โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาพคล่องล้นแบงก์ 2.3 ล้านล้าน หั่น "ดอกเบี้ยฝาก" บริหารต้นทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2564 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2564 เวลา 02.58 น.
REUTERS/Athit Perawongmetha/File Photo

สภาพคล่องล้นแบงก์ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” เปิดตัวเลขแบงก์ 19 แห่ง มีสภาพคล่องส่วนเกิน 2.3 ล้านล้านบาท ยอดเงินฝากคงค้างเพิ่มต่อเนื่องเกือบ 14.88 ล้านล้าน เผยแบงก์ดอดลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำบริหารต้นทุน “CIMBT” ยอมรับหั่นดอกเบี้ยเงินฝากปกติหันเพิ่มดอกเบี้ยดิจิทัลเป็น 2% บริหารต้นทุนยามเงินฝากท่วม “ไทยพาณิชย์” ชี้ผลตอบแทนบัญชี e-Saving จูงใจแล้ว ฟาก “ทีทีบี” ย้ำต้องหาจุดสมดุลผู้ฝาก-ผู้กู้

สภาพคล่องล้นแบงก์

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า แนวโน้มสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากมีการสะสมสภาพคล่องมาหลายปี โดยข้อมูลจากระบบธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย 19 แห่ง พบว่า มีสภาพคล่องสะสมอยู่ที่ 5.06 ล้านล้านบาท โดยหากหักเกณฑ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านบาท

โดยทิศทางเงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ 19 แห่งยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย ณ เดือนเมษายน เงินฝากทั้งระบบเพิ่มขึ้น 1.52% มาอยู่ที่ 14.88 ล้านล้านบาท

ช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.ซึ่งเป็นช่วงโควิด-19 มีการระบาดระลอก 3 พบว่า เดือน มี.ค.มีเงินฝากเพิ่มขึ้น 7.38 หมื่นล้านบาท และในเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้น 1.78 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี หากเทียบกับในช่วงที่เกิดโควิด-19 ระลอกแรกในปี 2563 ที่มียอดคงค้างเงินฝากเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงถึง 4.96 แสนล้านบาทต่อเดือน

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อยู่มา 1 ปี ทำให้คนเริ่มต้องการนำเงินสภาพคล่องออกมาใช้จ่าย ประกอบกับสถานการณ์ตลาดตกใจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับครั้งแรกที่ทุกคนกลัว และเร่งเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และนำเงินมาฝากไว้ในที่ปลอดภัยทั้งหมด

“ลดดอกเบี้ย” ฝากประจำ

นางสาวกาญจนากล่าวว่า จากสภาพคล่องส่วนเกินทำให้แต่ละธนาคารบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน โดยที่ผ่านมาธนาคารต่าง ๆ ก็มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำ หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีที่ผ่านมา

โดยในเดือน เม.ย. 2563 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ 0.30% ต่อปี และปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 0.25% ในเดือน พ.ค. 2563 เช่นเดียวกับเงินฝากประจำ 3 เดือน จาก 0.50% มาอยู่ที่ 0.37% เงินฝากประจำ 6 เดือน จาก 0.60% มาอยู่ที่ 0.45% เงินฝากประจำ 12 เดือน จาก 0.65% มาอยู่ที่ 0.45%

นอกจากนี้ล่าสุดพบว่าในเดือน มี.ค. 2564 มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน จาก 0.37% มาอยู่ที่ 0.32% ขณะเดียวกันก็เห็นแบงก์ไปขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากพวกดิจิทัลแทน

นางสาวกาญจนากล่าวว่า ปัจจุบันจะเห็นว่าธนาคารพาณิชย์หันมามุ่งเน้นบัญชีเงินฝากดิจิทัลตระกูล e-Saving มากขึ้น โดยเสนออัตราดอกเบี้ยจูงใจระดับ 1.5% ต่อปี โดยลูกค้าไม่ต้องมีสมุดบัญชี ส่วนหนึ่งเป็นการลดต้นทุนของธนาคาร และต้องการดึงฐานลูกค้าขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และเพื่อเป็นการบริหารจัดการไม่ให้สภาพคล่องล้นเกินไป

ลดต้นทุนชูเงินฝากดิจิทัล

สอดคล้องกับนายเอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า กลยุทธ์ด้านเงินฝากปีนี้ ธนาคารมุ่งเน้นบริหารจัดการต้นทุนเงินฝากให้เหมาะสม เนื่องจากการเติบโตสินเชื่อชะลอตัว และเพื่อไม่ให้เงินฝากท่วม โดยมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีปกติ และไปเพิ่มอัตราดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากดิจิทัล เนื่องจากต้นทุนการหาบัญชีเงินฝากของดิจิทัลต่ำกว่า

โดยธนาคารได้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล “ชิลดี” ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. เช่น ยอดเงินฝากเริ่มต้น 1 หมื่นบาท เดิมจะได้รับดอกเบี้ย 0.20% ปรับใหม่เป็น 0.50% และฝากจำนวน 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.70% ปรับเป็น 2.00%

“ในช่วงสินเชื่อไม่โต เราต้องบริหารเงินฝากไม่ให้เป็นต้นทุน แม้ว่าสภาพคล่องไม่ล้นเท่าปีก่อน โดยเห็นสภาพคล่องส่วนเกินย้ายส่วนหนึ่งมาอยู่บัญชีเงินฝากดิจิทัลมากขึ้น เพราะได้ผลตอบแทนสูง ซึ่งเรามีแผนจะออกโปรดักต์ตระกูลเงินฝากดิจิทัลอีก 2 ตัว เพื่อมาดูดซับสภาพคล่องส่วนเกิน”

SCB ยันไม่ลดดอกเบี้ยฝาก

ด้านนายมาณพ เสงี่ยมบุตร รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า วิธีบริหารจัดการในภาวะสภาพคล่องเงินฝากท่วมของธนาคารแต่ละแห่งมีนโยบายไม่เหมือนกัน

ในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์ จะพยายามบริหารจัดการไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับลูกค้า ปัจจุบันจึงยังไม่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัลของธนาคารค่อนข้างสูงอยู่แล้ว อยู่ที่ 1.5% ต่อปี ตั้งแต่บาทแรกจนถึง 2 ล้านบาท และส่วนที่เกิน 2 ล้านบาทอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 0.5% ต่อปี

ธนาคารมีการประเมินสภาพคล่องของตัวเองอยู่ตลอดเวลา หากในช่วงที่มีสภาพคล่องสูง ในภาวะที่สินเชื่อชะลอตัวธนาคารก็ได้มีการนำสภาพคล่องส่วนเกินไปลงทุนในตลาดต่าง ๆ เช่น ตลาดทุน ตลาดเงิน รวมถึงลงทุนในพันธบัตร เพื่อหาผลตอบแทนและบริหารต้นทุน

โยกเงินฝากไปลงทุน

ขณะที่นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต หรือทีทีบี (ttb) กล่าวว่า เป้าหมายเงินฝากปีนี้ธนาคารจะบริหารให้สอดคล้องกับภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อที่คาดว่าจะขยายตัวเล็กน้อย

ปัจจุบันธนาคารมียอดเงินฝากอยู่ราว 1.3-1.4 ล้านล้านบาท โดยในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ ธนาคารแนะนำลูกค้าที่ต้องการเพิ่มผลตอบแทนและรับความเสี่ยงได้ให้ลงทุนผ่าน “ttb smart port” ที่สามารถเลือกลงทุนได้ 5 พอร์ตตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม

ขณะที่ลูกค้ารายใดยังคงต้องการฝากเงินจะมีผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ยิ่งฝากนานยิ่งให้ดอกเบี้ยสูง รวมถึงจะทยอยออกผลิตภัณฑ์เงินฝากออกมาเพิ่มเติมเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า

“เราพยายามดูสภาพคล่องของเงินฝากและสินเชื่อ เพราะต้องยอมรับว่าตอนนี้เงินกู้น้อยลง จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนให้สอดคล้องกัน เพราะคนฝากเงินก็ต้องการดอกเบี้ยสูง และคนกู้ก็ต้องการดอกเบี้ยต่ำ ๆ เราจึงต้องหาจุดเหมาะสม”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...