โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 ชาวอเมริกันกว่าครึ่งล้านชุมนุมประท้วงการส่งทหารไปรบในสงครามเวียดนาม

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 พ.ย. 2567 เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2567 เวลา 00.07 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ผู้ชุมนุมเรือนแสนมารวมตัวกันที่ วอซิงตัน ดี.ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อประท้วงการส่งทหารร่วมสงครามเวียดนามในเดือนตุลาคม พ.ศ.2510 และหลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายน 2512 ก็เกิดการชุมนุมใหญ่อีกครั้งโดยประชาชนกว่าครึ่งล้าน (ภาพจาก AFP)

15 พฤศจิกายน 2512 ชาวอเมริกันกว่าครึ่งล้านชุมนุมประท้วงการส่งทหารไปรบในสงครามเวียดนาม

สงครามเวียดนาม (พ.ศ. 2498-2518/ ค.ศ. 1955-1975) เกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันอำนาจระหว่างสองแนวคิดต่างขั้ว สหรัฐอเมริกาพยายามสกัดกั้น “คอมมิวนิสต์” ทุกวิถีทาง โดย เวียดนามเหนือ มีจีน สหภาพโซเวียต และพันธมิตรคอมมิวนิสต์สนับสนุน ส่วน เวียดนามใต้ มีสหรัฐอเมริกา และประเทศประชาธิปไตยสนับสนุน

สหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในเวียดนามตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตามนโยบายสกัดกั้นการขยายตัวของ “คอมมิวนิสต์” ในเอเชีย เพราะเห็นว่าถ้าไม่รบในเวียดนาม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดจะตกอยู่ใต้อิทธิพลของประเทศฝ่ายคอมมิวนิสต์

สำหรับไทย รัฐบาลไทยที่เชื่อด้วยว่า เวียดนามเหนือ ต้องการขยายอิทธิพลคอมมิวนิสต์เข้ามาไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากจีน ด้วยรุกเข้าไปในดินแดนลาวของกองกำลังคอมมิวนิสต์เวียดนาม และการเผยแพร่อิทธิพลคอมมิวนิสต์ในหมู่ชาวเวียดนามในภาคอีสานของไทย ขณะเดียวกันก็คาดหวังความช่วยเหลือด้านการทหารและอื่นๆ จากสหรัฐ

การรบระหว่างเวียดนามเหนือ-ใต้ ถึงจุดเปลี่ยนสำคัญหลังเหตุการณ์อ่าวตังเกี๋ยในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2507/ค.ศ. 1964 สหรัฐกล่าวหาว่า เรือตอร์ปิโดของเวียดนามเหนือยิงเรือรบอเมริกัน สหรัฐตอบโต้ด้วยการทิ้งระเบิดเวียดนามเหนือ พร้อมกับส่งทหารสหรัฐมาทำลายกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์ โดยในเดือนมกราคม พ.ศ. 2512/ ค.ศ. 1969 ประเมินว่ามีทหารอเมริกันกว่า 500,000 นายในสมรภูมิ

แล้วสหรัฐก็เห็นคุณค่าทางยุทธศาสตร์ของไทย

ประโยชน์ของไทยที่ตั้งอยู่ใกล้สมรภูมิ สงครามเวียดนาม สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการทหาร ทำให้ได้รับบทบาทการเป็นผู้ให้บริการสหรัฐใน 3 ด้าน คือ การให้ที่ตั้งฐานทัพ, ที่ตั้งอุปกรณ์สืบราชการลับ และศูนย์พักผ่อนและพักฟื้นของทหารอเมริกัน สหรัฐได้สิทธิใช้ฐานทัพในไทย 7 แห่ง คือ ดอนเมือง โคราช นครพนม ตาคลี อุบลราชธานี และอุดรธานี ทั้งคาดว่าการทิ้งระเบิดของสหรัฐในเวียดนามประมาณ 80% มาจากฐานทัพในไทย, มีทหารอเมริกันหลายหมื่นนายอยู่ในไทย

แต่ประชาชนอเมริกันเริ่มไม่พอใจกับความเสียหายที่เขาได้รับในสงครามเวียดนาม

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2510/ค.ศ. 1967 มีผู้คนกว่า 100,000 คนได้ร่วมชุมนุมประท้วงที่วอชิงตัน ดี.ซี. คัดค้านการร่วมสงครามเวียดนามของสหรัฐ แต่รัฐบาลยังคงเพิกเฉยต่อการเรียกร้อง หากเสียงคัดค้านสงครามเวียดนามของคนอเมริกันเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อจำนวนทหารอเมริกันที่ได้รับบาดเจ็บ, สูญเสียอวัยวะ และเสียชีวิต มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงงบประมาณจำนวนมากจากภาษีของพวกเขาที่ใช้ในสงคราม

วันเสาร์ที่15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512/ค.ศ. 1969ผู้คนกว่า 500,000 คน ได้มาชุมนุมประท้วงอย่างสันติที่วอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อคัดค้านการส่งทหารอเมริกันไปร่วมสงครามเวียดนาม

ประชาชนได้ออกมารวมตัวกันตั้งแต่ช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (13 พฤศจิกายน) จำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทั้งคืนและวันถัดไป ผู้คนกว่า 40,000 คนมารวมตัวกันเพื่อเดินขบวนไปตามถนนเพนซิลเวเนียเพื่อไปยังทำเนียบขาว พร้อมกับการประกาศชื่อทหารที่เสียชีวิตในสงคราม

ถึงวันศุกร์ (14 พฤศจิกายน) การประท้วงยังคงเป็นไปอย่างสงบ แม้เจ้าหน้าที่จะใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายผู้ชุมนุม ขณะที่โรงเรียนและพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียนเปิดให้พวกเขาได้เขาไปพักผ่อน สุดท้ายประธานาธิบดีริราช์ด นิกสัน ก็เริ่มฟังเสียงประชาชน เกิดการผ่อนคลายความตึงเครียดในช่วงสงครามเย็นกับสหภาพโซเวียต และประเทศจีน จนนำไปสู่การถอนตัวออกจากสงครามเวียดนามในที่สุด

ถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของอเมริกาและของโลก

ภาพยนตร์เรื่อง Forrest Gump (พ.ศ. 2537/ค.ศ. 1994) ที่วางบทให้ฟอร์เรสท์ กัมพ์ พระเอกของเรื่องที่แสดงโดย ทอม แฮงค์ส อยู่ในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์สำคัญร่วมสมัยกับคนอเมริกันยุคนี้ ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 จนถึงปลายทศวรรษ 1980 มีฉากดังกล่าวเช่นกัน

เมื่อกัมพ์เรียนจบได้ไปเกณฑ์ทหารและถูกส่งไปรบที่เวียดนาม ซึ่งภาพยนตร์ก็ได้ฉายให้เห็นว่าในขณะที่สงครามเวียดนามดำเนินไปนั้น วัยรุ่นอเมริกันจำนวนมากตั้งคำถามต่อการใช้จ่ายงบประมาณนอกประเทศ จนเกิดเป็นกระแสที่วัยรุ่นทั่วสหรัฐ ออกมาชุมนุมกันเรียกร้องหาสันติภาพและให้หยุดสงคราม, ให้กัมพ์ได้เหรียญกล้าหาญ และได้กลับมาเข้าพบประธานาธิบดี และได้หลงไปขึ้นเวทีประท้วงของฮิปปี้ ท่ามกลางผู้คนที่รอฟังว่าทหารผ่านศึกนายนี้จะกล่าวอะไร หากเป็นความตั้งใจของภาพยนตร์ให้ลำโพงในฉากนั้นเสีย ผู้ชุมนุมเรือนแสนจึงไม่ได้ยินว่า ทหารผ่านศึก(ในภาพยนตร์) จะกล่าวอะไร

หากในงานรำลึกการครบรอบ 50 ปีสงครามเวียดนาม (27 เมษายน พ.ศ. 2559/ ค.ศ. 2016) จอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ในฐานะทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม และผู้นำประท้วงต่อต้านการส่งทหารร่วมรบในสมัยประธานาธิบดีนิกสัน กล่าวสุนทรพจน์ที่กินใจว่า

“ยังมีคนจำนวนมากที่ยึดติดกับอดีต และยังไม่สามารถปรับตัวได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง นอกจากนี้สังคมยังควรระวังอันตรายจากการแบ่งแยกระหว่างผู้ที่เคยรบในสงคราม และผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ดังกล่าวหรือไม่มีคนในครอบครัวเกี่ยวข้องกับกองทัพ คนอเมริกันสามารถทำเพื่อประเทศชาติได้โดยไม่ต้องเป็นทหาร และบทเรียนของสหรัฐที่สำคัญที่สุดจากสงครามเวียดนาม คือความจำเป็นต้องมองความเป็นไปของโลกจากประสบการณ์ของคนในประเทศอื่น หากทำเช่นนั้นได้ อเมริกาจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่านี้มาก”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

จุฬาพร เอื้อรักสกุล . สงครามเวียดนาม สถาบันพระปกเกล้า http://wiki.kpi.ac.

ปริชญา เชื้อสิงห์โต.บันเทิงแบบมีกึ๋น ความทรงจำร่วมสมัยของชาวอเมริกันผ่านหนังอมตะ ฟอร์เรสท์กัมพ์ กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศhttp://uswatch.mfa.go.th

งานครบรอบ 50 ปีสงครามเวียดนาม… เปิดแผลเก่าเรื่องการต่อต้านสงคราม(รายงานโดย Joseph Mok เรียบเรียงโดย รัตพล อ่อนสนิท)https://www.voathai.com

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 ชาวอเมริกันกว่าครึ่งล้านชุมนุมประท้วงการส่งทหารไปรบในสงครามเวียดนาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...