โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ร่าง พ.ร.บ. บ้านเกิดเมืองนอน คืนรายได้สู่ชุมชน-จุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจ จากส่วนกลางสู่ส่วนท้องถิ่น

The Structure

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 19.31 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 13.00 น. • The Structure

หากจะพูดถึง ร่าง พ.ร.บ. ที่ติดหูคนไทยมากที่สุดในช่วงนี้ ก็คงเป็น ร่าง พ.ร.บ. ‘บ้านเกิดเมืองนอน’ หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ร่าง พ.ร.บ. ภาษีส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น’

หลักการหลัก ๆ ของ พ.ร.บ. นี้ คือความต้องการที่จะให้ผู้เสียภาษีเงินได้สามารถแสดงเจตนาอุดหนุนเงินภาษีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ไหนก็ได้ที่ตนมีความประสงค์ รวมไปจนถึงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก็เช่นกัน แต่จะเพิ่มออพชั่นขึ้นมาที่ต้องมีนิติบุคคลหรือสาขาของนิติบุคคลตั้งอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเสียก่อน

การแสดงความประสงค์นี้ จะถูกระบุไว้ในแบบแสดงรายการภาษีอย่างชัดเจนว่า ‘ประสงค์’ จะอุดหนุนเงินให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ พร้อมทั้งต้องระบุจำนวนเงินที่จะอุดหนุน หากไม่มีการระบุความประสงค์อย่างชัดเจนให้ถือว่าไม่มีเจตนาจะอุดหนุนใด ๆ

ซึ่งถามว่าดีไหม ณ จุดนี้ ผู้เขียนพิจารณาเบื้องต้นแบบไม่มองถึงมิติหรือสภาวะแวดล้อมของการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ต้องนับว่าเรื่องนี้ ‘เป็นเรื่องที่ดีมาก’

เพราะเป็นก้าวแรกของการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ที่อาจจะเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเราอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าเราไม่ได้อาศัยอยู่ที่เป็นภูมิลำเนาเนื่องจากมาทำมาหากินกันอยู่ที่อื่น หรือแม้แต่จะอุดหนุนภาษีให้กับ อปท. ที่เราไปทำมาหากินใช้ทรัพยากรของเขาแต่มิได้มีทะเบียนบ้านอยู่

โดยในจุดนี้ ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว กำหนดไว้ในมาตราที่ 11 ว่า ให้ ‘กระทรวงมหาดไทย’ (หรือเราจะเรียกว่า ๆ ง่าย ‘พ่อของส่วนภูมิภาค’) จัดทำรายชื่อ อปท.ต่อกรมสรรพากร (‘พ่อของการจัดเก็บภาษี’) และได้ว่าต่อไว้ในมาตรา 12 ว่า เมื่อกรมสรรพากรได้รับภาษีที่ผู้เสียภาษีประสงค์จะอุดหนุน อปท. แล้วก็ให้ดำเนินการโอนภาษีนั้น ๆ ให้ อปท. ต่อไป ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด

แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น เราต้องมาทำความเข้าใจโครงสร้างภาษี และโครงสร้างการบริหารงบประมาณที่ได้มาจากการจัดเก็บภาษีเสียก่อน

ประเทศไทยใน ระบบการจัดเก็บภาษีนั้นเป็นด่านแรกของระบบงบประมาณในประเทศไทย ซึ่งตอนนี้ถูกบริหารด้วยระบบงบประมาณแบบรวมศูนย์

คือทุกบาททุกสตางค์ของภาษีรายได้ส่วนบุคคลจะถูกเทรวมกับภาษีชนิดต่าง ๆ แล้วค่อยจัดสรรแบ่งจ่ายไปตามโครงการที่แต่ละกระทรวงทำคำของบประมาณขึ้นมา

ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เงินได้ของคุณที่อาจจะถูกจัดสรรไปใช้พัฒนาหรือไปลงในพื้นที่อื่นที่คุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น อปท. ที่ทำมาหากิน หรือ อปท. ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอน

ถามว่าแฟร์ไหม ก็ไม่แฟร์หรอก เพราะสมมติว่าคุณมีรายได้จากการทำธุรกิจใน อปท. (ก) หนึ่งปีละร้อยล้านบาท นี่ไม่นับส่วนที่จ่ายให้ อปท. (ก) ไปในเรื่องของภาษีโรงเรือน ภาษีป้าย ต่าง ๆ นานา ซึ่งอาจจะมีข้อยกเว้นอีกมากมาย รายได้ทั้งหมดของคุณจะถูกส่งลงกระเป๋าเงินใหญ่ แล้วเอาไปทำอะไรที่จังหวัดคุณไม่ได้ประโยชน์ด้วยซ้ำ

ซึ่งหากมองในมุมนี้ ผู้เขียนเชียร์ให้ พ.ร.บ. นี้ผ่าน 100 % แต่เราเองก็อย่าลืมว่าเหรียญทุกเหรียญมีสองด้าน และ พ.ร.บ. นี้ก็มีมุมมองที่ต้องพิจารณามากกว่า 2 ด้านด้วยซ้ำ

เนื่องจากหากมีการระบุให้อุดหนุนภาษีเงินได้ส่วนบุคคลใน อปท. ใด ๆ ก็ได้เช่นนี้ งบประมาณที่จะไปลงในแต่ละกระทรวงอาจจะน้อยลงจนถึงขั้นไม่มี

แล้วนั่นก็นำไปสู่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงจะมีไว้ทำอะไร ในเมื่อเงินส่วนใหญ่ลงไปอยู่ที่ อปท. ซึ่งมี อบจ. เทศบาล และ อบต. เป็นผู้จัดการในพื้นที่เป็นที่เรียบร้อย

มาถึงตรงนี้ ทำให้ต้องย้อนคิดอีกว่า แล้ว Function เดิมล่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ลามไปจนถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่ง ‘มีอำนาจอยู่เต็มมือ’ จะทำอย่างไรต่อไป

หรือจะกลายเป็นดาบอีกคมที่ใช้ ‘อำนาจ’ ตามที่ กฎหมายยังให้มีหน้าที่ในการกำกับดูแล และอาจจะถึงการระงับยับยั้งโครงการขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ได้ ซึ่งจุดนี้จะทำให้เกิดความลักลั่นกับโครงสร้างเชิงอำนาจทันที

ลองอธิบายง่าย ๆให้เข้าใจเร็ว ๆ เดิมทีเราในฐานะพ่อแม่ (ผู้จัดสรรงบประมาณลงไปให้แต่ลงพื้นที่ตามโครงการที่แต่ละจังหวัดเสนอผ่านกระทรวงขึ้นมา) มีหน้าที่ในให้เงินลูก (อปท.) และกำกับดูแลมาได้โดยตลอด แต่วันหนึ่ง ปู่ย่าตายายพี่ป้าน้าอา (ผู้เสียภาษีต่าง ๆ ) เกิดอยากจะให้ ลูกหลาน (อปท. ทั้งหลาย) มีเงินมากขึ้น ก็ทำการส่งเงินให้ไปโดยตรง

แล้วถามว่า ‘ลูกหลาน’ สามารถใช้เงินที่ญาติ ๆ ส่งมาให้ได้ตามใจ หรือยังต้องมาขออนุญาตพ่อแม่อีกอยู่ดี

ดังนั้นเรื่องนี้มันถึงไม่ใช่แค่โครงสร้างภาษี แต่มันต้องมองให้ใหญ่ถึงโครงสร้างอำนาจ และเป้าหมายปลายทางที่แท้จริงแล้วว่าคุณต้องการอะไร

เงินสู่ชุมชน หรือ เกิดการกระจายอำนาจแบบเต็มรูปแบบ ?

เพราะหากต้องการเช่นนั้น และต้องการให้ (ร่าง )พระราชบัญญัติที่มีเจตนารมณ์ดีเช่นนี้ผ่าน คนที่เป็นพ่องานใหญ่ เป็น ‘พระเอก’ ในเรื่องนี้อาจจะต้องกลายเป็น“กระทรวงมหาดไทย” ในการปรับโครงสร้างอำนาจ เพื่อให้การดำเนินการใด ๆ จากเงินอุดหนุนภาษีที่ อปท. ได้รับ สามารถนำไปก่อประโยชน์กับพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่เกิดความขัดแย้งกันระหว่าง ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ไม่เช่นนั้น ร่าง พ.ร.บ. บ้านเกิดเมืองนอนฉบับนี้ ก็คงเป็นแค่ ‘น้ำจิ้ม’ ไม่ใช่ ‘จานหลัก’ ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศไทย

ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึง ‘ประเทศไทย’ ก็จะมีท้องถิ่นที่ประชาชนะมีส่วนร่วมและมีกำลังในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตนให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานในการใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกัน ‘ทุกพื้นที่’ สักที

ดร.ณพรรษธ์สรฌ์ เสมสันต์

นักวิชาการอิสระ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...