โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทางรถไฟจีน-ลาว : ลาวพร้อมเปิดเส้นทางเชื่อมจีน วันชาติ 2 ธ.ค. เส้นต่อไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์อีกนาน

Khaosod

อัพเดต 17 ก.ค. 2564 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2564 เวลา 09.46 น.
  • สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี
  • ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย

แม้การระบาดของโควิด 19 ทำให้การก่อสร้างขลุกขลัก แต่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประกาศว่า พร้อมจะเปิดเดินรถไฟบ่อเตน-เวียงจันทน์ 2 ธ.ค. นี้ ซึ่งจะเชื่อมโครงข่ายคมนาคมระบบรางเชื่อมจีนและชาติอาเซียน ตามแผนการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน

สมสะหวาด เล่งสะหวัด ที่ปรึกษารัฐบาลและพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟลาว-จีนตั้งแต่เริ่มแรก บอกกับบีบีซีไทยว่า การก่อสร้างได้แล้วเสร็จไปมากกว่า 90%แล้ว และการเตรียมการด้านอื่น ๆ เพื่อเปิดการเดินรถไฟมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งฝ่ายจีนและลาว รวมทั้งบริษัทร่วมทุนรถไฟจีน-ลาวยืนยันว่าโครงการนี้จะเสร็จทันกำหนดในวันสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2 ธ.ค. แน่นอน

ลาวเริ่มการก่อสร้างโครงการรถไฟมูลค่า 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2016 ท่ามกลางความวิตกว่า โครงการที่มีมูลค่าการลงทุน ราว 1/3 ของขนาดเศรษฐกิจของประเทศ จะทำให้ลาวติดกับดักหนี้สิน เพราะ 60%ของเงินลงทุนหรือประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น เป็นเงินกู้จากธนาคารส่งออกนำเข้า (เอ็กซิมแบงก์) ของจีน ซึ่งลาวก็ต้องรับภาระหนี้สินตามสัดส่วนเป็นเงินถึงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนที่เหลือ 40 %เป็นหุ้น โดยฝ่ายลาวมีภาระจะต้องใส่เงินเข้าไปตามสัดส่วนหุ้นของตัวเอง มูลค่า 730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนั้น 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินงบประมาณของรัฐบาลลาวและที่เหลือ 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐก็ต้องกู้จากธนาคารของจีนอีกเช่นกัน( ดูแผนผังโครงสร้างการเงิน)

รวมแล้วประเทศลาวมีภาระหนี้สินกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเปรียบกับผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ ของลาว 19,136 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามการรายงานของธนาคารโลกปี 2020

สมสะหวาดซึ่งในเวลานั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศผู้เจรจาทำสัญญากับจีนกล่าวว่า "ข้าพเจ้าเข้าใจปัญหานี้ดีตั้งแต่ตอนทำสัญญาแล้ว จึงเจรจาขอให้บริษัทร่วมทุนเป็นผู้รับภาระหนี้สินทั้งหมดและเอาตัวโครงการนั้นค้ำประกันเงินกู้เอง ไม่ต้องให้เป็นภาระรัฐบาล เรื่องนี้ก็รายงานให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติรับรองและสภาก็เห็นว่านี่เป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดที่เราทำได้"

ส่วนข่าวลือที่ว่าทางการลาวจำเป็นต้องอนุญาตให้บริษัทจีนเข้าทำประโยชน์จากที่ดินข้างละ 20 กิโลเมตรจากทางรถไฟไปตลอดเส้นทางนั้น สมสะหวาด ปฏิเสธว่าไม่ได้มีประเด็นนั้นในสัญญา บริษัทร่วมทุนต้องการที่ดินรวมทั้งหมดเพียง 1,000 เฮกตาร์ (ประมาณ 6,250 ไร่) เพื่อสร้างสถานีและกันพื้นที่สองข้างไว้เพื่อความปลอดภัยในการเดินรถเท่านั้น

"การพัฒนาที่ดินถ้าหากจะมีก็ต้องทำสัญญากันใหม่ภายใต้กฎหมายลงทุนของลาวหรือเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแยกต่างหาก ไม่เกี่ยวกับโครงการรถไฟ" สมสะหวาด กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากนครหลวงเวียงจันทน์

รายงานของธนาคารโลกที่เผยแพร่เมื่อปี 2020 ที่ชื่อ"FROM LANDLOCKED TO LAND-LINKED UNLOCKING THE POTENTIAL OF LAO-CHINA RAIL CONNECTIVITY" ชี้ให้เห็นว่า เส้นทางรถไฟยาว 414 กิโลเมตรที่สร้างด้วยรางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตรเป็นส่วนหนึ่งของ 6 ระเบียงเศรษฐกิจนานาชาติตามข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน โดยโครงการนี้อยู่ในส่วนของระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน ซึ่งจะเชื่อมระบบการขนส่งทางรางจากเมืองคุนหมิงของจีนกับสิงคโปร์ โดยผ่านลาว ไทย และ มาเลเซีย ระบบรางถูกออกแบบให้สามารถรองรับรถไฟความเร็วสูงที่ใช้ความเร็วได้มากกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่าในส่วนของลาวจะเป็นขบวนรถที่ใช้ความเร็วเพียง 160-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับขบวนผู้โดยสารและไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับขบวนสินค้า

ตฤณ ไอยะรา ผู้เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง รถไฟจีน กล่าวในการเสวนาหัวข้อ เศรษฐกิจการเมืองเรื่องรถไฟจีนในภูมิภาคเมื่อ 3 ก.ค.ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงของจีนนั้นถือว่าเป็นผลประโยชน์ร่วมทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาทั้งของจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวคือ จีนต้องการขยายอิทธิพลทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองในภูมิภาคนี้ พร้อมๆกับการขยายตลาดรองรับสินค้าอุตสาหกรรมของจีน กระจายความเจริญให้เข้าสู่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนเองและเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือสร้างให้จีนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของโลก

อาจารย์สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้นี้ กล่าวที่เวทีเสวนาที่จัดออนไลน์โดย ศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯว่า ประเทศในภูมิภาคนี้ก็ได้ประโยชน์ด้วยเช่นกันคือ ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมต่อกับโลกภายนอก พัฒนาเมืองสองข้างทางและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองชายแดนและได้กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

เข้าถึงและควบคุม

เกร็ก เรย์มอนด์ อาจารย์จากศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการป้องกันประเทศ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ชี้ให้เห็นว่าจีนใช้ประโยชน์จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน 2 ลักษณะ คือ

  • ใช้โครงข่ายคมนาคมอย่างรถไฟเพื่อการเชื่อมโยงและเข้าถึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เปรียบเสมือนหลังบ้านของจีน
  • ใช้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่ในประเทศในภูมิภาคเป็นเสมือนปุ่ม (node) ควบคุมการผลิต ห่วงโซ่อุปทานและการบริโภค

รายงานการศึกษาของธนาคารโลกนี้ชี้ว่ารถไฟจีน-ลาวโดยตัวของมันเองอาจจะไม่ตอบโจทย์ของการพัฒนาทั้งหมด เพราะคาดว่าจำนวนผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการรถไฟในช่วงบ่อเต็น-เวียงจันทน์จะมีเพียง 480,000 คนในปี 2025 และเพิ่มเป็น 1.1 ล้านในปี 2030 ซึ่งนับว่าไม่มากนัก ดังนั้นรถไฟจึงมีหน้าที่หลักในเรื่องการขนส่งสินค้า เพราะการขนส่งทางรางจะทำให้ ต้นทุนค่าขนส่งลดต่ำลง ถ้าหากเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงกันได้ทั่วภูมิภาคจากจีนถึงสิงคโปร์ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าการขนส่งสินค้าทั้งสินค้าข้ามแดน ผ่านแดน และ ภายในประเทศ จะเพิ่มขึ้นถึง 2.4 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 เฉพาะแต่ในส่วนของลาว-จีนนั้น คาดว่ารถไฟสายนี้จะขนส่งสินค้าได้ 1.7 ล้านตันต่อปีภายในปี 2030 เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์จากการขนส่งเต็มที่ ลาว จึงสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งทางด้านการผลิตและบริการ

รายงานของธนาคารโลกแนะนำว่า รัฐบาลลาวควรออกแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะตั้งอยู่ในแนวเส้นทางรถไฟให้เหมาะสม เช่น ควรตั้งอยู่ใกล้กับจุดขนส่งหรือกระจายสินค้า มีแรงงานเพียงพอ กฎระเบียบต่าง ๆ ควรทำให้ง่าย ไม่ซับซ้อนและโปร่งใส

จีนในลาว

แต่การศึกษาของ เรย์มอนด์ พบว่าผู้ที่มีบทบาทในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในลาวมากที่สุดคือจีนนั่นเอง เช่น เมืองบ่อเต็นติดชายแดนจีนนั้น เรียกได้ว่าจีนสร้าง เป็นเจ้าของและบริหาร เมืองชายแดนเล็ก ๆ แห่งนี้ ถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของจีนมาเกือบ 20 ปีแล้ว ระบบเงินตรา สัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็นระบบของจีน ที่ดินในเมืองนี้พัฒนาภายใต้สัญญาเช่า 99 ปีตั้งแต่ปี 2003

"การวิจัยภาคสนามในเดือนกันยายน 2019 มีประจักษ์พยานน้อยมากที่จะบ่งชี้ว่าเมืองนี้อยู่ในประเทศลาว มันดูเหมือนอยู่ในจีนมากกว่า" เรย์มอนด์ เขียนเอาไว้ในงานวิจัยของเขา

การก่อสร้างโครงการรถไฟอาจจะทำให้ประชาชนลาวได้ประโยชน์โดยตรงค่อนข้างน้อย รองนายกรัฐมนตรี สอนไซ สีพันดอน ของลาวซึ่งไปตรวจเยี่ยมโครงการเมื่อกลางเดือนมิถุนายนเรียกร้องให้บริษัทร่วมทุนจ้างงานคนลาวมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีคนลาว เพียงประมาณ700 คนได้ทำงานในโครงการ

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานเมื่อ 26 มิ.ย. ว่า ฝ่ายจีนกำลังฝึกอบรมแรงงานรุ่นหนุ่มสาวของลาว 636 คนเพื่อเข้าทำงานในโครงการรถไฟที่กำลังจะเปิดเดินรถในปลายปีนี้ โดยส่วนหนึ่งจะได้ทำหน้าที่เป็นพนักงานขับรถไฟ บำรุงรักษาอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก สำนักข่าวของทางการจีนยังได้เผยแพร่คลิปวีดีโอการฝึกอบรมพนักงานต้อนรับบนรถไฟชาวจีนให้เรียนรู้ภาษาลาวอีกด้วย

เรย์มอนด์ บอกกับบีบีซีไทยว่า การทำงานกับโครงการรถไฟจีนลาวดูเหมือนจะเกิดความขัดแย้งทางสังคมอยู่บ้างเพราะคนงานลาวได้รับค่าจ้างน้อยกว่าคนงานจีนแต่พวกเขาไม่กล้าโวยวาย

ส่วนที่ขาดหายไป

แม้ว่าจีนจะออกแรงผลักดันในการก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งก็มองว่าจีนได้ประโยชน์มากกว่าหุ้นส่วนในภูมิภาค แต่เรย์มอนด์เห็นว่า เส้นทางของจีนก็ขรุขระไม่น้อย มีเพียงประเทศเล็ก ๆ อย่างลาวเท่านั้นที่ต้านทานจีนได้ยาก ประเทศที่มีขนาดใหญ่ในอาเซียนอย่างไทยมีอำนาจต่อรองมากกว่า และสามารถแสวงหาประโยชน์จากความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางได้มากกว่า

ในขณะที่ไทยมองเห็นความจำเป็นที่จะเชื่อมรถไฟความเร็วสูงเข้ากับระบบของจีน-ลาว แต่ก็เกรงว่าจะถูกดูดเข้าไปในวงโคจรของอิทธิพลจีนเร็วเกินไป จึงเลือกที่จะเริ่มการพัฒนาในส่วนกรุงเทพฯ-นครราชสีมาก่อน แทนที่จะทำพร้อมกันทีเดียวจากหนองคาย

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทยบอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อปลาย พ.ค. ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะแรกช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาระยะทาง 250 กิโลเมตรเพิ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จไปแค่ 1 จากทั้งหมด 14 สัญญา คือจากกลางดงถึงปางอโศกระยะทาง 3.5 กิโลเมตร นอกนั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 6 สัญญา เตรียมการก่อสร้าง 3 สัญญาและอีก 4 สัญญาเพิ่งจะเปิดประกวดราคารัฐบาลไทยวางเป้าหมายว่าจะเปิดเดินรถในส่วนแรกได้ในอีก 6 ปีข้างหน้า

ส่วนระยะที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย 356 กิโลเมตรนั้นเพิ่งจะอยู่ระหว่างการศึกษาและออกแบบ ยังจะต้องปรึกษาและเจรจากับฝ่ายจีนอีกหลายรอบกว่าจะลงมือก่อสร้างได้ ส่วนจุดเชื่อมต่อเวียงจันทน์-หนองคายประมาณ 30 กิโลเมตรเศษรวมทั้งส่วนที่ข้ามแม่น้ำโขงก็จะต้องรอการปรึกษาหารือสามฝ่าย จีน ไทย ลาวอีกต่อไป แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน

Getty Images

เรย์มอนด์เห็นว่า ทางการไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกและรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ- อู่ตะเภา ซึ่งเป็นประโยชน์ภายในของไทยเองมากกว่าจะเร่งรัดการเชื่อมระบบรางกับลาวซึ่งเป็นผลประโยชน์ของจีน

ตฤณ กล่าวว่า นอกจากปัญหาภาระหนี้สินอย่างที่ลาวเผชิญอยู่ เศรษฐกิจชะลอตัวแบบไทย กฎระเบียบในการก่อสร้างตามกฎหมายภายในที่ยุ่งยากแล้ว การประกาศยกเลิกโครงการรถไฟความเร็วสูงสิงคโปร์-มาเลเซียที่ริเริ่มกันมาตั้งแต่ปี 2010 เมื่อ ม.ค. ที่ผ่านมา กลายเป็นความท้าทายอย่างใหม่ที่จะทำให้โครงการรถไฟในฝันจากคุนหมิงถึงสิงคโปร์ต้องห่างไกลความเป็นจริงออกไปอีก

สิงคโปร์และมาเลเซียวางแผนร่วมกันว่าจะลงทุนราวๆ 25,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงระยะทาง 350 กิโลเมตรเพื่อย่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างเมืองหลวงทั้งสองประเทศให้เหลือเพียง 90 นาทีและเชื่อมต่อโครงข่ายการขนส่งทางรางระหว่างจีน (คุนหมิง) และกลุ่มอาเซียนที่เคยวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ปี 1995 โครงการนี้เริ่มจะเป็นจริงเมื่อจีนประกาศความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางและหลายประเทศในอาเซียนเช่น ลาว ไทย เมียยนมา และเวียดนาม เริ่มจริงจังกับการพัฒนาระบบรางเมื่อราวๆ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา

โครงการรถไฟความเร็วสูงสิงคโปร์-มาเลเซีย เริ่มส่อเค้าล้มเหลวเมื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในมาเลเซียปี 2018 รัฐบาลของ มหาเธร์ โมฮัมหมัด เห็นว่าโครงการนี้สร้างภาระหนี้สินมากเกินไปจึงขอชะลอโครงการเอาไว้ก่อนโดยยอมจ่ายค่าชดเชยความล่าช้าให้กับสิงคโปร์เป็น เงิน 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกครั้งในเดือนมีนาคมปีที่แล้วที่ทำให้ มหาเธร์ ต้องลงจากอำนาจไปก็ไม่ได้ทำให้โครงการนี้มีอนาคต รัฐบาลของมูห์ยิดดิน ยัสซินจึงตัดสินใจขอยกเลิกโครงการและยอมจ่ายค่าชดเชยให้สิงคโปร์อีก 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (102 ดอลล่าร์สิงคโปร์)

หลังจากขอยืดเส้นตายมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยเหตุผลว่ายังคงมีปัญหากับการระบาดของโควิด แต่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองฝ่ายอยากจะเดินหน้าโครงการต่อโดยเร็วเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจที่บอบช้ำจากโควิด ทว่าขัดแย้งกันเรื่องวิธีการ เพราะสิงคโปร์ต้องการเปิดประมูลระหว่างประเทศเพื่อความโปร่งใสและผลประโยชน์ที่เท่าเทียม แต่มาเลเซียไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่าล่าช้าจึงอยากจะแก้ไขสัญญาแต่หาทางออกร่วมกันไม่ได้สุดท้ายจบลงด้วยการยกเลิกโครงการไป

กระแสการพัฒนาและอิทธิพลจีนในศตวรรษที่ 21 นั้นรุนแรงเชี่ยวกรากเกินกว่าประเทศเล็ก ๆ จะต้านทานได้ เรย์มอนกล่าวกับบีบีซีไทยเป็นเชิงสรุปว่า ประเทศในแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แข็งแรงอย่างไทยและเวียดนามอาจจะมีความสามารถในการรับมือและแปรความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางให้เป็นประโยชน์กับตัวเองได้ดีกว่าประเทศเล็ก ๆ อย่างลาว ถึงกระนั้นก็ตาม ลาวมีทางเลือกที่จะสร้างดุลยภาพได้โดยการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรหลักในอดีตคือเวียดนามเอาไว้ให้มั่นคง

………………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...