โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปเนื้อเรื่อง Dark Souls กับตำนานบทที่ 2

GameFever TH

อัพเดต 06 พ.ย. 2562 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2562 เวลา 15.09 น. • GameFever.co

สวัสดีครับทุกท่าน กลับมาพบกันอีกเเล้วกับบทที่สองของ Lore และตำนานภายในเกม Dark Souls ที่ผมได้ทำการเรียบเรียงและสรุปเนื้อหาที่สำคัญๆมาไว้ในบทความนี้เเล้ว ในครั้งก่อนเราได้พูดถึงจุดเริ่มต้นของตำนานในเกมไปส่วนหนึ่ง แต่หากมีใครเข้ามาอ่านบทความนี้เป็นครั้งแรกล่ะก็ ผมเเนะนำให้ลองอ่านบทที่ 1 “ การเริ่มต้นของปฐมเพลิงและมหาสงครามมังกร” กันเสียก่อน รับรองได้เลยว่าท่านผู้ชมจะเข้าใจบทความอย่างไม่ติดขัดแน่นอน เมื่อรับทราบพร้อมกันแล้ว พวกเราก็ไปลุยกันเลยกับบทที่สอง “อำนาจของเหล่าทวยเทพและยุคแห่งเพลิง”

สุสานแห่งความสงบ

หลังการสิ้นสุดลงของมหาสงครามมังกร โลกได้เข้าสู่ยุคแห่งเพลิงซึ่งแน่นอนว่าบรรดา Lord ทั้งสามที่ชนะสงครามต่างกลายเป็นมหาอำนาจเเห่งโลกใบใหม่ โดย Lord ตนแรก Nito จ้าวแห่งความตายที่แม้จะเป็นผู้ชนะในสงครามก็ตาม แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวโลก

Nito ได้เดินทางกลับไปยังใต้พื้นดินที่ทั้งมืดมิด,ทั้งหนาวเหน็บ ซึ่งเป็นสถานที่ๆบุคคลผู้ล่วงลับไปเเล้วจะได้พบกับความสงบสุขและหลุดพ้นจากความวุ่นวายในครั้งที่ยังมีชีวิต เเละคนไม่น้อยเชื่อว่าหากได้นำศพไปฝังใกล้กับที่อยู่ของ Nito วิญญาณเหล่านั้นก็จะได้ไปสู่สุขคติ เมื่อนานวันเข้าศพที่ถูกฝังไว้ ก็เพิ่มพูนมากขึ้นจนบริเวณโดยรอบ กลายสภาพเป็นสุสานเรียกว่า The Catacombs แหล่งพักผ่อนของชีวิตหลังความตาย

แต่ดูเหมือนว่าเหล่าสิ่งมีชีวิตจะไม่ยอมให้ Nito ได้พักผ่อนง่ายๆเสียแล้ว เพราะมีมนุษย์บางคนที่เต็มไปความกล้าบวกกับความบ้า ! ออกเดินทางฝ่าสุสานที่น่าขนพองสยองเกล้า เพื่อไปหา Nito  และขอฝากตัวเป็นข้ารับใช้โดยแลกกับการที่ได้เรียนรู้ศาสตร์ที่จะมอบอำนาจเหนือความตายให้ แต่พวกข้ารับใช้เหล่านี้ก็มักจะนำเอาความรู้ไปใช้ทำอะไรที่มันพิเรนๆ จนเวทมนต์ดำย้อนกลับเข้าตัวเอง

นครแห่งเพลิง

หลังสงครามมังกรจบลง แม่มดแห่ง Izalith ก็ได้แยกตัวไปสถาปนาอาณาจักรของตน นามว่านคร Izalith ขึ้นมาซึ่งตั้งอยู่ใต้ดินลึกลงไป โดยมันลึกเสียยิ่งกว่าสุสานของ Nito เสียอีก และยิ่งไปกว่านั้นตัวเมืองยังมีลำธานลาวาเดือดอยู่ล้อมหน้าล้อมหลัง เป็นปราการป้องกันนคร Izalith จากภัยอันตรายภายนอก

ส่วนสิ่งก่อสร้างก็มีสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกได้ถึงความเจริญของมหานครแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

การปรากฏขึ้นของ The Frist Flame และการเข้าสู่ยุคแห่งเพลิง มันส่งผลดีต่อ Gwyn ที่เป็นเทพเจ้าแห่งแสงสว่างรวมไปถึงบรรดาลูกหลานทั้งหลาย ทำให้มีอิทธิฤทธิ์เหนือบรรดา Lord ตนอื่นอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่า Nito จะไม่สนใจในเรื่องนี้แต่สำหรับตัวแม่มดแห่ง Izalith นางมีความคิดทะเยอทะยานอยากจะสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่  แม้ว่าจะเริ่มต้นช้ากว่า Gwyn เเต่นางก็ได้ลงมือทำหลายอย่างไปพร้อมๆกันเพื่อให้อาณาจักรเข้มแข็งขึ้นอย่างเร็วที่สุด ทั้งใช้ให้บรรดาลูกสาว Daughters of Chaos ของนางเผยแพร่ศาสตร์แห่งการใช้ไฟแก่บุคคลคนที่มีคุณสมบัติคู่ควร และวางตัวคนพวกนั้นไว้ในตำแหน่งสำคัญในนคร Izalith หรือจะเป็นการพยายามสร้างมังกรที่เคยสูญพันธุ์ไปแล้วในอดีต ให้กลับมาซึ่งมันก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

เเต่ถึงจะทดลองล้มเหลว เเม่มดเเห่ง Izalith ก็ไม่ได้กำจัดสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทิ้งไปแต่อย่างใด มิหนำซ้ำมันกลับถูกเก็บไว้ใกล้กับใจกลางตัวเมือง สร้างความกระอักกระอวนใจให้กับผู้คนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก แต่การกระทำที่ว่ามาข้างต้น ก็หาได้เทียบเคียงกับผลงานชิ้นโบว์แดงของนางไม่ ซึ่งก็คือการสร้าง Chaos Flame !

หาก The Frist Flame เป็นขุมพลังของ Gwyn แล้วละก็  Chaos Flame ก็ย่อมเป็นขุมพลังของแม่มดแห่ง Izalith เช่นกัน ต่างกันตรงที่  Chaos Flame ไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง แต่ตัวมันถูกสร้างมาจากเศษเสี้ยว Lord Soul จากตัวของแม่มดแห่ง Izalith นอกจากนี้ Chaos Flame มันยังมีผลข้างเคียงที่ทำให้คนที่สัมผัสมันมีอารมณ์รุนเเรงเเละแปรปรวน ด้วยเหตุนี้พระสวามีของเเม่มดเเห่ง Izalith นาม King Jeremiah และบรรดาลูกๆบางคนเริ่มสะกิดใจในพลังของ Chaos Flame แต่ถึงอย่างนั้นแม่มดแห่ง Izalith ก็ยังคงทุ่มเทให้กับการทดลอง Chaos Flame อย่างบ้าคลั่ง แม้แต่ตอนที่นางตั้งครรภ์อยู่ก็ไม่เว้น ทำให้ส่งผลต่อลูกที่อยู่ในครรภ์ของนาง โดยเมื่อถึงคราวคลอดออกมา นางได้ให้กำเนิดทารกเพศชายที่มีรูปร่างประหลาด มีลาวาไหลออกมาจากตัวตลอดเวลา มันสร้างความเจ็บปวดให้กับทารกเป็นอย่างมาก และทำให้เขาถูกเรียกว่า Ceaseless Discharge เเต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรังเกียจ Ceaseless Discharge มีพี่สาวของเขาคนหนึ่งที่คอยปลอบประโลมเเละมอบแหวนซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวดลงได้ แต่เด็กก็เป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ โดยวันหนึ่งที่ Ceaseless Discharge กำลังวิ่งเล่นอยู่ริมหน้าผา เขาก็ได้เผลอทำแหวนตกหล่นหายไป ทำให้หลังจากนั้นเขาต้องทนเติบโตมากับความเจ็บปวดไปจนตาย

ความพังพินาศของ Izalith

การเกิดขึ้นมาของ Ceaseless Discharge สร้างข้อกังขาให้กับการทดลอง Chaos Flame เป็นอย่างมากโดยเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ลง แม่มดแห่ง Izalith ได้แสดงผลของการทดลองด้วยการสร้างเวทมนต์ Chaos ขึ้นมา

เวทมนต์ Chaos นั้นทรงพลังยิ่งกว่าศาสตร์เเห่งการใช้ไฟทั่วๆไป แต่ในทางกลับกัน มันก็คือการหยิบยื่นพลังของ  Chaos Flame ที่ยังไม่เสถียรเเละไม่เสร็จสมบูรณ์ ไปยังเหล่าประชากรในนคร Izalith เเละหลังจากเหตุการณ์นี้จบลงไปได้ไม่นานก็เกิดเรื่องพิลึกพิลั่นที่น่าตกใจขึ้น นั้นก็คือมีประชากรบางส่วนกลายร่างเป็น Demon หรืออสูรกาย คนที่กลายร่างนั้นจะมีขนาดและพละกำลังที่เพิ่มมากขึ้น โดยคนแรกที่ได้รับผลกระทบก็คือหนูน้อย Ceaseless Discharge นี่เอง ทำให้ร่างกายที่ผิดปกติอยู่เเล้วของเขา กลับยิ่งมีสภาพที่บิดเบี้ยวและอัปลักษณ์เป็นทวีคูณ

( ภาพประกอบด้านซ้าย : หนูน้อย Ceaseless Discharge คือคนเเรกที่กลายเป็นอสูร )

( ภาพประกอบด้านขวา : หนึ่งในประชากรระดับสูงของนคร Izalith ที่กลายเป็นอสูร )

แต่ทว่าคนที่กลายร่างเป็นอสูรกายเหล่านี้ไม่ได้สูญเสียสติปัญญาแต่อย่างใด อสูรกายหลายตนยังมีความทรงจำครั้งยังเป็นมนุษย์เหลืออยู่ครบถ้วน ซึ่งเรื่องพิสดารเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะการทดลอง  Chaos Flame ได้เสร็จสมบูรณ์ลงแล้ว เเต่แม่มดแห่ง Izalith ยังไม่สามารถที่จะควบคุมพลังของมันได้ และเนื่องจาก Chaos Flame ถูกสร้างให้มีความคล้ายกับ The First Flame ทำให้มีพลังในการมอบชีวิตเหมือนกัน เช่น The First Flame ที่เปลี่ยนจากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำให้กลายเป็นเผ่าพันธุ์ยักษาและมนุษย์ แต่กรณีของ Chaos Flame คือการเปลี่ยนเเปลงให้กลายเป็นอสูรกาย นคร Izalith ในตอนนี้เกิดความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายที่มองว่า Chaos Flame เป็นพลังที่ชั่วร้ายและต้องถูกทำลายนำโดย King Jeremiah  ส่วนอีกฝ่ายสนับสนุนแม่มดแห่ง Izalith เพราะเชื่อว่าการกลายสภาพเป็นอสูรกายไม่ได้ทำให้อ่อนแอ แต่มันคือการยกระดับวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์ให้สูงขึ้น    สูงยิ่งกว่าเหล่าทวยเทพอย่าง Gwyn ซึ่งฝ่ายที่สนับสนุนนั้นมีมากกว่า ทำให้ King Jeremiah ถูกขับไล่ออกจากนคร Izalith ผู้คนที่ไม่เห็นด้วยก็ต่างลี้ภัยขึ้นไปอยู่บนพื้นผิวโลก แต่คนที่เคยใกล้ชิดกับเวทมนต์ Chaos ไปแล้ว ไม่ว่าจะหนีไปไหนก็ไม่อาจเลี่ยงชะตากรรมที่ต้องกลายสภาพเป็นอสูรกายอย่างช้าๆไปได้

 ( ภาพประกอบด้านซ้าย : อสูร ParasiticWall Hugger ซึ่งในตัวเกมมี Codename ว่า “PrinceIzalis” )

 ( ภาพประกอบด้านขวา : Xanthous King, Jeremiah หมวกรูปทรงประหลาดที่มีไว้เพื่อปกปิดศรีษะที่กำลังกลายสภาพ )

แต่มีหญิงคนหนึ่งที่ไม่กลายร่าง และเธอยังเป็นลูกสาวคนหนึ่งของแม่มดแห่ง Izalith อีกด้วย นามของเธอคือ Quelana ตัวเธอไม่อาจรับสภาพการกลายร่างเป็นอสูรได้ จึงวางเเผนทำทีว่าตนเสียชีวิตเเละหนีขึ้นไปยังพื้นพิภพ  และก็เป็น Quelana นี่เองที่นำเอาศาสตร์แห่งการใช้ไฟแบบดั่งเดิมมาถ่ายทอดสู่มนุษย์บนพื้นผิวโลก

ปราการลาวาที่ครั้งหนึงเคยปกป้องเมืองมาตอนนี้มันช่างไร้ประโยชน์สิ้นดี เพราะสิ่งที่บ่อนทำลายนคร Izalith จริงๆ มาจากน้ำมือของผู้สถาปนานครนี้เสียเอง ตอนนี้นคร Izalith ได้กลายเป็นเเค่เศษซากไปแล้ว เเต่ไม่ว่า Chaos Flame มันจะสร้างปัญหาเพียงใดก็ตาม พลังของมันก็มีมากมายมหาศาลเกินกว่าที่เเม่มดเเห่ง Izalith จะปล่อยให้หลุดมือไป ( มาถึงจุดนี้ก็ให้คิดซะว่า Chaos Flame ก็เหมือนกับพลังงานนิวเคลียร์ในโลกความจริงของเรานี่เอง ที่มีทั้งผลดีเเละผลเสียอยู่ที่ว่าใครจะใช้เพื่อจุดประสงค์อะไร )

เพื่อที่จะควบคุม Chaos Flame แม่มดแห่ง Izalith และลูกสาวอีกสองคนยอมถูก Chaos Flame กลืนกินจนกลายสภาพเป็นอสูรอย่างเต็มตัว เเละได้สร้าง Bed of Chaos ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับรากต้นไม้ ชอนไชไปตามซากมหานครที่ว่างเปล่าซึ่งเคยเป็นมหานครอันรุ่งเรือง แต่ตอนนี้กลายเป็นเพียงสถานที่ในความทรงจำไปเสียเเล้วและถูกเรียกขานต่อๆกันมาว่า Lost Izalith แต่ทว่าบนเศษซากเหล่านั้นก็ได้ถือกำเนิดอารยธรรมใหม่ อารยธรรมของเหล่าอสูรแห่ง Izalith  ที่ต่อมาจะเข้าต่อสู้ห้ำหั่นกับเหล่าทวยเทพไปจนถึงจนวาระสุดท้ายของโลกใบนี้

 

คุยกันหลังเรื่องเล่า

ก็จบลงไปแล้วนะครับกับบทที่สอง “อำนาจของเหล่าทวยเทพและยุคแห่งเพลิง” อันที่จริงเรื่องราวของเกม Dark Souls นี่มันสามารถจะเป็นบทเรียนสอนคนได้เลย เพราะมันมีข้อคิดที่แฝงอยู่ในการกระทำต่างๆของตัวละครเยอะมาก แล้วท่านผู้ชมละครับรู้สึกยังไงบ้าง ตัวผมบอกตรงๆเลยว่ากว่าจะเขียนบทนี้จบได้เล่นเอาปวดหัวอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องราวของแม่มดแห่ง Izalith ที่มีทฤษฎีให้คิดอยู่เต็มไปหมด ส่วนในเรื่องของ Nito เเม้จะมีอยู่เพียงนิดเดียวก็ตาม เเต่ผมก็อยากให้ท่านผู้ชมลองไปเล่นเองในตัวเกม Dark Souls ภาคเเรกเพื่อสัมพัทธ์ความน่ากลัวของมัน เเละอย่าเพิ่งเบื่อหน้ากันนะครับ เพราะผมมีเรื่องของเกม Dark Souls ให้เล่าต่อยาวเป็นหางว่าวเลย แต่ตอนนี้คงต้องขอตัวไปก่อน เจอกันในบทที่สามซึ่งเราจะมาพูดถึงความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...