โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมรภูมิดูหนังออนไลน์ทะลุเดือด ยักษ์ชนยักษ์พลิกเกมแย่งลูกค้า

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2560 เวลา 13.36 น.

สมรภูมิดูหนังออนไลน์แข่งดุ ยักษ์ข้ามชาติผนึก “ค่ายมือถือ-ไฮสปีดเน็ต” ขายพ่วงบริการสร้างฐานลูกค้าไม่หยุด ทั้ง “เน็ตฟลิกซ์-เอชบีโอ-ไอฟลิกซ์-ฮุค-วิว” ถล่มโปรโมชั่นดูฟรีเสริมทัพคอนเทนต์ ฟาก “โมโนแม็กซ์-ไพรมไทม์-ดูนี่” พลิกเกมเจาะกลุ่มแมสหนีปะทะเดือด เชื่อตลาดยังโตได้อีกถ้าคนไทยเลิกดูเว็บเถื่อน

ตลาดบริการดูหนังออนไลน์ในบ้านเรา นับเป็นอีกตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรงจากการเข้ามาของขาใหญ่ระดับโลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) เอชบีโอ (HBO) ฮุค (Hooq) รวมถึงวิว (Viu) จากฮ่องกง ซึ่งทุกรายมีความร่วมมือกับค่ายมือถืออย่าง “เอไอเอส” เพื่อขยายฐานลูกค้า ด้วยการนำแพ็กเกจบริการที่มีมาบันเดิลเข้ากับบริการของเอไอเอส มีทั้งให้สิทธิลูกค้าเอไอเอสใช้บริการฟรี ตั้งแต่ 1-3 เดือน รวมไปถึงลดราคา เช่น เปิดเบอร์ใหม่ในระบบรายเดือนมีแพ็กเกจ “เอไอเอส-เน็ตฟลิกซ์” ดูฟรี 3 เดือน เป็นต้น

รายเล็กอยู่ยาก-คนดูไม่มีลอยัลตี้

ดร.กำพล บุริยเมธากุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการลูกค้า บริษัท ดิจิตอล ซินเนอร์จี จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดูหนังออนไลน์ เช่น ไพรมไทม์, ดูนี่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมการแข่งขันในธุรกิจให้บริการดูหนังออนไลน์ถือว่าค่อนข้างรุนแรง โดยแต่ละรายเน้นความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ เช่นร่วมกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ต้องการมีคอนเทนต์เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโต ส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือระหว่างรายใหญ่กับรายใหญ่ทำให้ผู้ให้บริการรายเล็กต้องปรับตัว

“ผู้บริโภคไม่มีแบรนด์ลอยัลตี้กับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง ทำให้การเพิ่มขึ้นของลูกค้าไม่ต่อเนื่อง อย่างไพรมไทม์ มีสมาชิก 5.5 ล้านคน แต่ผู้ใช้แอ็กทีฟเฉลี่ย 2 แสนราย/เดือน ขึ้นอยู่กับช่วงที่มีโปรโมชั่นทำให้รายได้รวมไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่มาจากการบันเดิลไปกับพาร์ตเนอร์”

ด้านนางสาวอาทิมา สุรพงษ์ชัย หัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ไอฟลิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผู้ให้บริการในประเทศจะทำตลาดแผ่วลง ต่างจากผู้เล่นจากต่างชาติที่ยังทำตลาดต่อเนื่อง เนื่องจากการลงทุนคอนเทนต์มีราคาสูง ขณะที่ผู้เล่นระดับโลกจะกระจายคอนเทนต์ได้หลายประเทศจึงไม่มีภาระด้านต้นทุนมาก และคาดว่าปีนี้ผู้เล่นต่างชาติจะทำตลาดต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และจำนวนประชากร

“ไอฟลิกซ์” ตั้งเป้าโตเท่าตัว

“เราเข้ามาทำตลาดในไทยได้ 3 ปี ถึงวันนี้ตลาดก็ยังไม่นิ่ง ยังเป็นช่วงเรียนรู้ของผู้เล่นแต่ละรายเพื่อนำเสนอคอนเทนต์ที่ถูกใจลูกค้า จะเห็นว่าคอนเทนต์ของผู้ให้บริการแต่ละรายจะมีความแตกต่างกัน ต่างมีแนวทางไม่ทับซ้อนกัน ต่างมีแนวทางของตนเอง

ปัจจุบันไอฟลิกซ์มีสมาชิกหลักล้านราย แต่มียอดผู้ใช้แอ็กทีฟต่อเดือนหลักแสนราย เติบโตจากปีที่ผ่านมาแต่ไม่มากนัก ซึ่งปัญหาคอนเทนต์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังเป็นปัญหาสำคัญ แต่ปีหน้าไอฟลิกซ์ตั้งเป้าโตเท่าตัว โดยยังเน้นความหลากหลายของคอนเทนต์ที่มีกว่า 3 หมื่นชั่วโมง ในราคาค่าบริการ 100 บาท/เดือน และจะปรับฟีเจอร์ให้ใช้ง่ายขึ้นเพื่อแข่งกับของเถื่อน เพราะของเถื่อนใช้งานยาก และเสี่ยงต่อการติดไวรัส

“ผู้บริโภคไทยยังมองว่าคอนเทนต์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียเงิน ทำให้ลูกค้าที่ทดลองใช้บริการแล้ว มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่ยอมจ่ายเงินดูต่อ จุดนี้เป็นความท้าทายของไอฟลิกซ์ และผู้ให้บริการทุกราย แนวทางการตลาดของเรายังเน้นร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ เช่น ดีแทค และซัมซุง เราไม่ได้แข่งกับผู้ประกอบการด้วยกัน เพราะจำนวนผู้ใช้ของทุกรายรวมกันยังน้อยกว่าของเถื่อนมาก จึงมองว่ากำลังแข่งกับตลาดละเมิดลิขสิทธิ์ที่ไม่มีต้นทุน ในแง่ กม.ไทยยังไม่เข้มงวดเหมือนต่างประเทศ”

“ดูนี่” เน้นพากย์ไทยเจาะแมส

นายจตุพล สุธีสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ “ดูนี่” (DOONEE) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดยังอยู่ในช่วงเติบโต คาดว่าจะโตต่อไปอีก 3-5 ปี เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้าสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น มีผู้ใช้ที่อายุกว้างมากขึ้น แต่ปัญหาสำคัญเป็นเรื่องเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ขณะที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่ที่เติบโตเป็นผู้ให้บริการต่างชาติ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในการซื้อคอนเทนต์ ต่างจากบริษัทไทย ทำให้หลายรายต้องปิดตัวไป สำหรับบริษัทให้บริการหลายช่องทาง ทั้งทีวีดิจิทัล, ทีวีดาวเทียม และออนไลน์ จึงได้เปรียบเรื่องต้นทุน แต่ในส่วนออนไลน์ต้องใช้เวลา 2-3 ปีถึงจะเริ่มเห็นรายได้ชัดเจน

“ตอนนี้ถ้าใครจะเข้ามาทำตลาดดูหนังออนไลน์ต้องคิดหนัก เพราะคอนเทนต์ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการหลักมีครบ ทำให้ช่องว่างในตลาดแทบไม่มี ทั้งมีปัญหาเว็บเถื่อนก็ได้แต่หวังว่าภาครัฐจะมีมาตรการควบคุม สำหรับบริการของเรามีลูกค้าเพิ่มขึ้น 3 เท่า ปัจจุบันมีลูกค้ารายเดือนหลักหมื่นราย แต่คาดว่าในสิ้นปีหน้าจะถึง 1 แสนราย”

โดยบริษัทเน้นจับมือกับพาร์ตเนอร์ ลูกค้ากว่า 70% มาจากความร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ เช่น เอไอเอส ที่นำบริการไปบันเดิลให้ลูกค้า ซึ่งต่อไปจะมีคอนเทนต์ประเภทต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีก ไม่ใช่แค่ดราม่าซีรีส์มีทั้งภาพยนตร์, วาไรตี้, แอนิเมชั่น แต่ยังเน้นเสียงพากย์ไทย และบรรยายภาษาไทยเป็นจุดแข็ง ปัจจุบันมีคอนเทนต์ให้บริการกว่า 10,000 ชั่วโมง

“วิว” งัดดูฟรีสู้ของเถื่อน

นายธวัตวงศ์ ศิลมานนท์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท พีซีซีดับเบิลยู โอทีที (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ “Viu” กล่าวว่า ตลาดดูหนังออนไลน์ยังมีโอกาสโต เนื่องจากไทยเป็นตลาดใหญ่ที่มีผู้ใช้โมบายอินเทอร์เน็ตกว่า 40 ล้านคน แต่เหนื่อยเพราะคอนเทนต์ละเมิดลิขสิทธิ์ หากกฎหมายเข้มงวดจะทำให้ผู้เล่นแต่ละรายโตเร็วขึ้น และกล้าลงทุนคอนเทนต์มากขึ้น โดยบริษัทจะโฟกัสคอนเทนต์เอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีเป็นหลัก จึงยังไม่มีคู่แข่งตรง ๆ

ปัจจุบันให้บริการใน 15 ประเทศ ได้แก่ ฮ่องกง อินเดีย เกาหลี ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และประเทศไทย เป็นต้น มียอดผู้ใช้รวม 12 ล้านราย มีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น 18.6 ล้านครั้ง มีการรับชมเฉลี่ยต่อคน/สัปดาห์ 14.7 วิดีโอ สำหรับในไทยเข้ามาทำตลาดเดือน พ.ค. มียอดดาวน์โหลด 1.5 ล้านครั้ง มีจำนวนวิดีโอที่ชม/คน/สัปดาห์ 17 วิดีโอ จากคอนเทนต์กว่าหมื่นชั่วโมง

โดยคอนเทนต์ที่มีเน้นซีรีส์ และรายการวาไรตี้ กลุ่มลูกค้าจะอายุ 18-35 ปี โดย 90% เป็นคอนเทนต์เกาหลี มีจุดเด่นที่ดูได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังรายการนั้นออกอากาศในประเทศนั้น หรือเร็วสุดใน 1 ชั่วโมงมีทั้งแบบดูฟรี และเสียเงิน โดยแบบเสียเงินจะดูได้ใน 24 ชั่วโมง และภาพคมชัดกว่า ส่วนดูฟรีมีข้อจำกัดเรื่องความเร็วในการรับชมที่ต้องรอ 72 ชั่วโมง และไม่สามารถดู “ฟูลเอชดี” ได้ มีโฆษณาคั่น และไม่สามารถดาวน์โหลดเก็บไว้ได้

“การทำตลาดเน้นจับมือกับพาร์ตเนอร์ เพราะต้องการเจาะกลุ่มเฉพาะ เช่น เอไอเอส เป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ตเนอร์ เราให้ดูฟรี 3 เดือน สำหรับลูกค้า zeedsim และลดค่าบริการจาก 119 บาท/เดือน เหลือ 99 ในลูกค้าเอไอเอสทั่วไป และมีแพ็กเกจดูรายวันเริ่มต้นที่ 4-19 บาท ทั้งร่วมกับเว็บไซต์พันทิปเปิดห้อง “กรุงโซล” เพื่อแบ่งปันกระทู้ที่พร้อมแชร์เรื่องบันเทิงเกาหลี และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของศิลปิน K-Pop เพื่อสร้างแบรนด์เลิฟ”

“โมโนแม็กซ์” เพิ่มการ์ตูน

นายปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมโนฟิล์ม จำกัด ในเครือโมโน กรุ๊ป ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์ “โมโนแม็กซ์” เปิดเผยว่า บริษัทยังเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ ๆ ต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือค่ายการ์ตูนคลับนำการ์ตูนซีรีส์ “Doubutsu Sentai Zyuohger” มาให้บริการเป็นรายเดียวในไทยที่มีสิทธิ์แบบ exclusive และในอนาคตจะมีคอนเทนต์ประเภทนี้เข้ามามากขึ้น เพื่อขยายฐานคนดูในกลุ่มอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป จากปัจจุบันมีคลังหนัง 2,000 กว่าเรื่อง รวมกว่า 14,000 ชั่วโมง ทั้งหนังแอ็กชั่น, ไซไฟ-แฟนตาซี, หนังโรแมนติก และกลุ่มซีรีส์ทั้งอเมริกัน, ซีรีส์จีน, ซีรีส์เกาหลี, การ์ตูน, ทีวีโชว์, มิวสิกวิดีโอ และสารคดี ครอบคลุมฐานคนดูหนังออนไลน์ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย คิดค่าบริการ 129 บาท/เดือน

“ปีที่แล้วยอดสมาชิกโตถึง 50% จากกลุ่มผู้ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนตามจำนวนสมาร์ทโฟนในไทยที่มีผู้ใช้กว่า 20 ล้านเลขหมาย และมีการดีลกับเจ้าของคอนเทนต์เพิ่มความหลากหลาย และจับกลุ่มคนดูทุกระดับ ทุกกลุ่มเป้าหมาย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...