฟรชในช่วงสงกรานต์ และการเลือกพรีเซนเตอร์ที่เหมาะสมทำให้เพลงแข็งแรงยิ่งขึ้น marr team ยังนำเสนอตัวเองในแบบที่ไม่เหมือนค่ายเพลงทั่วไป
ก่อนจากนั้น คุณพัดและคุณปาล์มก็ฝากให้เราติดตามผลงานใหม่ ๆ จาก marr team บนโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง จะได้ไม่พลาดโปรเจกต์สนุก ๆ สุดเฟรชแบบนี้นะฮะะ