ไขรหัส “ตลาด Retro” เพราะอะไรถึงขายได้ในยุคนี้?
ไขรหัส “ตลาด Retro” เพราะอะไรถึงขายได้ในยุคนี้?
“เรโทร” หรือภาษาอังกฤษเต็ม ๆ คือ “Retrospective” คือการระลึกถึงความหลังเมื่อครั้งอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่ทุกสิ่งทุกอย่างหน้าตาเหมือนกันไปหมด ทั้งโทรศัพท์มือถือ ข้าวของเครื่องใช้ การโหยหาอดีตยิ่งเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนถวิลหา
ยกตัวอย่างเทรนด์นิยมยุค 90’s ที่อยู่ ๆ ก็บูมขึ้นมาอยู่ช่วงหนึ่ง จนหลาย ๆ คนต้องออกมาเคลมว่าตัวเองเนี่ยเกิดยุคนั้นนะ เคยผ่านอะไรเก๋ ๆ ในยุคนั้นมาก่อนนะ ก็นับเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว หลาย ๆ คนยังหลง “เสน่ห์” ในยุคเก่าที่มีความเป็นอนาล็อคมากกว่าความเป็นดิจิตัลเหมือนสมัยนี้
ยุค 90’s ที่ใคร ๆ ต่างพูดถึงนั้นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของช่วงกลางเก่ากลางใหม่ เรียกว่าเป็นช่วงรอยต่อของยุค เป็นช่วงเวลาที่เทคโนโลยีเริ่มอุบัติขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นคนยังเขียนจดหมายหากัน จะโทรศัพท์หากันทีก็ต้องกดเบอร์บ้านเอา หรือการที่ไม่มีกล้องมือถือ จะถ่ายรูปอะไรซักครั้งก็ต้องรอฟิล์มหมดม้วนแล้วเอาไปล้างทีเดียว
หลังจากนั้นข้าวของใหม่ ๆ ก็โผล่หน้าขึ้นมาแนะนำตัวกันยกใหญ่ ทั้งเพจเจอร์, ซีดีเพลง, โทรศัพท์มือถือ, กล้องดิจิตัล บางอย่างก็ยังอยู่ บางอย่างก็จากไป หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ คลื่นเทคโนโลยีลูกใหญ่ก็ซัดให้โลกกลายเป็นยุคดิจิตัลโดยสมบูรณ์ ทำให้สินค้าบางอย่างถูกกลืนหายไปกลายเป็นความทรงจำวัยเด็ก
มากไปกว่าสินค้าและงานดีไซน์ แนวเพลงในยุคเรโทรก็เป็นอะไรที่น่าจดจำ ด้วยแนวเพลงในยุคนั้นที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งเรื่องของซาวนด์และเนื้อหาเพลง ไม่ว่าจะทั้งไมโคร, โบ สุนิตา, นันทิดา แก้วบัวสาย, อินคา ฯลฯ ตัวคุณเองก็อาจจะยังจำภาพสมัยเป็นวัยรุ่นที่ไปยืนโยกอยู่หน้าเวทีศิลปินเหล่านี้
มาถึงในปัจจุบัน ที่ตลาดเรโทรกลับมามีบทบาทอีกครั้ง ก็ด้วยเหตุผลที่เด็กในสมัยนั้นกลายเป็นผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ในวันนี้ ข้าวของเครื่องใช้บางอย่างที่ไม่มีกำลังซื้อในวันวาน กลายเป็นสิ่งที่เราจับต้องได้ในปี 2019 ทำให้ตลาดนัดของเก่าทั้งหลายยังคงเปิดและขายได้อยู่เรื่อย ๆ
นอกจากนั้นยังเป็นสิ่งที่เรียกว่า “นอสตัลเจีย” (Nostalgia) หรือแปลเป็นไทยว่า "ความคิดถึงอดีต" ซึ่งหลายคนโหยหาความทรงจำในวัยเด็ก อาจจะเป็นเครื่องเล่นเทปเก่า ๆ ของคุณพ่อ หรือการเขียนจดหมายจีบกับคนรักในสมัยนั้น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการตลาดโดยอาศัย Nostalgia จึงยังคงทำได้อยู่เรื่อย ๆ ทั้งการขายของเก่า ตลาดนัดวินเทจ หรือคอนเสิร์ตรวมฮิตศิลปินยุคเก่า
และอย่างที่บอกว่าด้วยการเติบโตขึ้นของประชากรที่เกิดในยุคทอง ที่สินค้าเรโทรเหล่านั้นแจ้งเกิด การเป็นผู้ใหญ่หาเงินเองได้แล้วในวันนี้ สินค้าเหล่านั้นจึงไม่แพงเกินเอื้อมอีกต่อไป การเดินตลาดนัดของเก่าจึงอาจจะทำให้เจอของที่เคยอยากได้มานานแล้ว หรือการไปชมคอนเสิร์ตของศิลปินที่เคยดังสมัยก่อนแต่ไม่มีโอกาสได้ไปชม ณ ตอนนั้น ก็มาชมเอาวันนี้แทน ซึ่งเราก็จะเห็นได้จากการมีคอนเสิร์ตของศิลปินยุคเก่าทั้งเดี่ยว ทั้งกลุ่ม เกิดขึ้นมามากมาย และก็มักจะได้รับเสียงตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี
เพราะความคิดถึงอดีตไม่เคยตายจาก “ตลาดเรโทร” จึงยังอยู่ต่อไปอีกนานแสนนานไม่ว่ายุคสมัยจะพัฒนาไปไกลขนาดไหนแล้วก็ตาม