โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทคนิคตัด Choice ทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ให้เร็วขึ้น

Campus Star

อัพเดต 03 ม.ค. 2565 เวลา 18.10 น. • เผยแพร่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 06.30 น.
มีหลายคนถามกันมาว่า เวลาทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ถ้าทำไม่ได้จะเดายังไงถึงจะถูก? จะกาดิ่งก็กลัว เทคนิคตัด Choice ทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ให้เร็วขึ้น

มีหลายคนถามกันมาว่า เวลาทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ถ้าทำไม่ได้จะเดายังไงถึงจะถูก? จะกาดิ่งก็กลัว รอบนี้ไปเสาะหาคำตอบมาให้แล้วค่ะ บอกเลยว่าเวิร์คมาก ลองเอาไปใช้กันนะคะทุกคน ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลยย – เทคนิคตัด Choice ทำข้อสอบภาษาอังกฤษ ให้เร็วขึ้น

เทคนิคตัด Choice ทำข้อสอบภาษาอังกฤษ

มาทำความรู้จักข้อสอบกันหน่อย

กฎพื้นฐานของข้อสอบแบบช้อยส์ก็คือ การที่น้อง ๆ เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดค่ะ ซึ่งคนออกข้อสอบก็มักจะเฉลี่ยคำตอบให้เท่า ๆ กันค่ะ กล่าวคือ ข้อสอบ 20 ข้อ โอกาสที่จะต้องเลือกช้อยส์ A B C D มี 5 ข้อเท่านั้น และโจทย์ในข้อสอบแบบนี้ มักจะมีช้อยส์หลอกมาให้น้องเลือกด้วยอีกเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าคิดอย่างมั่นใจแล้วว่า ต้องตอบข้อนั้นชัวร์ ๆ ให้กาไปเลยค่ะ ไม่ต้องลังเล หากเจอข้อที่ทำไม่ได้ แนะนำให้เว้นไว้ก่อนแล้วค่อยกลับมาทำอีกที จะได้ไม่เสียเวลา

1.พาร์ท Conversation ให้ดูบริบทเข้าไว้

ข้อสอบแบบ Conversation ส่วนใหญ่มักจะเป็นตัวอย่างสถานการณ์มาให้ แล้วน้อง ๆ จะต้องเลือกคำตอบให้ถูกต้องค่ะ ซึ่งบางครั้งคำตอบก็อาจจะทำให้ลังเลได้ เพราะว่าความหมายคล้ายกันจนงงไปอีก แนะนำเวลาจะทำข้อสอบแนวนี้ ให้ดูบริบทของเนื้อหา แล้วเอาคำตอบไปแทนในช่องว่างค่ะ ซึ่งตัวเลือกไหนเข้ากับโจทย์มากที่สุด ก็ให้เลือกอันนั้น

2.พาร์ท Reading ให้ตอบ Informative

สำหรับน้อง ๆ ที่ไม่เชี่ยวชาญพาร์ท Reading สักเท่าไหร่ และไม่อยากเสียเวลาในการอ่าน ขอแนะนำไว้เลยค่ะว่า ถ้าน้องเจอคำถามที่เป็นบทความสั้น คำถามมักจะถามว่า บทความนี้จัดเป็นบทความประเภทใด? และ Choice ที่ให้มาส่วนใหญ่จะมีคำเหล่านี้

  • Informative แนวให้ข้อมูล
  • Persuasive แนวชักจูง
  • Narrative แนวเล่าเรื่อง
  • Argumentative แนวโต้แย้งถ้าเราได้ยินอะไรที่เป็นตัวเลข ให้ข้อมูลเยอะ ๆ ให้กาไปเลยค่ะว่าเป็น Informative โอกาสถูกมีสูงมาก เพราะบทความส่วนใหญ่ที่เอามาออกสอบ มักเป็นบทความเชิงข่าว และงานวิจัย ซึ่งมักจะให้ข้อมูลผู้อ่านอยู่แล้ว

3.พาร์ท Writing ต้องกา But กับ And ให้ถูก

เวลาเจอพวกคำเชื่อมอย่าง But กับ And ขอให้น้องจำวิธีใช้นี้ไปใช้เลยค่ะ ก็คือ And จะตามด้วยความหมายทำนองเดียวกัน และ But จะตามด้วยความหมายแบบตรงข้ามกันกับประโยคก่อนหน้า  เช่น  ความหมายบวก and ความหมายบวก /หรือ  ความหมายลบ but ความหมายบวก  และถ้าน้อง ไปเจอช้อยส์แบบ ความหมายบวก and ความหมายลบ หรือ ความหมายลบ but ความหมายลบ แนะนำให้ตัดออกเลยข้อนี้ผิดแน่นอนสำหรับน้อง ๆ คนไหนที่อยากติวทริคดี ๆ แบบนี้กันต่อ ขอแนะนำคอร์สอัพคะแนน Eng วิชาสามัญ เลยค่ะ เพราะคอร์สนี้รวบรวมทริคทำข้อสอบภาษาอังกฤษดี ๆ พร้อมติวเข้มหลักแกรมม่าที่เข้าใจง่ายแบบที่ใครเรียนก็รู้เรื่อง! เรียนได้ที่นี่ TUTOR ME

บทความแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...