โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

โจ๋เย้ยกฎหมาย ยกพวกขี่มอไซค์ไล่ฟันคู่อริกลางชุมชน ขณะคมมีดทำอะไรหนุ่มแขวนล็อกเก็ตอาจารย์เที่ยงน่วมมานาไม่ได้

77kaoded

อัพเดต 30 เม.ย. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 01.00 น. • 77Kaoded

กลุ่มโจ๋ เย้ยกฎหมาย ยกพวกขี่รถจักรยานยนต์ มาไล่ฟันคู่อริกลางชุมชน เจ็บ 2 ราย ขณะที่หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บถูกคมมีดแต่ทำอะไรไม่ได้ เชื่อเพราะแขวนล็อกเก็ตอาจารย์เที่ยงน่วมมานา ทำให้ได้รับเล็กน้อย ด้านชาวบ้านเผยสองกลุ่มนี้ทะเลาะวิวาทกันมา 3 ครั้งแล้ว ซึ่งมาแต่ละครั้งก็จะมีการพกพาอาวุธครบมือทั้งมีดและปืนรวมถึงท่อนเหล็ก เหตุเกิดภายในซอยอู่ทอง 37/8 ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 29 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีผู้ถูกกลุ่มวัยรุ่นฟันได้รับบาดเจ็บ ภายในซอยอู่ทอง 37/8 ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่สายตรวจ พร้อมด้วย เจ้าหน้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพเทศบาลนครสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง พบ ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย เป็น คือ นายไนท์ อายุ 15 ปี นั่งพิงประตูรั่วบ้านอยู่ มีแผลถูกมีดฟันเข้าที่ใบหน้า ข้อศอกซ้าย และหัวเข่าทั้งสองข้าง และ นายอั้ม อายุ 15 ปี มีรอยแดงถูกมีดฟันที่หน้าท้อง และแผลฉีกขาดที่เล็กน้อยที่หลัง เจ้าตัวเชื่อว่า อาจารย์เที่ยง น่วมมานา ที่ทำเป็นล็อกเก็ตแขวนอยู่ที่คอช่วยให้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ชีพให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล ใกล้กันพบเหล็กแท่งสี่เหลี่ยม ยาวประมาณเมตรกว่า ตกอยู่ ชาวบ้านบอกว่าคือหนึ่งในอาวุธที่กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุใช้ ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุหลังก่อเหตุก็ได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกไปจากซอย

ภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงหน้าบ้านพักหลังหนึ่ง สามารถจับภาพ กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนั่งเล่นกันอยู่ที่หน้าบ้านพัก จากนั้นไม่นาน ภาพวงจรปิดจะจับภาพได้ ขณะที่มีรถจักรยานยนต์กลุ่มวัยรุ่นคู่อริจำนวน 3 คัน รวม 9 คน ยกพวกกันขับขี่เข้ามาจอดที่หน้าบ้านก่อนที่หนึ่งในคนที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันแรกจะลงจากรถแล้วปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกายกลุ่มวัยรุ่นด้วยอาวุธมีดจนแตกกระเจิงวิ่งหนีตายเข้าไปในซอยเพื่อขอความช่วยเหลือ จังหวะนั้นเองปรากฏว่า นายไนท์ วัยรุ่นฝั่งของผู้บาดเจ็บ ได้ขับขี่จักรยานยนต์กลับมาจากข้างนอกพอดีจึงถูกอีกฝ่ายรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุไม่นานชาวบ้านในซอยต่างพากันออกมาดูและตะโกนบอกว่าตำรวจมา จนกลุ่มผู้ก่อเหตุพากันแยกย้ายหลบหนี

จากการสอบถาม นายไนท์ อายุ 15 ปี คนถูกฟันได้รับบาดเจ็บสาหัส เล่าว่า ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปเติมน้ำมันมา พอเข้ามาถึงก็พวกเขาไล่ฟัน ตนรู้จักพวกเขาเป็นบางคน เขาเคยมีปัญหากับตน แต่จบไปแล้ว แต่อยู่ ๆ เขาก็มาหาเรื่องพวกตนไม่หยุดเลย

นาย อั้ม อายุ 15 ปี หนึ่งในผู้ที่บาดเจ็บ และเป็นกลุ่มที่นั่งอยู่ที่หน้าบ้านพัก ซึ่งเจ้าตัวแขวนล็อกเก็ต อาจารย์เที่ยง น่วมมานา และพ่อแก่ฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์ โดยพบว่ามีบาดแผลถลอกจากคมมีดที่หน้าหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า ตนเองและเพื่อนรวมทั้งหมด 4 คน นั่งเล่นเกมกันอยู่ที่หน้าบ้าน จากนั้นก็มีกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อนหน้านี้ พากันพกพวกมาพร้อมกับอาวะครบมือบุกมาทำร้ายร่างกายจนต้องพากันวิ่งหนีตายไปขอความช่วยเหลือผู้ปกครองและชาวบ้าน ส่วน นายไนท์ เพื่อนอีกคนขับขี่รถเข้ามาพอดีจึงถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บค่อนข้างหนัก นายอั้ม ยังบอกอีกว่า ตนเองยอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยยกพวกไปทำไล่ฟันอีกฝ่ายเอาไว้ทำให้อีกฝ่ายกพวกมาแก้แค้น ส่วนตนเองถูกฟันที่หลังสองถึงสามครั้งแต่ไม่เข้า เชื่อเป็นเพราะบารมีอาจารย์เที่ยง ที่ตนเองนำมาแขวนคอ

ขณะที่ นายบุญแทน อายุ 41 ปี บิดาของ นายไนท์ บอกว่า ปกติแล้วลูกชายจะมาหาเพื่อนที่นี่เป็นประจำและไม่เกินเที่ยงคืนก็จะกลับบ้านพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ ส่วนชนวนเหตุคาดว่ามาจากการตามมาล้างแค้เนื่องจากกลุ่มเพื่อนของลูกชายเคยไปก่อเหตุไล่ฟันกลุ่มผู้ก่อเหตุเอาไว้ แต่วันนั้นลูกชายไม่ได้ไปร่วมด้วย ซึ่งทั้งสองกลุ่มเป็นเด็กวัยรุ่นที่รู้จักกัน

ส่วน นางสาว ยุ้ย (นามสมมุติ) ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้น บอกว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทสองกลุ่มมาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งมาแต่ละครั้งก็จะมีการพกพาอาวุธครบมือทั้งมีดและปืนรวมถึงท่อนเหล็ก

เบื้องต้น ตำรวจจะได้เข้าสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้ง ส่วนผู้ก่อเหตุขณะนี้พอจะทราบตัวแล้ว อยู่ในระหว่างติดตามตัวมาสอบสวนเข้าสู่ขบวนการตามขั้นตอนของกฎหมายเนื่องจากพบว่ายังเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15-17 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...