โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บลจ.วรรณ แนะกระจายพอร์ตลงทุนหุ้นญี่ปุ่น 15%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ส.ค. 2564 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 09.13 น.

บลจ.วรรณ ชี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นน่าสนใจ แนะกองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท เจแปน อิควิตี้ (ONE-UJE-RA) สำหรับสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้พอร์ตการลงทุนไม่เกิน 10-15% ในช่วงครึ่งปีต่อจากนี้ หลังมีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องจากแนวโน้มการฉีดวัคซีนในประเทศญี่ปุ่นมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างโดดเด่น และราคาหุ้นยังถูกเมื่อเทียบกับในกลุ่มตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว

วันที่ 13 สิงหาคม 2564  นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด(บลจ.วรรณ) เปิดเผยว่า  การจัดสรรเงินเพื่อกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศช่วงนี้ ยังเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทยังคงแนะนำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทยังคงมุมมองเชิงบวกในตลาดหุ้นแถบเอเชีย โดยกระจายการลงทุนให้หุ้นญี่ปุ่นไม่เกิน 10%-15% ของพอร์ต เพื่อเพิ่มผลตอบแทนในช่วงหลังของปีนี้

ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นเริ่มฉีดวัคซีน Covid-19 ช้ากว่าประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว  อื่นๆ แต่อัตราการฉีดได้เร่งตัวขึ้นเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม จำนวนผู้ได้รับวัคซีนครบโดสปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นที่ราว 1 ใน 3 ของประชากร แม้ว่าสถานการณ์ Covid-19 ระยะสั้นกลับมาดูแย่ลง แต่แนวโน้มจำนวนผู้เสียชีวิตรายใหม่กลับยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงก่อน  โดยญี่ปุ่นเลือกใช้วัคซีน mRNA เป็นหลักซึ่ง 2 โดสใช้เวลาฉีดห่างกันเพียง 3-4 สัปดาห์ ทันต่อสถานการณ์แพร่ระบาดสายพันธุ์เดลตาที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว อาจมีส่วนช่วยให้สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้ 

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น นักวิเคราะห์ HSBC คาดการณ์ไว้เมื่อต้นไตรมาส 3 ถึงช่วงเวลาในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ของแต่ละประเทศในเอเชีย (ฉีดวัคซีนครบโดส 70% ของประชากรขึ้นไป) โดยประเทศญี่ปุ่นมีแนวโน้มเกิดขึ้นช่วงปลายปีนี้ซึ่งตามหลังมีเพียงประเทศสิงคโปร์เท่านั้น และจะนำมาสู่การเริ่มกลับมา reopening ได้ต่อเนื่องในที่สุด 

ในมุมมองของเศรษฐกิจโลก ปัจจุบันมีแนวโน้มฟื้นตัวสะท้อนผ่านดัชนี PMI ที่อยู่ในโซนขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี จากข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นมักจะทำผลตอบแทนได้ดีเมื่อดัชนีดังกล่าวขยายตัว เนื่องจากมีหุ้น Cyclical สูง แต่ราคาปัจจุบันยังคง Laggard ประเทศศรษฐกิจพัฒนาแล้ว  ด้วยกันเอง

ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Fed) อาจจะไม่สร้างผลกระทบต่อบริษัทญี่ปุ่นมากนักเนื่องจากบริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่เป็น Net cash เพราะฉะนั้นผลกระทบเรื่อง Bond yield ค่อนข้างจำกัดกว่าบริษัทที่เป็น New debt ขณะที่ในมุมมองของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยมีน้อย จากอัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่นต่ำมาเป็นระยะเวลานานและห่างไกลจากเป้าหมายที่ระดับ 2%

นอกจากนี้หากเปรียบเทียบกับประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว  เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่นลงทุนด้านดิจิตอลน้อยมาก แต่จากผลสำรวจบริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่ได้เริ่มพิจารณาลงทุนดังกล่าวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำกำไร ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีการสนับสนุนเพื่อพลิกฟื้นให้ญี่ปุ่นกลับมาเติบโตอีกครั้ง ควบคู่กับการโปรโมทด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเทรนด์หลักของโลกที่มีกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน 

สำหรับการเฟ้นหาบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตที่ซ่อนอยู่ต้องพึ่งพา Active Managers ในต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญหุ้นญี่ปุ่นโดยเฉพาะคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนแบบกระจุกตัว (เพียง 30-40 หลักทรัพย์) ซึ่งจากสถิติชี้ให้เห็นว่ากลยุทธ์นี้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าการลงทุนบนดัชนีในระยะยาว โดยกองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท เจแปน อิควิตี้ สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-UJE-RA) ลงทุนแบบ Fund of funds ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนในกองทุนต่างประเทศต่างๆที่มีผลการดำเนินงานชนะดัชนีชี้วัดอย่างสม่ำเสมอได้อย่างยืดหยุ่น! ถือเป็นกลยุทธ์การลงทุนโดดเด่นของบลจ.วรรณ ที่ยังไม่มีใครในตลาดทำมาก่อน นายพจน์กล่าว  

ปัจจุบัน ONE-UJE-RA มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Fund of Funds โดยลงทุนผ่านกองทุน

1.Goldman Sachs Japan Equity Partners Portfolio เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางในบริษัทญี่ปุ่น สัดส่วนประมาณ 40%

2.กองทุน Nomura Japan High Conviction สัดส่วนประมาณ 25% เน้นลงทุนในบริษัทที่มั่นคง และมี ROE สูง 

3.กองทุน Comgest Growth Japan เน้นลงทุนในบริษัทญี่ปุ่นที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาวทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก สัดส่วนประมาณ 20% และ 

4.กองทุน Baillie Gifford Worldwide Japanese สัดส่วนประมาณ 10% เน้นลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้นำการเติบโตในประเทศญี่ปุ่นระยะยาว 5 ปีขึ้นไป ผ่านการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up และส่วนที่เหลือลงทุนบนดัชนี TOPIX ETF  

กองทุน ONE-UJE-RA จะใช้ดัชนี TOPIX Net total Return เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนจากแบบจำลองผลการดำเนินงานย้อนหลัง (Back test) ในระยะเวลา 1 ปี 3 และ 5 ปี ONE-UJE-RA ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 46.66% 12.16% และ 16.67% ขณะที่ผลการดำเนินงานดัชนี TOPIX NTR index เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 25.94% 3.84% และ 9.60% ตามลำดับ

นายพจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากมองไปข้างหน้า บลจ.วรรณ เชื่อว่าดัชนีญี่ปุ่นสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในปีนี้เช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ยุโรป ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วในระดับสูงและกลับมา reopening ได้ต่อเนื่อง แม้ว่าอนาคตอาจจะต้องมีการฉีดบูสเตอร์โดสเนื่องจากสายพันธุ์ใหม่ๆที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ โดยมองว่าโควิด-19 มีแนวโน้มจะอยู่กับเราไปอีกหลายปี แต่หลายประเทศเลือกที่จะปรับตัวอยู่กับมันแทนการ Lockdown ไปแบบไม่มีที่สิ้นสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...