โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพทย์ชนบททวงแอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านโดสต่อเดือนที่หายไป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2564 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2564 เวลา 07.56 น.
REUTERS/Nyimas Laula/File Photo

ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เฟซบุ๊กทวงแอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านโดสต่อเดือน ที่หายไป หวั่นได้ซิโนแวคเป็นวัคซีนหลักของประเทศ เปรียบเหมือนได้เสื้อเกราะบาง บุคลากรแพทย์-คนไทยไม่โอเค จี้ “อนุทิน” จัดการปัญหา

วันที่ 30 มิถุนายน 2564 ชมรมแพทย์ชนบทเผยแพร่บทความซีรีส์ ลับลวงพราง วัคซีนโควิด ตอน 17 : 30-06-64 เรื่อง มาตรการทวงคืนสัญญา แอสตร้าฯ 10 ล้านโดสต่อเดือนที่หายไป ข้อความดังนี้…

รัฐบาลและ ศบค.แถลงชัดเจน พร้อมให้ความหวังกับประชาชนคนไทยมาตลอดว่า สยามไบโอไซเอนซ์คือความมั่นคงด้านวัคซีนโควิดของประเทศ เราสั่งจองแอสตร้าฯในปี 2564 มีแผนการฉีดแอสตร้าฯที่เป็นวัคซีนหลัก แบ่งเป็นมิถุนายน 6 ล้านโดส แล้วหลังจากนั้นนับแต่กรกฎาคมเป็นต้นไป เดือนละ 10 ล้านโดส โดยมีซิโนแวคเป็นวัคซีนเสริม 3-5 ล้านโดส รอจนไตรมาส 4 ตุลาคมเป็นต้นไป จึงได้ไฟเซอร์โมเดอร์นนามาฉีดเพิ่ม

แต่แล้วกลับกลายเป็นว่า แอสตร้าฯสยามไบโอไซเอนซ์สามารถส่งมอบให้รัฐบาลไทยในเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป เพียงสัปดาห์ละ 1 ล้านโดส รวมเดือนละ 4 ล้านโดสเท่านั้น

หากประเทศไทยได้แอสตร้าฯสยามไบโอไซเอนซ์เพียงเดือนละ 4 ล้านโดส เราจะมีซิโนแวคเป็นวัคซีนหลักของประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะอาจต้องนำเข้าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 6-10 ล้านโดสแทน ได้เสื้อเกราะบางมาใส่แทนเสื้อเกราะหนาปานกลางอย่างแอสตร้าฯ แบบนี้บุคลากรทางการแพทย์และคนไทยไม่โอเคนะครับ

รัฐบาลพยายามแก้เกมขาดแคลนวัคซีนแอสตร้าฯและ mRNA ด้วยการจัดหาวัคซีนบริจาคมาสมทบ เช่นขอบริจาคแอสตร้าฯญี่ปุ่นเข้ามาเสริม ขอของสหรัฐเข้ามาเสริม แต่นั่นคือของบริจาค ไว้เสริม ไม่ควรนำมานับเป็นวัคซีนหลักในระบบที่มีการจองและการวางแผนสั่งซื้อตามสัญญาการจองวัคซีนไว้

ถึงเวลาแล้วที่รองนายกฯอนุทินในฐานะประธานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติต้องประชุมเพื่อจัดการปัญหานี้

เพราะแอสตร้าฯสยามไบโอไซเอนซ์ทำให้การจัดหาวัคซีนปั่นป่วนมาก จำนวนที่ผลิตได้เดือนละ 15 ล้านโดส ทางบริษัทแม่เขาจะกันไว้ส่งมอบให้ประเทศอื่น ๆ ด้วย จึงทำให้สัดส่วนวัคซีนของสยามไบโอไซเอนซ์ที่ผลิตได้ จะส่งมอบให้รัฐบาลไทยประมาณ 25-30% เท่านั้น ที่เหลือต้องส่งออก และดูเหมือนว่ารัฐบาลจะไม่กล้าไปต่อรองหรือใช้เครื่องมือทางกฎหมายใด ๆ ในการทำให้ประเทศไทยได้วัคซีนแอสตร้าฯ 10 ล้านโดสต่อเดือนตามที่เคยคุยโวไว้เลย

ชมรมแพทย์ชนบทและเครือข่ายผู้ติดตามเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนจึงเห็นว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำทุกวิถีทางให้ประเทศไทยได้รับการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าฯจากสยามไบโอไซเอนซ์ที่ 10 ล้านโดสต่อ เดือนตามที่รัฐบาลเคยกล่าวอ้างไว้ให้ได้ นี่คือเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ แล้วค่อยจัดหาซิโนแวคมาเสริม 5 ล้านโดสให้ครบเดือนละ 15 ล้านโดส เป็นอย่างน้อย

ดังนั้นวิธีการตามกฎหมายที่ทำได้ก็คือ อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561

มาตรา 18(2) ที่ระบุว่า รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจ “กำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ซึ่งต้องเหมาะสมกับสัดส่วนการใช้วัคซีนภายในประเทศ” ฉะนั้น รัฐบาลจึงสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจากสยามไบโอไซเอนซ์ได้ โดยควรกำหนดให้ส่งออกได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ที่ผลิตได้ ก็จะทำให้ประเทศไทยมีวัคซีนแอสตร้าฯฉีดในประเทศไทย 10 ล้านโดสต่อเดือนตามเป้าเดิม เดินหน้าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้อย่างมั่นใจ

หนทางนี้สดใสและง่ายที่สุดแล้ว คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติส่วนใหญ่เขาก็เห็นด้วยแล้ว จึงหวังว่ารัฐบาลและ รมว.สาธารณสุขจะรีบดำเนินการ และทำทุกวิถีทาง ให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านวัคซีน อย่างน้อยก็จากแอสตร้าฯสยามไบโอไซเอนซ์ ไม่ใช่จากซิโนแวคที่ควรเป็นวัคซีนเสริมเท่านั้น

ประชาชนรอดูอยู่ ชี้ช่องกันขนาดนี้แล้ว อย่ารีรอเลยครับนายกฯประยุทธ์และรองนายกฯอนุทิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...