โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กเลย! เงินเดือนเท่านี้ขอคืนภาษีได้เท่าไหร่?

Wealth Me Up

อัพเดต 26 มี.ค. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line

เงินเดือนเท่านี้..ต้องจ่าย ‘ภาษี’ เท่าไหร่?

‘ขอคืนภาษี’ ได้แค่ไหน?…มาเช็กกันเลย

หากคุณเป็นพนักงานเอกชนที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 26,000 บาทขึ้นไป คุณอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยภาษีที่ถูกหักจากเงินเดือนไม่ได้คำนวณแค่จากรายได้ แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่สามารถนำไปหักก่อนคำนวณได้ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกันสังคม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่ถ้าคุณมีรายได้จากอาชีพอิสระ หรือมีรายได้จากหลายแหล่ง อัตราภาษีที่ต้องจ่ายอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้และสิทธิ์ลดหย่อนที่ใช้ได้

สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่หลายคนอาจมองข้าม

หลายคนเสียภาษีโดยไม่รู้ว่าตัวเองสามารถขอคืนภาษีได้จากค่าลดหย่อนต่างๆ เช่น

  • ดอกเบี้ยบ้าน ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท/ปี
  • ค่าลดหย่อนบุตร บุตรที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ 30,000 บาท/คน หรือ 60,000 บาท/คน กรณีบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561
  • ค่าลดหย่อนบิดามารดา หากมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท สามารถลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อบิดาหรือมารดา 1 คน (กรณีมีพี่น้องต้องตกลงกันว่าใครใช้สิทธิ์ได้)

การออม–การลงทุน ที่ช่วยลดภาษีได้จริง

  • กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund)

  • ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

    • ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี และถือครองจนถึงอายุ 55 ปี
    • เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อเกษียณ
  • ประกันชีวิตและประกันบำนาญ

  • ประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท

    • ประกันบำนาญลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
    • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
  • กองทุน ThaiESG

  • ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท

    • ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปีเต็ม
    • เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนอย่างยั่งยืนและมีภาระภาษีสูง

ทั้งนี้ในแต่ละปีสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีใน “RMF + ประกันบำนาญ + PVD + กบข. + กอช. + กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน” รวมกันได้ไม่เกิน 500,000 บาท โดยเมื่อรวมกับการลงทุนในกองทุน ThaiESG และเบี้ยประกันชีวิต จะสามารถใช้สิทธิรวมกันได้ถึง 900,000 บาทนั่นเอง

กองทุนใหม่! ThaiESGX–โอกาสลดหย่อนภาษีปี 2568

แบ่งสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเป็น 2 ส่วน มีเงื่อนไขสำคัญดังนี้

  • เงินลงทุนใหม่ (ปี 2568)

  • ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 300,000 บาท

    • ต้องถือหน่วยลงทุน อย่างน้อย 5 ปี
    • คาดว่าจะเปิดให้ลงทุน 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2568 (เพียง 2 เดือนเท่านั้น)
  • LTF ที่มีอยู่ (ซึ่งครบกำหนดแล้ว และต้องการใช้สิทธิลดหย่อนต่อ)

ต้องโอนหน่วย LTF ทั้งหมด ทุกกองทุน ทุก บลจ. ไปกองทุน ThaiESGX ลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาท แบ่งเป็น

  • ปีแรก (2568) สูงสุด 300,000 บาท
    • ปีที่ 2-5 (2569-2572) ทยอยลดหย่อน สูงสุดปีละ 50,000 บาท
    • ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องแจ้งโอนกองทุน ภายใน 2 เดือน หลังจากจัดตั้งกองทุน
    • เงินลงทุนที่เกิน 500,000 บาท แม้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนไม่ได้ ก็ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปี เช่นกัน

สรุป…ภาษีไม่ใช่ภาระที่ต้องจ่ายไปอย่างไร้ประโยชน์ หากคุณรู้จักวางแผนให้ดี คุณสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนเพื่อขอคืนภาษีหรือจ่ายภาษีน้อยลง พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตัวเองได้อีกด้วย

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...