โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สารพัดปัญหาในไทยหลอนชาวจีนยกเลิกเที่ยวบินมาไทยถึง 94% ยอดคนจีนเข้าไทย 2 สัปดาห์แรกในกุมภาพันธ์ยังน้อยกว่าปีผ่านมา กูรูชี้ยอดจีนเที่ยวไทย 7.5 ล้านคนได้ก็เก่งแล้ว ยากจะเห็น 9 ล้านคนตามเป้า

BTimes

อัพเดต 28 ก.พ. 2568 เวลา 16.19 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. 2568 เวลา 10.34 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

บลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ ซึ่งเป็นสายงานวิจัยด้านเศรษฐกิจชื่อดังของสำนักข่าวบลูมเบิร์กในสหรัฐอเมริกา รายงานว่า ยอดนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางมาประเทศไทย ที่ได้ชื่อว่าสยามเมืองยิ้ม โดยยอดยกเลิกเที่ยวบินในเดือนมกราคมที่ผ่านมาพุ่งสูงมากถึง 94% ในเวลาเดียวกัน นักท่องเที่ยวชาวจีนตัดสินใจเลือกเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยเลือกพาครอบครัวไปพักผ่อนลานสกี หรือบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังในประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวตรุษจีนที่ผ่านมา แม้แต่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาไทยช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่า ลดต่ำลงถึงกับน้อยกว่าปีก่อนหน้าด้วย

นายอิริค ซู (Eric Zhu) นักวิเคราะห์จากสายงานวิจัยบลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ กล่าวว่า เหตุการณ์การลักพาตัวนักแสดงชาวจีนชื่อดังชื่อหวัง ซิง หรือเรียกกันทั่วไปว่าซิงซิงจากประเทศไทยไปยังประเทศเมียนมา ซึ่งถึงแม้จะได้รับการช่วยเหลือกลับมาปลอดภัยก็ตาม รวมถึงรัฐบาลไทยทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และรับมือกับกลุ่มมิจฉาชีพที่ลักพาตัวเหยื่อไปบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมายตามแนวชายแดน แต่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่จำนวนมากมายยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย เนื่องจากความหวาดกลัวที่นักท่องเที่ยวชาวจีนมีต่อเหตุการณ์ดังกล่าวแทบไม่ลดลง ความหวั่นวิตกในเหตุการณ์ทั้งหมดพุ่งสูงเกินกว่าการยกระดับรักษาความปลอดภัยในประเทศไทย ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานในการกู้คืนความมั่นใจจากชาวจีน

ที่น่าสนใจ คือ ยอดจองเที่ยวบินจากประเทศจีนไปประเทศญี่ปุ่นกลับเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ข้อมูลในไตรมาสที่ 1 ของปี 2568 ที่ยังไม่สิ้นสุดดีนั้น เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จะพบว่า ค่าเงินเยนที่ร่วงอ่อนค่าอย่างมาก ราคาตั๋วเครื่องบินจากเมืองเซี่ยงไฮ้ไปกรุงโตเกียวที่มีราคาถูกเพียง 150 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 5,000 บาทนั้น กลายเป็นปัจจัยบวกต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างมาก ทำให้ประเทศญี่ปุ่นแซงหน้าไทยขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนประจำปีนี้ แม้แต่ประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย ก็ก็ก็ก็กลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวของขาวจีนจำนวนมากจากนโยบายฟรีวีซ่าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนไปจากประเทศไทย

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่าในเดือนมกราคมผ่านไป ญี่ปุ่นก็มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมากถึง 980,000 คน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า ในขณะที่ประเทศไทย ปรากฏว่า ตั้งแต่ปีใหม่มาถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนมาไทยราว 711,000 คน ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวไทยนั้นมีมูลค่าคิดเป็น 12% ของจีดีพีของประเทศ และคาดการณ์ว่าจะดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศในปีนี้ราว 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.85 ล้านล้านบาท

นายอิริค ซู เปิดเผยต่อไปว่าประเทศไทยไม่น่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้ตามเป้าสูงสุดที่ 9 ล้านคนในปีนี้ได้ เพียงแต่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่ต้องการจะได้รัตชาวจีนเข้าไทยต่ำสุดที่ 8.8 ล้านคน หากประเทศไทยไม่เร่งดำเนินการเพื่อฟื้นคืนความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวชาวจีนภายในไตรมาสนี้ ในขณะเดียวกัน หากปัญหายังคงคาราคาซังต่อเนื่องไปตลอดปี 2568 การที่ประเทศไทยจะเห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนมามากกว่า 7.5 ล้านคน ก็อาจกลายเป็นเรื่องยากมากสำหรับไทย

บริษัท China Trading Desk ที่ติดตามตลาดท่องเที่ยวของจีน เปิดเผยว่า ยอดจองตั๋วเครื่องบินจากจีนมาไทยในเดือนมีนาคมยังลดลง 10% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้านั้น ส่วนความต้องการเดินทางด้วยเที่ยวบินในเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมมาไทยยังเติบโตเกิน 3% นายสุพรามาเนีย พัฒท์ ซีอีโอบริษัทไชน่า เทรดดิ้ง เดสค์ กล่าวว่าไทยยังห่างไกลจากปี 2019 อยู่มาก ในขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนฟื้นคืนมาอย่างแข็งแกร่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...