โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิต-ความคิด "ดร.สุรินทร์" คนของโลก

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2560 เวลา 14.46 น.

15 นาฬิกา ของวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 อาเซียนได้สูญเสียบุคลากรอันทรงคุณค่า-ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน คนที่ 12 ทิ้งไว้เพียงคุณงาม ความดี และประโยชน์ที่ทำไว้ให้กับประชาชน-ประชาคมโลก

จากปอเนาะสู่ “พหุวัฒนธรรม”

บทบาทอันโดดเด่นของ “ดร.สุรินทร์” บนเวทีอาเซียน-ประชาคมโลก เกิดจากการหลอมรวม-เรียนรู้จาก “ชีวิตจริง” จากสังคมพหุวัฒนธรรม

เขามีชีวิตในหลายมิติมาตั้งแต่เด็ก ช่วงเวลากลางคืนเป็นชีวิตเด็กมุสลิมอยู่ในปอเนาะ โรงเรียนสอนศาสนาที่ค่อนข้างจะอนุรักษนิยม วันรุ่งขึ้นต้องไปเรียนหนังสืออยู่ในบริบทของโรงเรียนวัด ที่โรงเรียนวัดบ้านตาล ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา และการได้เข้าเรียนในคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้หล่อหลอม-ขัดเกลาปรัชญาการเมือง-สังคมตลอด 2 ภาคการศึกษา

ดร.สุรินทร์ตั้งคำถามใหญ่ ๆ ตั้งแต่วัยเด็ก “เขาถามกันว่า พระเจ้าสร้างและกำหนดสิ่งต่าง ๆ ด้วยการพูด แต่การที่ดอกไม้บานทุกวัน ผลิใบทุกวัน รากงอกทุกวัน กิ่งงอกทุกวันนี่ แปลว่า พระเจ้าพูดให้มันเป็นอย่างนั้นทุกครั้งเลยหรือ หรือว่าพระเจ้าเพียงแค่สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมา แล้วให้สิ่งต่าง ๆ มันไหลไปของมันเอง”

เขาเชื่อมปรัชญาในสังคมไทยกับปรัชญาโลกตะวันตกจากการศึกษาต่อระดับปริญญาโท และสำเร็จการศึกษาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ดินแดน “ตักศิลาของโลก”

“เมื่อเราเตรียมตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ ไม่เคยหยุดที่จะดิ้นรนเรียนรู้และมองหาสิ่งที่ดีกว่า เมื่อนั้นโอกาสที่บินสูงลิบลับจะร่อนลงมาเกาะที่บ่าเอง”

เส้นทางชีวิตบนถนนการเมือง

จุดเริ่มต้นของ “ดร.สุรินทร์” บนถนนการเมือง ถูกทาบทามจาก “ผู้หลักผู้ใหญ่” ของพรรคประชาธิปัตย์ 3 คน ได้แก่ “สัมพันธ์ ทองสมัคร” “มาโนชญ์ วิชัยกุล” และ “คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์” เวลาบ่ายขณะที่เขาเลกเชอร์อยู่ที่คณะรัฐศาสตร์ ภายหลังรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยุบสภา ในปี 2529

ผูกพันกันแน่นแฟ้น กับ “ชวน หลีกภัย” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ผ่านการฟังปราศรัย

เขาตัดสินใจลงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช และได้รับการช่วยเหลือจากครอบครัวอย่างเต็มที่ และด้วยเพราะการเติบโตขึ้นมาในบริบท “พหุวัฒนธรรม” จึงถูกเคี่ยวกรำ-ฝึกฝนให้ยอมรับความแตกต่างของผู้อื่น

เขาได้ทำงานในตำแหน่งเลขานุการนายชวน-ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในรัฐบาล พล.อ.เปรม เป็นการใช้ประสบการณ์-ความรู้จากการรับเชิญเป็นนักวิจัยพิเศษในรัฐสภาอเมริกัน ให้การทำงานของ ส.ส.เป็นมืออาชีพมากขึ้น

ความคาดหวังที่จะเห็น “ดร.สุรินทร์” ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อเป็นบันไดก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี อาจจะเลือนลาง-ไม่แจ่มชัดมากนัก

ทว่าความฝัน สุดท้าย ? ของ “ดร.สุรินทร์” ที่แจ่มแจ้ง-ชัดเจนความเป็นจริง คือ การลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

“ถ้าปฏิรูปกรุงเทพฯไม่ได้ อย่าหวังว่าจะปฏิรูปประเทศได้” เป็นปณิธานสุดท้ายของ ดร.สุรินทร์ ก่อนจะลาลับจากโลกนี้ไป

บทบาทอาเซียน-ประชาคมโลก

“ดร.สุรินทร์” เริ่มก้าวขึ้นมามีบทบาทบนเวทีระดับโลกด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในสมัยรัฐบาลนายชวน 1-2 ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจากสังคมมุสลิม-บูรณาการตัวเองให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

“แม้ไม่ได้กลับไปสร้างสะพานให้ชาวบ้าน แต่ทำให้ผมช่วยสร้างสะพานทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับโลกภายนอกได้”

ในสมัยรัฐบาลชวน 2 ปี 2542 ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียเกิดปัญหารุนแรง จากความขัดแย้งระหว่างติมอร์ตะวันออกกับอินโดนีเซีย ไทยเป็นหนึ่งในมิตรประเทศที่ยื่นมือช่วยเหลือและส่งกองกำลังเข้าไปช่วยรักษาสันติภาพ

นอกจากนี้เขายังเป็น “ควอร์เตอร์แบ็ก” อยู่เบื้องหลังการผลักดัน “ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO)

ก้าวครั้งสำคัญ-ก้าวใหญ่ของ “ดร.สุรินทร์” คือ ช่วงที่รับตำแหน่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในโควตาของพรรคการเมืองหลังการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 จากการร้องขอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค

เขาได้รับการทาบทามจากกรรมการสรรหาให้รับตำแหน่ง ด้วยเหตุผล “ต้องช่วยอาเซียน การเมืองภายในคงจะวุ่นวายต่อไปอีกนาน ควรออกไปช่วยผลักดันประชาคมอาเซียนข้างนอกดีกว่า”

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ยังได้โทรศัพท์ทาบทามด้วยตัวเอง “อยากจะให้ช่วยรับตำแหน่ง สัญญาว่าจะสนับสนุนทั้งทางส่วนตัวและในนามของรัฐบาล”

“ดร.สุรินทร์” ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน คนที่ 12 และเป็นคนไทยที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก่อนที่จะหมดวาระในปี 2555

โลกสดุดี “ดร.สุรินทร์”

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เผยแพร่ถ้อยแถลงของเอกอัครราชทูต กลิน ที. เดวีส์ ต่อการถึงแก่อนิจกรรมของ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ โดยยกเป็นปูชนียบุคคลและรัฐบุรุษ ผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลบุคคลหนึ่งของโลก

นายออง เค็ง ยอง อดีตเลขาธิการอาเซียน ได้แสดงความรู้สึกเสียใจต่อการถึงแก่อนิจกรรมกะทันหันของ ดร.สุรินทร์

นอกจากนี้ นายไบรอัน จอห์น เดวิดสัน เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย โพสต์ทวิตเตอร์ว่า รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของ ดร.สุรินทร์ และยกย่องให้เป็นหนึ่งรัฐบุรุษผู้ที่สร้างคุณประโยชน์ให้โลกได้อีกมากมาย และถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทยและภูมิภาค

รัฐบาลญี่ปุ่น โพสต์แสดงความเสียใจระบุว่า “We are tomodachi” หรือ “พวกเราคือเพื่อนกัน” ดร.สุรินทร์ถือว่าเป็นบุคคลคุณภาพที่สร้างคุณประโยชน์ระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่นอย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...