โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดอสังหาฯ ปีงูไม่ซึม แสนสิริ-ASW ขึ้นโครงการใหม่ขายตลาดพรีเมียม-มีเดียมและต่างชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.พ. 2568 เวลา 18.46 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. 2568 เวลา 00.00 น.

JLL มองตลาดลงทุนอสังหาฯ 68 ยังไปต่อได้โดยเฉพาะ “ลักชัวรี” ลุ้นนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายหนุน บ้าน-คอนโดขอบกทม.คึก “แสนสิริ” เตรียมปั้น 29 โครงการใหม่ มูลค่า 52,000 เสริฟกลุ่มพรีเมี่ยม-มีเดียม “ASW” จ่อลงทุน 10 โครงการเน้นขยายตลาดภูเก็ตเจาะต่างชาติ

  • เจแอลแอลคาดการณ์ตลาดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากแรงหนุนโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงแรม และที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี
  • ตลาดเช่ายังไปได้ ยีลด์ดีรับดีมานด์นทท. แรงงานและนักศึกษา
  • รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายผลดีต่ออสังหาฯรอบนอก บ้าน-คอนโดตามแนวรถไฟฟ้าคึกคักมากขึ้น
  • ภูเก็ตขึ้นเรดโอเชียนอสังหายอดซื้อ-โอนขึ้นอันดับ 2 รองจากรุงเทพ
  • แสนสิริประกาศ "Dynamic Growth" ตั้งเป้าเปิดตัว 29 โครงการใหม่ มูลค่า 52,000 ล้านบาทขยายคอนโดเมือง-ภูเก็ต
  • ASW Build กลยุทธุ์ “Growing Success, Growing Happiness” ปั้น 10 โครงการใหม่มูลค่า 22,000 ล้านบาท ลุยภูเก็ตต่อเนื่อง

ตลาดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปี 2567 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยสินทรัพย์บางประเภทได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นพิเศษ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนคือการสนับสนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรม ดาต้าเซ็นเตอร์ และนิคมอุตสาหกรรมมีการลงทุนที่คึกคักมากขึ้น

อย่างไรก็ดีเจแอลแอลคาดการณ์ว่าตลาดการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2568 จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมี 4 กลุ่มสินทรัพย์หลักเป็นตัวขับเคลื่อน ได้แก่ โลจิสติกส์และอุตสาหกรรม ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงแรม และที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี

นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ หัวหน้าแผนกตลาดทุนประจำประเทศไทย บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จํากัด (JLL) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน เราพบว่า นักลงทุนและผู้ผลิตจากต่างประเทศให้ความสนใจลงทุน ในประเทศไทยมากขึ้น โดย BOI มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดกลุ่มนักลงทุนเหล่านี้ผ่านมาตรการจูงใจ ทั้งในรูปแบบสิทธิ ประโยชน์ทางภาษีและมาตรการส่งเสริมอื่น ๆ

นอกจากนี้ ความต้องการดิจิทัลสเปซที่เพิ่มขึ้น ทำให้ดาต้าเซ็นเตอร์เติบโต อย่างรวดเร็ว โดยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมนี้ มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับความต้องการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ขณะเดียวกัน ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรียังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมระดับอัลตราลักชัวรีในทำเลศูนย์กลางธุรกิจ ซึ่งสามารถดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อระดับไฮเอนด์ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง หากได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

ภาพรวมตลาดอสังหาปี 68 ไม่หนีปี 67 ตลาดที่พอไปได้คือ “พรีเมียม”

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพใหญ่ของอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ไม่น่าต่างจากปีที่ผ่านมา การลงทุนของดีเวลลอปเปอร์ต่างๆต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เพราะกลุ่มเปราะบางยังคงประสบปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่แต่ก็มีสัญญาณที่ดีในเรื่องของ “คุณสู้ เราช่วย” ที่จะช่วยคลายปัญหาเรื่องนี้ได้บ้างและทำให้กลุ่ม Affordable กลับมามีกำลังซื้อได้บ้าง

แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจมหภาคยังไม่ได้เอื้อมากตลาดที่ยังพอไปได้ก็คือตลาดพรีเมี่ยมที่มีกำลังซื้อเยอะและกลุ่มคอนโดมิเนียมหรือตลาดบ้านต่างจังหวัดที่มีกำลังซื้อจากเศรษฐกิจพื้นฐานและการ support จากภาคการท่องเที่ยวก็ยังไปได้

“ต้องอย่าลืมว่าบ้านเป็นปัจจัย 4 เพราะฉะนั้นดีมานด์ไม่มีทางล้มหายตายจากไป คนยังคงต้องการที่อยู่อาศัยและมีความจำเป็นต้องหาที่อยู่อาศัย”

และอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็คือเรื่องของ “ตลาดเช่า” แม้ว่าภาพใหญ่จะเจอความท้าทายของเศรษฐกิจ แต่จากการที่ไทยมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น มีการลงทุนมากขึ้นในบางพื้นที่ทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น ในบางเซ็กเมนต์เริ่มเห็นสัญญาณบวกของอัตราการเช่าที่ดีขึ้น ผลตอบแทนจากการลงทุนหรือยีลด์ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่าสูงขึ้น และในอนาคตหากนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะเรื่องของ“รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” จะช่วยส่งผลให้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯและตามแนวรถไฟฟ้ามีความคึกคักมากขึ้น

ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างจังหวัดโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวภูเก็ตกว่า 90% เติบโตจากนักท่องเที่ยวปีที่ผ่านมามียอดการเช่าโรงแรมสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ADR ค่าเช่าโรงแรมสูงที่สุดและมียอดการซื้อการโอนอสังหาริมทรัพย์สูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพ จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและการซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่ 2 ทำให้ยังมีดีมานด์จากตลาดต่างชาติ ผู้ประกอบการคนไทย รวมไปถึงพนักงาน Hospitality ในภูเก็ต

แสนสิริปั้นโครงการใหม่กลุ่มพรีเมียม-มีเดียม กรุงเทพ-ภูเก็ตลดพอร์ตเปราะบาง

กรรมการผู้จัดการใหญ่ “แสนสิริ” กล่าวต่อไปว่า สำหรับปี 2568 แสนสิริประกาศ “Dynamic Growth” ตั้งเป้าเปิดตัว 29 โครงการใหม่ มูลค่า 52,000 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายยอดขาย 53,000 ล้านบาท เป้าหมายยอดโอน 46,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 14 โครงการ มูลค่า 31,600 ล้านบาท เน้นจับตลาดพรีเมี่ยมและมีเดียมและคอนโดมิเนียม 15 โครงการ มูลค่า 20,400 ล้านบาท เน้้นขยายพอร์ตคอนโดในเมืองและ Strategic Location

ภายใต้ 5 กลยุทธ์สำคัญ คือ

1. เจาะตลาดพรีเมียม - มีเดียมเซกเมนต์ ให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

  • เปิด 3 โครงการใหม่ของ “นาราสิริ” ที่ขยายเข้าสู่ทำเลศักยภาพใหม่
    • การกลับมาของ “บุราสิริ”
    • “DEMI” ลักซ์ชัวรีเรสซิเดนซ์ ที่กำลังมาแรง

2. เร่งเครื่องเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ

  • นางลิ้นจี่, สุขุมวิท 34, รัชดา 19 โลเคชันใหม่ รองรับดีมานด์ของคนเมือง เติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของแสนสิริ

3. ขยายโครงการสู่เมืองท่องเที่ยวสำคัญ

  • ภูเก็ต เมืองรีสอร์ตระดับโลกที่กำลังเติบโต
    • พัทยา, ขอนแก่น ทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์นักลงทุนและผู้มองหาที่อยู่อาศัย

4. ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก ขยายโอกาสการลงทุน

  • พัฒนา 7 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 19,500 ล้านบาท
    • ร่วมมือกับ Mitsui Fudosan Asia และพันธมิตรรายอื่นๆ

5. เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net-Zero 2050 และพัฒนาสังคม

  • เปิดตัว Sustainable Home Prototype 1 บ้านต้นแบบที่เป็นมิตรกับสิ่ง

“เราเองก็ปรับตัวจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามาเช่นการตั้งภาษีต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบกับเรา รวมไปถึงเรื่องของ Entertainment Complex การลดค่าไฟและ คุณสู้ เราช่วย ซึ่งมีทั้งสัญญาณบวกและไม่บวก สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็คือสถานการณ์แต่ละไตรมาสสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดีเวลลอปดปอร์จะต้องปรับตัวให้เร็วและเตรียมพร้อมสถานการณ์ให้ทันคู่แข่งออก

อย่างไรก็ตามแม้บางโลเคชั่นยังมีความต้องการและมีกำลังซื้อ แต่เราไม่ได้เน้นเปิดโครงการเยอะจน พอร์ตใหญ่ สิ่งที่ต้องระวังก็คือต้องค่อยๆขยายการลงทุนในกลุ่มที่มีกำลังซื้อและระมัดระวังในการขยายการลงทุนไปที่กำลังซื้อเปราะบาง”

จับตานโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายผลักตลาดบ้าน-คอนโดขอบกรุงเทพคึก

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2568 มีความท้าทายจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่ยังคงมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงที่ช่วยกระตุ้นการผลิตการลงทุน ไปจนถึงเทรนด์รักสุขภาพและ Aging Society ทำให้ธุรกิจ Health & Wellness เติบโตขึ้น สำหรับประเทศไทยเองได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออกที่ส่งสัญญาณดีขึ้น

การเข้ามาลงทุน Data Center ของบริษัทระดับโลก ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานทั้งคนในประเทศและ Expats ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อของคนในประเทศและกระตุ้นแรงซื้อจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียม

อย่างไรก็ดีปัจจัยที่กระทบตลาดอสังหาริมทรัพย์มาจากปัจจัยภายในและภายนอก ปัจจุบันยังมีความกังวลอิสราเอลและฮามาส การเคลื่อนไหวของ “ทรัมป์” สงครามทางการค้าที่ยังไม่ชัดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ประเทศไหนจะขึ้นกำแพงภาษีบ้าง หรือแม้แต่ Climate Change ที่รุนแรงมากขึ้น

ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังต้องติดตามนโยบายของผู้นำคนใหม่จะเดินนโยบายไปในทิศทางไหน จะมีการกดดันประเทศเพื่อนบ้านหรือจีนหรือไม่ จะเกิดการย้ายฐานผลิตเข้ามาที่ประเทศไทยหรือไม่เป็นสิ่งที่ ASW ต้องให้ความสนใจ รวมไปถึงเทรนด์สุขภาพและประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น

“ปัจจัยที่ใกล้ตัวเรามากก็คือนโยบายของรัฐบาลอย่าง Mega Project จะเกิดขึ้นไหม ทิศทางนักท่องเที่ยวที่หล่นหายไปช่วงโควิดจะถึงเป้าหมาย 40 ล้านคนในปีนี้หรือไม่ การลงทุนจะไปอยู่ที่เมืองไหน รวมถึงเทคโนโลยี AI และอื่นๆจะเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์และการลงทุนในปีที่ผ่านมาและปีต่อๆไป

นโยบายที่เราให้ความสนใจเป็นพิเศษคือการขยายโครงข่ายการเดินทางโดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมเพิ่มมากขึ้น ทำให้กรุงเทพมหานครกว้างขึ้นการอยู่อาศัยก็ใหญ่ขึ้น รูปแบบการก็เปลี่ยนแปลงไปและขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ถ้ารัฐบาลผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า20 บาทตลอดสายได้จริงจะทำให้กรุงเทพฯขยายและหลวมขึ้นประชากรอาจจะขยายตัวไปในทำเลรอบนอกมากขึ้น นำพามาซึ่งค่าครองชีพที่ถูกลงเพราะการซื้อที่บ้านหรือคอนโดรอบนอกจะทำให้ต้นทุนถูกลง”

ASW ปั้น 10 โปรเจ๊กต์ใหม่ขยายพอร์ตวิลล่าหรูภูเก็ต

ทั้งนี้ASW จะใช้ “Growing Success, Growing Happiness” เป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2025 ตั้งเป้าปั้น 10 โครงการใหม่มูลค่า 22,000 ล้านบาท ขยายพอร์ตภูเก็ตรุกตลาดวิลล่าหรูครั้งแรก ตั้งเป้ายอดขายรวม 19,500 ล้านบาท และเป้ารายได้ 10,500 ล้านบาท ลงทุนธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ทั้งเอนเตอร์เทนเมนต์-คอมมูนิตี้มอลล์-Health & Wellness

Growing Success, Growing Happiness คืออะไรที่เราทำได้ดี อะไรที่เราทำได้ถนัด ทำเลไหนที่เราได้เปรียบในการแข่งขันเราจะขยายความซัคเซสในทำเลนั้น ในปีนี้เราตั้งเป้าล๊อนซ์โครงการใหม่ทั้งหมด 10 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 8 โครงการและบ้าน 2 โครงการ ในกรุงเทพ 5 โครงการและภูเก็ตโครงการ

ขณะเดียวกัน ASW ยังมีโครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2568 ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหมด 7 โครงการ มูลค่ารวม 14,050 ล้านบาท และปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สิ้นปี 2567 มูลค่ารวมกว่า 25,200 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนเป็นโครงการในกรุงเทพฯ ปริมณฑล จำนวน 12,600 ล้านบาท โครงการในทำเล EEC จำนวน 2,700 ล้านบาท และโครงการในภูเก็ตอีกกว่า 9,900 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้สร้างความแข็งแกร่งให้บริษัทอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2570

“ช่วงนี้เศรษฐกิจโดยเฉพาะอสังหาคนคิดว่าอาจจะไม่ดี จากกำลังซื้อที่ไม่ดี แต่ ASWแม้ว่าโครงการอาจจะไม่ได้เยอะมากแต่เป็น 10 โครงการที่คัดสรรมาอย่างดีที่เรามั่นใจทั้งบ้านและคอนโดโดยเฉพาะโอกาสใน “ภูเก็ต” ซึ่งเป็นกำลังซื้อจากชาวต่างชาติที่หนีหนาวเข้ามาในช่วงปลายปี

ซึ่งหลาย ๆ คนย้ายครอบครัวมาถาวรจะเห็นว่ามีโรงเรียนนานาชาติเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศใหญ่ๆที่มีประชากรเยอะอย่างจีน รัสเซียรวมไปถึงยุโรปและอินเดีย ซึ่งเป็นแอเรียใหม่ที่เราเข้าไปและทำได้ดี ภายใต้แบรนด์ Title ซึ่งมุ่งเน้นขายตลาดต่างชาติเป็นหลัก”

นอกจากนี้ ASW ยังมีลูกค้ากลุ่ม “นักลงทุน” ที่ซื้อให้นักศึกษาเช่าเพราะมีลูกค้าที่ชัดเจนและทำเลติดมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาทำให้โครงการขายได้ดี ผู้ซื้อเพื่อปล่อยเช่าก็มีลูกค้าชัดเจน ได้รับยีลด์ที่ดี ขณะที่ demand ในประเทศยังคงขึ้นอยู่กับทำเล บางทำเลก็อาจจะดรอปลง แต่บางทำเลยังคงดีอยู่เพราะซัพพลายหายไปหมดแล้วจนของขาดตลาดก็มี

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...