รัฐบาลแถลงความคืบหน้าการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พร้อมเปิดศูนย์สื่อมวลชนงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
วันที่ 1 มีนาคม 2562 พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและศูนย์สื่อมวลชน เปิดเผยถึงการเตรียมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ว่า กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ยังมี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ โดยได้จัดทำแผนประชาสัมพันธ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็น 3 ระยะด้วยกัน คือ เบื้องต้นพระราชพิธีตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม ถึง 3 พฤษภาคม 2562 เบื้องกลางพระราชพิธี ตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 6 พฤษภาคม 2562 และเบื้องปลายพระราชพิธีตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม ถึงพฤศจิกายนปี 2562
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายพิธีการ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดเผยถึงการเตรียมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ลำดับพระราชพิธี หมายกำหนดการ การเตรียมน้ำอภิเษก และน้ำมุรธาภิเษก ในวันที่ 6 เม.ย.62 ซึ่งการเตรียมการที่ผ่านมา ดำเนินแล้ว 7 ด้าน ได้แก่ การเตรียมตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธีฯ การเลือกพระบรมฉายาลักษณ์สำหรับใช้ในงานที่จะต้องมีลักษณะคล้ายกันทั่วประเทศ การเตรียมน้ำสรงมุรธาภิเษก การเตรียมน้ำจากทุกจังหวัดเพื่อทำน้ำศักดิ์สิทธิ์ในการถวายอภิเษก เตรียมเครื่องใช้สำหรับจารึกพระสุพรรณบัฏ แกะดวงพระบรมราชสมภพและแกะพระราชลัญจกรหรือตราประจำรัชกาล การเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ เช่น การสร้างมณฑปพระกระยาสนาน ซ่อมเกยสำหรับเสด็จพระราชดำเนินลงพระราชยานเข้าสู่พระอุโบสถวัดทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามวรวิหาร วัดพระเชตุพนวิมลมังคราราม และเตรียมขบวนพยุหยาตราสถลมารค มีการซ้อมกำลังพล รวมทั้งเตรียมเครื่องแต่งกาย การประชุมตระเตรียมการจัดพระราชพิธี ในพระที่นั่ง และที่สำคัญ คือการประชุมตระเตรียมบุคคลที่จะเข้าเฝ้าฯ ในพระราชพิธีส่วนต่างๆ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งว่าให้ระมัดระวังในการเคลื่อนย้ายผู้เข้าร่วมพระราชพิธีเนื่องจากมีบุคคลสำคัญต่างๆ เป็นผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก ส่วนพระราชอาคันตุกะจะไม่ทูลเชิญอย่างเป็นทางการ แต่หากบุคคลสำคัญจากประเทศใด จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธี ก็สามารถเดินทางมาร่วมพระราชพิธีในฐานะแขกของรัฐบาล
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึง การเตรียมงานด้านการปรับภูมิทัศน์กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมการเฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามภารกิจที่มอบหมายจากรัฐบาลให้รับผิดชอบที่เกี่ยวกับงานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ได้แก่ รวมทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ ด้านกายภาพ ด้านปรับปรุงภูมิทัศน์อาคารและสถานที่ ด้านการบริการและการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะมาเฝ้าฯรับเสด็จ ด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร ด้านการสนับสนุนดำเนินงาน
สำหรับการปรับปรุงภูมิทัศน์ กทม.ได้รับมอบหมายให้ซ่อมแซมปรับปรุงพิ้นผิวการจราจรทางเท้า ระบบไฟฟ้า ระบบการระบายน้ำ ป้ายต่างๆ ศาลาที่พักผู้โดยสาร การตีเส้นเครื่องหมายจราจรในพื้นที่การจัดงานพระบรมราชาภิเษกให้สวยงาม จำนวนกว่า 20 เส้นทาง ความก้าวหน้าแล้วเสร็จ 75 % การจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร ตลอดจนตู้อุปกรณ์ต่างๆ ในพื้นที่งานพระราชพิธีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้มีความก้าวหน้า 50% กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มี.ค. 62
การปรับปรุงซุ้มเฉลิมพระเกียรติบริเวณถนนราชดำเนินนอก ถนนราชดำเนินกลาง และหัวมุมถนนริมพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน รวมทั้งสิ้น 32 ซุ้ม และจัดทำซุ้มเฉลิมฉลองทั่วกรุงเทพฯ 106 ซุ้ม พร้อมธงประดับเสา 4,000 ชุด ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนมี.ค.62 ได้ การประดับตกแต่ง ได้แก่ การวางต้นไม้ ดอกไม้ประดับ งานดอกไม้สด การตัดแต่งกิ่งไม้ ขณะนี้ได้ดำเนินการออกแบและจัดทำรายละเอียดการดำเนินงานจะแล้วเสร็จในเดือนเม.ย.62 และจะดูแลให้ถึงวันที่ 10 พ.ค. 62 การทาสีโบราณสถานตามเส้นทางพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รวม 12 แห่ง ประกอบด้วย โบราณสถานประเภทกำแพง ประตูเมือง บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร, โบราณสถานประเภทสะพาน, โบราณสถานประเภทอนุเสาวรีย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จ 31 มี.ค. 62 โครงการแต้มสีกรุงเทพมหานคร เป็นการประสานการมีส่วนร่วมในการปรับปรุงและพัฒนาเมืองจากภาคเอกชน โดยทาสีถนนและอาคารและเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ได้แก่ ถนนตะนาว ถนนสิบสามห้าง ถนนพระสุเมรุ ถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร ถนนเจริญกรุง มีกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค. 62
ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึง การรักษาความปลอดภัยและการจราจร โดยยึดหลักการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างสมพระเกียรติ ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกจราจรให้แก่ผู้เข้าร่วมงานพระราชพิธี โดยแผนงานถวายความปลอดภัย ขณะนี้คณะทำงานกำหนด 3 พื้นที่หลัก ได้แก่ พื้นที่ส่วนใน ส่วนกลาง และส่วนนอก หรือที่เรียกว่าพื้นที่หวงห้าม พื้นที่ควบคุมและพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย มีการกำหนดจุดคัดกรองโดยรอบพื้นที่ เพื่อรองรับประชาชนที่เข้ามาในพื้นที่ คือ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพฯและที่อยู่ใกล้บริเวณจัดงานพระราชพิธีดังกล่าว รวมทั้งประชาชนจากต่างจังหวัดซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะพาเข้ามาร่วมในพระราชพิธีนี้ โดยผ่านจุดคัดกรองทั้ง 6 แห่ง ก่อนเข้าร่วมพระราชพิธี
ประการที่ 2 คือการอำนวยการจราจร พระราชพิธีในเบื้องต้นตั้งแต่พระราชพิธีในวันที่ 6 -23 เม.ย. 62 ในการถวายความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านจราจร จะดำเนินการตามปกติ
ส่วนพระราชพิธีเบื้องกลาง จะปิดการจราจร 8 เส้นทาง ในวันที่ 2-4 พ.ค. 62 จัดเดินรถทางเดียวอีก 5 เส้นทาง ที่ถนนราชดำเนินใน ถนนสนามไชย ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนท้ายวัง ซอยที่เชื่อมกับคลองผดุงกรุงเกษม ถนนหน้าหับเผย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ถนนสราญรมย์ ต่อจากนั้นจะมีการปิดถนนเพิ่มในวันที่ 5 พ.ค. 62 เมื่อพระราชพิธีเข้าสู่ขบวนพยุหยาตราสถลมารคจะมีการปิดการจราจรรวมทั้งสิ้น 27 เส้นทาง
สำหรับประชาชนที่จะเข้ามาร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สามารถนำรถยนต์มาจอดได้รอบเมือง ได้แก่ ด้านทิศเหนือ ที่เมืองทองธานี ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ศุนย์ราชการ และสโมสรตำรวจ ทิศใต้ บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรับพระราม 2 ทิศตะวันออก บริเวณศูนย์การค้าเมกะบางนา ไบเทคบางนา และทิศใต้ บริเวณห้างเซ็นทรัลเวสเกต
หลังจากนั้นแล้วจะมีบริการซัตเติ้ลบัสของขสมก. รับประชาชนมาส่งตามจุดต่างๆ ทั้ง 5 จุด ได้แก่ บ้านมนังคศิลา บ้านพิษณุโลก แยกวิสุทธิ์กษัตริย์ ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า แยกปากคลองตลาด ก่อนเดินเท้าต่อไปยังบริเวณงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามลำดับ กระทั่ง วันที่ 6 พ.ค. 62 ซึ่งตรงกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เพื่อให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล มีการปิดการจราจร 17 เส้นทาง