โรงไฟฟ้านวนครจ่ายไฟครบ 185 MW ดันรายได้-กำไร RATCH ปี 63 เพิ่มขึ้น
หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า กำลังเผชิญกับแรงขายอย่างหนัก และเฝ้ารอปัจจัฝหม่ที่จะเข้ามาช่วยผลักผันให้ราคาหุ้นกลับมาโดดเด่นอีกครั้ง อย่างในรายของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ที่มีการเดินเครื่องกำลังการผลิตใหม่
นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กนวนคร (ส่วนขยาย) ได้เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ และเริ่มรับรู้รายได้ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 60MW ซึ่งส่งผลให้โรงไฟฟ้าดังกล่าวมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าสุทธิรวม 185 MW และไอนำรวม 40ตันต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้บริษัทจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าดังกล่าวที่เพิ่มขึ้น โดยโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กนวนคร เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่าง RATCH ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 40% ,บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC จำนวน 30% และบริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) หรือ NNCL จำนวน 30%
จากการสำรวจพบว่า RATCH มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 8,320 MW โดยแบ่งเป็นโรงไฟฟ้าประเภทก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าถ่านหิน โรงไฟฟ้าพลังงานลม โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และโรงไฟฟ้าจากขยะ
ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 63 จะมีโรงไฟฟ้าที่ทยอยจ่ายไฟเข้าระบบเพิ่มเติมจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิต 214 MW และโรงไฟฟ้าพลังความร้อน Thang Long ในเวียดนาม หลังจากที่บริษัทลงทุนในกองทุน An Binh Energy and Infrastructure Fund (ABEIF) สำหรับแผนในระยะยาวนั้น ในปี 66 บริษัทตั้งเป้ามีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 10,000 MW ซึ่งจะมีโรงไฟฟ้าในไทยและในต่างประเทศ ที่สัดส่วน 50:50
กูรูยังเชียร์ "ซื้อ" ราคามีอัพไซด์สูงกว่า 56%
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น RATCH โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 73 บาท เนื่องจากต่อจากนี้ไปการลงทุนของบริษัทจะเน้นโครงการที่เดินเครื่องไฟฟ้าในรูแบบเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งจะช่วยให้บริษัทรับรู้รายได้เข้ามาทันที โดยตั้งเป้าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อรองรับกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้น 700MW ต่อปี ขณะเดียวกัน คาดในปี 63 จะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 4.8% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของธุรกิจที่ใกล้เคียงกันอยู่ที่ 2.4%