โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใช้ “SWOT”…‘วางแผนความมั่งคั่ง-ลดความเสี่ยง’ ทางการเงินในอนาคตให้ตัวเอง !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2564 เวลา 12.19 น. • ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

เชื่อแน่ว่า หลายคนน่าจะรู้จักกับเครื่องมือในการวิเคราะห์สถานะของธุรกิจซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายที่เรียกกันว่า “SWOT Analysis” โดย SWOT ถูกพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนาย Albert Humphrey ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการจากสถาบันวิจัย Stanford (The Stanford Research Institute) มหาวิทยาลัย Stanford ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงทศวรรษที่ 1960-1970
“เพื่อเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์หาสถานะ และศักยภาพของธุรกิจในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และหลีกเลี่ยงจากความเสี่ยง หรือความล้มเหลวซึ่งอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ”
ทั้งนี้ คำว่า SWOT นั้นเป็นตัวอักษรย่อที่มาจากคำภาษาอังกฤษ 4 คำ คือ Strengths (จุดแข็ง), Weaknesses (จุดอ่อน), Opportunities (โอกาส) และ Threats (อุปสรรค) โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • ปัจจัยที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายใน (Internal Factors) ซึ่งธุรกิจสามารถควบคุมได้ ได้แก่

  • จุดแข็ง (Strengths) คือ ความสามารถ หรือศักยภาพที่ทำให้ธุรกิจมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน เป็นปัจจัยด้านบวกที่เป็นจุดเด่นของตัวธุรกิจ จึงควรรักษา และพัฒนาจุดแข็งดังกล่าวเพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันให้สืบต่อไป

    • จุดอ่อน (Weaknesses) คือ ข้อจำกัดที่ทำให้ธุรกิจเสียเปรียบคู่แข่งขัน จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำการปรับปรุง และแก้ไขให้เร็วที่สุด ถือเป็นปัจจัยด้านลบที่เป็นจุดด้อยของธุรกิจ

  • ปัจจัยที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก (External Factors) ซึ่งธุรกิจไม่สามารถควบุคมได้ ได้แก่

  • โอกาส (Opportunities) คือ สภาพแวดล้อมภายนอกที่สนับสนุน หรือเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินงาน ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อธุรกิจ

    • อุปสรรค(Threats) คือ สภาพแวดล้อมภายนอกที่ขัดขวาง หรือคุกคามการดำเนินงาน อันจะส่งผลเสียต่อตัวธุรกิจ บางทีจนถึงขั้นล้มละลาย

“นอกจากจะใช้กับธุรกิจได้แล้ว การวิเคราะห์ SWOT ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับบุคคลโดยทั่วไปในการวิเคราะห์ฐานะ หรือสุขภาพทางการเงินได้ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นฐานในการสร้างความมั่งคั่งทางการเงิน และลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตของบุคคลนั้นๆ

โดย “นิตยสาร Harvard Business Review (HBR)” ได้นำเสนอแนวคิดในการนำ SWOT มาใช้วิเคราะห์ฐานะทางการเงินส่วนบุคคล ดังนี้

  • จุดแข็ง ให้พิจารณาว่า มีความรู้ทางด้านทางการเงินการลงทุนมากน้อยเพียงใด มีแหล่งที่มาของรายได้จากหลายแหล่งหรือไม่ มีเงินออมเผื่อฉุกเฉินเพียงพอที่จะรองรับกับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นไหม มีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอในแต่ละวันหรือไม่ สามารถควบคุมพฤติกรรมการใช้จ่ายของตนได้ดีเพียงใด มีการลงทุน และจัดสรรเงินลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ตลอดจนมีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สินมากน้อยเพียงใด

  • จุดอ่อน พิจารณาถึงพฤติกรรมที่ส่งผลให้สุขภาพทางการเงินของแต่ละบุคคลย่ำแย่ ซึ่งได้แก่ การไม่วางแผนทางการเงิน นิสัยการใช้จ่ายที่สุรุ่ยสุร่าย มือเติบ ซื้อของตามใจชอบ เก็บเงินไม่อยู่ ถ้ามีเงินเก็บออมก็น้อยมาก หรือไม่มีเลย ไม่คิดที่จะลงทุน หรือพัฒนาตนเอง จนท้ายสุดก็ต้องนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อนโดยการก่อหนี้ยืมสินเพื่อประทังชีวิตให้อยู่รอดได้

  • โอกาส พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะต่อยอดความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน อาชีพเสริมที่หลากหลายซึ่งสามารถช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้ รวมถึงช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเครื่องมือทางการเงินการลงทุนใหม่ๆ ที่ทำให้เงินออมที่มีอยู่สามารถงอกเงยออกดอกออกผลต่อไปได้ ตลอดจนสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต

  • อุปสรรค พิจารณาผลกระทบทางลบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ส่งผลให้ฐานะทางการเงินย่ำแย่ลง ผลกระทบจากหนี้สินที่ได้ก่อขึ้น การเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันต่างๆ ขึ้นในชีวิต เช่น การเจ็บป่วยร้ายแรง อุบัติเหตุ การตกงาน เป็นต้น ตลอดจนผลกระทบจากภัยธรรมชาติต่างๆ ที่ไม่สามารถบริหารจัดการได้

แน่นอนว่า “การทำ SWOT” ไม่เพียงแต่จะช่วยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจ ‘ฐานะการเงิน’และศักยภาพของตนเองได้ดีมากยิ่งขึ้น หากยังช่วยให้ค้นพบโอกาสใหม่ๆ ที่จะสามารถต่อยอดความมั่งคั่งได้ รวมถึงช่วยป้องกัน และบรรเทาผลกระทบของปัจจัยด้านลบที่ไม่ต้องการลงได้อีกด้วย จึงอยากเชิญชวนให้ลองทำ “SWOT Analysis” เพื่อวิเคราะห์สถานะ หรือสุขภาพทางการเงินกันดูครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...