“อิตาเลียนไทย” ยักษ์ใหญ่ บ.ก่อสร้าง ตึกถล่ม สตง. ขาดทุนสะสมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
“อิตาเลียนไทย” ยักษ์ใหญ่บ.ก่อสร้าง ตึกถล่มสตง. ขาดทุนสะสมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท
วันที่ 30 มี.ค.2568 จากกรณีตึกที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มหลังเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมีกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์ซีซี บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด) เป็นผู้รับจ้างก่อสร้างด้วยวงเงิน 2,136 ล้านบาท
ซึ่งก่อนหน้านี้ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD มีกระแสข่าวว่า ได้เจอวิกฤติปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก จนต้องขอเลื่อนจ่ายหุ้นกู้ออกไป ลามมาถึงค้างจ่ายเงินเดือนพนักงาน
ทีมข่าว The Room 44 ค้นหาเอกสารงบการเงิน ล่าสุดของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อ้างอิงจากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) พบว่า ผู้ตรวจสอบบัญชี คือ บริษัท แกรนท์ ธอนตัน จำกัด ผู้ตรวจสอบบัญชี เปิดเผย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ว่า กลุ่มบริษัทและบริษัทมีการขาดทุนหลังภาษีจำนวน 4,950.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนที่ขาดทุน 421.54 ล้านบาท ซึ่งทำให้วันที่ 31 ธันวาคม 2567 กลุ่มบริษัทและบริษัทมีขาดทุนสะสมจำนวน 12,138.78 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทและบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 13,553.78 ล้านบาท และจำนวน 15,355.83 ล้านบาท ซึ่งหนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่ประกอบด้วยเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เงินกู้ยืมระยะสั้นจากตั๋วสัญญาใช้เงิน ทรัสต์รีซีต / เลตเตอร์ออฟเครดิต เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น หนี้สินตามสัญญา เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่ถูกจัดประเภทเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น เนื่องจากการไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้และหนี้สินที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย
ทั้งนี้วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ในเรื่องการดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นซึ่งคำนวณจากงบการเงินรวมที่ถูกกำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้กับสถาบันการเงินบางแห่ง โดยบริษัทมีเงินกู้ยืมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวรวมเป็นจำนวน 3,413.35 ล้านบาท
โดยสถาบันการเงินมีสิทธิเรียกชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจำนวน 51.65 ล้านบาทและระยะยาว 3,361.70 ล้านบาท ซึ่งสถาบันการเงินมีสิทธิกำหนดให้หนี้ทั้งหมดต้องชำระในทันทีโดยไม่ต้องทวงถาม รวมทั้งมีสิทธิระงับวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ ทั้งนี้ บริษัทยังได้รับหนังสือจากสถาบันการเงินให้ความยินยอมและผ่อนผันเงื่อนไขดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่น มูลค่ารวม 14,455 ล้านบาท ได้มีมติให้บริษัทเลื่อนชำระหุ้นกู้ออกไปอีก 2 ปี นับจากวันครบกำหนดไถ่ถอนเดิม
อย่างไรก็ตาม ผู้ตรวจสอบบัญชีระบุว่า ยังมีความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญหลายประการซึ่งขึ้นอยู่กับการเรียกใช้สิทธิในการเรียกชำระคืนเงินกู้ของสถาบันการเงิน ความสำเร็จในการดำเนินการตามแผนธุรกิจ การจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม และความสามารถในการจ่ายชำระเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ตามวันครบกำหนดใหม่