โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 วิธีสังเกตว่าลูกกำลังเผชิญกับโรคบกพร่องทางการอ่าน (Dyslexia) อยู่หรือเปล่า?

Mood of the Motherhood

อัพเดต 18 ก.พ. 2563 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2563 เวลา 11.27 น. • Features

*โรคบกพร่องทางการอ่าน หรือ Dyslexia จัดเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติเฉพาะด้านการเรียนรู้ (Learning Disorder) *

ทำให้เด็กมีปัญหากับการอ่าน เขียน สะกดคำติดขัด ไม่สามารถเรียนรู้การผสมคำได้  ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้ไม่เท่ากับคนอื่น เด็กที่มีอาการของโรค Dyslexia อาจทำให้คุณครูและผู้ปกครองเข้าใจว่า เด็กมีปัญหาเพราะความไม่สนใจหรือไม่ตั้งใจที่จะเรียนรู้

โรค Dyslexia อาจเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม การเลี้ยงดู การได้รับยา แอลกอฮอล์ หรือสารเสพติดขณะคุณแม่ตั้งครรภ์ รวมไปถึงการคลอดก่อนกำหนดก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กเป็นโรคดังกล่าวได้

ถึงแม้โรค Dyslexia นั้นจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถแก้ไขและพัฒนาได้ด้วยการให้เด็กได้ฝึกฝนการอ่านเขียน และพูดอย่างสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญคือ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติของลูกได้เร็ว และพาไปเข้ารับการรักษาได้เร็วเท่าไหร่ ลูกก็จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้เร็วเท่านั้น

มาถึงตรงนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะสงสัยว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกกำลังมีอาการของโรคบกพร่องทางการอ่านหรือไม่ เรามีข้อสังเกตดังนี้ค่ะ

1. ลูกพูดช้ากว่าเด็กปกติทั่วไป

ก่อนไปถึงการอ่าน คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้จากพัฒนาการทางการพูดพูดของลูก ดูว่าลูกดูมีการเปล่งเสียง หรือจังหวะการพูดที่ดูช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกันกับเขาหรือไม่ เช่น ลูกมักจะครุ่นคิดนานก่อนที่จะพูดออกมาเป็นคำ หรือเปล่งเสียงออกมาได้ช้า นึกคำไม่ค่อยออก

2. มีปัญหาเกี่ยวกับการจำตัวเลข ตัวอักษร และสี

เด็กที่เป็น Dyslexia นอกจากจะมีพัฒนาการด้านการพูดที่ช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกันแล้ว ยังมีปัญหาด้านการจำตัวเลข จำตัวอักษร และจดจำสี ข้อสังเกตคือเด็กจะไม่เข้าใจว่าตัวอักษรแต่ละตัวนั้นแตกต่างกันอย่างไร ไม่สามารถจดจำหรือเรียกเป็นชื่อได้ เช่น เมื่อคุณพ่อคุณแม่พูดถึงตัวเลขเดิมซ้ำๆ แต่ลูกก็ไม่สามารถจดจำชื่อเรียกหรือหน้าตาของตัวเลขนั้นได้

3. เรียนรู้คำใหม่ๆ ได้ช้า

ลูกไม่สามารถเข้าใจเมื่อคุณพ่อคุณแม่สอน หรือพูดคำศัพท์ใหม่ๆ เช่น กินข้าว อาบน้ำ ห้องน้ำ หรือสามารถเข้าใจได้ แต่ต้องใช้เวลาในการสอนมากกว่าปกติ ลูกถึงจะจดจำคำนั้นได้ และแม้ว่าจะจำได้แล้ว แต่ในบางครั้งลูกก็ยังคงลืมและสับสน และไม่อาจเข้าใจคำศัพท์เหล่านั้นอย่างถาวรอยู่ดี

4. ไม่สามารถเลือกคำที่จะใช้สื่อสารกับคนอื่นได้ดี

ลูกประมวลคำศัพท์ต่างๆ ได้ส่งผลกระทบมาจนถึงความสามารถในการสื่อสารกับคนอื่น เช่น นึกคำพูดที่ต้องการพูดไม่ออก เลือกคำมาใช้ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกความหมาย และไม่เป็นไปตามหลักของภาษา

5. เขียนตัวอักษร หรือตัวเลขผิด

นอกจากการพูดและการอ่านจะบกพร่องแล้ว การเขียนหนังสือ ตัวอักษร ตัวเลข เด็กก็จะเขียนผิดไปด้วยเช่นกัน เพราะเขาจะจำเกี่ยวกับตัวหนังสือ หรือตัวเลขได้ไม่ดี ดังนั้นเวลาที่เขียนออกมาจึงอาจผิดได้ เช่น ต้องการเขียนเลข 9 แต่กลับเขียนออกมาเป็นเลข 6 เป็นต้น

อ้างอิง

honestdocs

mayoclinic

creativemove

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...