เด็กไทยเรียนลูกเสือ-เนตรนารี ไปเพื่ออะไร?
ขอเล่าเรื่องการกำเนิดลูกเสือกันก่อน โดยลูกเสือเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเป็นแห่งแรกในโลก เมื่อ พ.ศ. 2451 โดยพลโท ลอร์ด เบเดน พาวล์ มูลเหตุจูงใจที่ตั้งกองลูกเสือขึ้นมาก็คือ ท่านไปรับราชการทหารโดยไปรักษาเมืองมาฟฟิคิง เมืองขึ้นของอังกฤษในแอฟริกาใต้ ขณะนั้นเกิดสงครามขึ้นกับพวกบัวร์ในการผจญศึกใหญ่คราวนั้น ท่านได้ฝึกเด็กขึ้นหน่วยหนึ่ง เพื่อช่วยราชการสงคราม เช่น เป็นผู้สื่อข่าว สอดแนม รักษาความสงบเรียบร้อยภายใน รับใช้ในการงานต่าง ๆ เช่น ทำครัวเป็นต้น ปรากฎว่า ได้ผลดีไม่แพ้ผู้ใหญ่และบางอย่างกลับทำได้ดีกว่าผู้ใหญ่เสียอีก
ลูกเสือ ควรเป็นแค่ชมรมรึเปล่า?
ในประเทศไทย สมัยที่รัชกาลที่ 6 ระชนมายุได้ 13 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ และได้ทรงทราบเรื่องของลอร์ดเบเดน พาวล์ ซึ่งได้ตั้งกองทหารเด็กเป็นหน่วยสอดแนมช่วยรบในการรบกับพวกบัวรจนประสบผลสำเร็จ และได้ตั้งกองลูกเสือขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2450 เมื่อพระองค์เสด็จนิวัติสู่ประเทศไทย ก็ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า) ขึ้น เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2454 ทันที
เอาล่ะมาเข้าเรื่องกัน เกี่ยวกับเรื่องที่ว่าคนไทยเราจะเรียนลูกเสือไปทำไม? ทั้ง ๆ ที่ต่างประเทศจะเหมือนวิชาเลือกหรืออาสาสมัครมากกว่า แต่เด็กไทยต้องเริ่มเรียนตั้งแต่ป. 1 ถึง ม.3 และบังคับให้เรียนด้วย ส่วนเหตุผลที่คนไทยต้องเรียนมีดังนี้
1.แง่ของประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิต
ถ้าไม่นับกิจกรรมใด ๆ เช่นการนันทนาการ ร้องเพลง การแสดงละคร การกีฬา หรืออื่นใดทักษะในวิชาลูกเสือเป็นทักษะพื้นฐานที่คนทั่วๆ ไ ปควรรู้และเข้าใจ เพราะสามารถดึงความรู้ความสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และพื้นฐานการมีทักษะการเอาชีวิตรอด หรือช่วยชีวิตผู้อื่นได้
ทุกคนเรียนลูกเสือมาตั้งแต่เด็ก แน่นอน เริ่มต้นจากลูกเสือสำรอง (หมวกแก๊ปพร้อมดาว) ก้าวข้ามเป็นลูกเสือสามัญ (หมวกปีกและตราลูกเสือ) และตามด้วยลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (หมวกสีเลือดหมูพร้อมตราลูกเสือ) บางคนอาจะเรียนถึงวิสามัญ (หมวกเขียว) บ้างก็อาจจะอยู่เหล่าอากาศ หรือเหล่าสมุทร(ซึ่งผมอยู่มันสามเหล่าลูกเสือครับ) แต่วิชาลูกเสือเนื้อแท้จริงๆ “คือการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำหน้าที่บริการ บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และฝึกฝนตนให้มีระเบียบวินัยที่มากขึ้น”
สรุปในแง่นี้ จะเห็นประโยชน์ทั้งในการเอาชีวิตรอดเบื้องต้น การหาอาหาร การช่วยเหลือผู้อื่นที่อยู่ในสถานการณ์เสี่ยงและลำบาก การรู้จักผจญภัยและป้องกันภัยตนเอง อาจจะเหมือนน้อง ๆ ทหาร แต่ลูกเสือก็กำเนิดมาจากทหาร อ้างอิงตามหลักสูตรแล้ว มีวิชาพิเศษในเหล่าลูกเสือที่น่าสนใจและเอามาอ้างอิงได้จะมี นักบุกเบิก หัวหน้าคนครัว ผู้จัดการค่ายพักแรม นักอนุรักษ์ธรรมชาติ นักสะกดรอย นักเดินทางไกล การพยาบาล นักผจญภัย นักสะสม นักดาราศาสตร์ ผู้พิทักษ์ป่า และนักแสดง
ส่วนใหญ่ก็แค่บอกว่ามีความสามารถอะไรจากการที่ได้เรียนลูกเสือ และได้รับการอบรมมาเท่านั้น ซึ่งมีหลายอย่างมาก แต่มันจะไม่มีประโยชน์ถ้าเลิกเรียนออกมาแล้วไม่ได้ใช้ ผู้ชายจะสานต่อวิชาลูกเสือในพื้นที่ของ “นักศึกษาวิชาทหาร”
2.แง่ของการทำให้คนรู้จักเอื้อเฟื้อต่อส่วนรวม
ทุกวันนี้บ้านเราขาดเรื่องนี้เยอะ ใคร ๆ ก็อยากสบาย ใคร ๆ ก็อยากจะให้สิ่งที่สบายกับตนเองแต่ก็ลืมที่จะมองคนรอบด้าน ว่าเราทำความเดือดร้อนให้ใครบ้างหรือเปล่า? ถ้าถามถึงว่ามันช่วยอะไร อย่างน้อยก็ปลูกจิตสำนึกของความเป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ทำให้ตนเองมีคุณค่า มีจิตสาธารณะ เอื้อเฟื้อแก่ผู้อื่น แม้เนื้อแท้ลูกเสือจะไม่ได้ถูกก่อตั้งมาเพื่อจุดประสงค์เชิงสันติ แต่หลักการและหลักนิยมของลูกเสือก็ยังคงเห็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นสำคัญ
ส่วนประโยชน์อีกอย่าง คงเป็นเรื่องความมั่นคงในประเทศ ลูกเสือเองก็มีบทบาทคล้าย ๆ กับกองกำลังติดอาวุธเช่นอาสาป้องกันชาติหรือทหารพรานค เพียงแต่คงไม่มีใครส่งเด็กไปจับอาวุธปกป้องประเทศเหมือนกิจการใด ๆ และว่าต่อกันด้วยเรื่องของกิจการลูกเสือ ปัจจุบันสำหรับประเทศไทยก็เป็นสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ คอยจัดกิจกรรมหลายอย่างรวมถึงดำเนินกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการลูกเสือในประเทศอยู่ ส่วนใหญ่แล้วกิจการลูกเสือเท่าที่ทราบก็มักจะเป็นอาจารย์จากโรงเรียนเสียเป็นส่วนใหญ่ครับ มีการอบรม การฝึก และมีการประดับเครื่องหมายเหมือนกิจการทหารตำรวจนั่นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก – wikipedia, pantip