โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไล่เทกโอเวอร์รง.ยางพารา หวั่น"จีน"คุมราคาเบ็ดเสร็จ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2562 เวลา 09.20 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2562 เวลา 07.11 น.
แฟ้มภาพ

ตลาดยางป่วน “ชาวสวน” หวั่นจีนเทกโอเวอร์ 5 เสือยางพาราไทย หลังจากซื้อไปแล้ว 2 ราย ผูกขาดกำหนดราคาอนาคต ทุบราคาล่วงหน้า STR เหลือ 42-43 บาท/กก. “วงศ์บัณฑิต” จ่อเซ็นจอยต์เวนเจอร์ พร้อมแต่งตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ไตรมาส 3 ปีหน้า ด้านศรีตรังฯปัดขาย

สถานการณ์การผลิตและส่งออกยางพาราของประเทศไทยในขณะนี้มีสัญญาณ “ไม่ค่อยดีนัก” หลังจากมีผู้ประกอบการรายหลาย อาทิ บริษัท บี.ไรท์ รับเบอร์ จ.สงขลา และบริษัทสยามอินโด รับเบอร์ ได้เลิกกิจการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนบริษัทเฮลตี้ โกล์ฟ โรงงานผลิตถุงมือยาง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา “ก็มีข่าวหยุดกิจการ” เนื่องจากประสบปัญหาการขาดทุนจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำและเลิกจ้างคนงานประมาณ 500 คน แม้จะเป็นการหยุดชั่วคราวหลังจากไฟไหม้โรงงานก็ตาม

ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นในวงการยางเหล่านี้ ทำให้อุตสาหกรรมยางถูกสถาบันการเงินมองว่า “เป็นธุรกิจขาลงและเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ” จนนักลงทุนจีนเห็นเป็นโอกาสที่จะเข้ามาซื้อกิจการโรงงานยางในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จากที่ก่อนหน้านี้ได้ซื้อกิจการ 2 ใน 5 ของ “ห้าเสือยางไทย” (บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน)-บริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์) ส่วนอีก 3 ราย ได้แก่ บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด, บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ก็มีข่าวอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มทุนจีนสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการ บางรายกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา จนผู้เกี่ยวข้องในวงการค้ายางเริ่มกังวลว่า จีนกำลังจะเข้ามาเป็นผู้กำหนดราคายางภายในประเทศ

หวั่นจีนคุมราคายาง

นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นักลงทุนธุรกิจแปรรูปยางจากประเทศจีนได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย จากก่อนหน้านี้ได้ใช้วิธีร่วมลงทุนหรือเทกโอเวอร์กิจการของบริษัทไทย อาทิ บริษัทไทยฮั้วฯไปแล้ว และยังมีข่าวบริษัทศรีตรังฯ กับบริษัทวงศ์บัณฑิตอีก รวมถึงโรงงานแปรรูปอุตสาหกรรมยาง STR 20 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกจำนวนหนึ่งด้วย

“ในแต่ละปีไทยส่งออกยางไปยังจีนประมาณ 70% ของผลผลิตประมาณกว่า 4 ล้านตัน ซึ่งในจำนวนนี้ 40% เป็นของกลุ่มบริษัทผู้ส่งออกรายใหญ่ประมาณ 5 บริษัท (5 เสือยางไทย) ดังนั้นเมื่อบริษัทเหล่านี้ถูกร่วมทุนหรือเทกโอเวอร์ไป เท่ากับมีปริมาณยางอยู่ในมือเป็นจำนวนมากจนสามารถกำหนดราคายางภายในประเทศไทยได้”

วงศ์บัณฑิตจ่อร่วมทุน

ด้าน ท.พ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาร่วมลงทุน (จอยต์เวนเจอร์) กับนักลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งมีหลายประเทศเข้ามาเจรจาทั้งผู้ผลิตยางล้อ/แปรรูปยางจากจีน และประเทศอื่น ๆ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ “ผมไม่อยากให้มองว่าจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางราคายางในลักษณะที่จะเข้ามากำหนดราคายางพาราไทย เพราะเป้าหมายของการร่วมทุนต้องการให้ได้ประโยชน์กับเกษตรกรไทยในการสร้างอำนาจในการต่อรอง”

ส่วนแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯนั้น “จะสามารถทำได้ในไตรมาส 3/2563 แน่นอน” เนื่องจากต้องดูจังหวะและทิศทางราคายาง

ศรีตรังฯปฏิเสธจีนซื้อกิจการ

นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวจีนจะเข้ามาซื้อบริษัทศรีตรังฯนั้น “ไม่เป็นความจริง” ตอนนี้ธุรกิจเกษตรมีการสโลว์ แม้ว่าจะเป็นธุรกิจปลายน้ำอย่าง “ถุงมือยาง” ที่เติบโตปีละ 15% ทางสถาบันการเงินก็กังวลที่จะปล่อยกู้ ขอรัฐบาลลงทุนแล้วยังต้องมาขอสินเชื่อแบงก์อีก ตอนนี้สินค้าเกษตรอยู่ในแบล็กลิสต์ของแบงก์อยู่ในความเสี่ยง การปล่อยสินเชื่อรายเล็กรายกลางเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นจึงเห็นภาพการปิดตัวของผู้ผลิตขนาดกลางที่เก่าแก่ 20-30 ปีในอุตสาหกรรมยาง ทำให้ลูกค้าหันมาหาเราและอาจจะมีโดนเทกเป็นเพราะการไม่ได้รับสินเชื่อ ไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงิน

“ในภาพรวมจำนวนผู้เล่นในตลาดลดลงและเทรนด์การเทกโอเวอร์ในอุตสาหกรรมนี้ก็มีมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว ในประเทศไทยถ้าใครล้มจะโดนแต่ศรีตรังฯเองไม่มีแผนที่จะขายให้จีน”

ส่วนกรณีการแยกบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT บริษัทลูกที่ผลิตถุงมือเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯและตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการไฟลิ่งเข้าตลาดในไตรมาส 3 /2563 นั้น “ไม่ใช่เพื่อจะขายบริษัท” แต่เป็นไปเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า ศรีตรังฯจะเป็นคีย์เพลเยอรใน 2 อุตสาหกรรม (ยางแท่งและถุงมือยาง) การเข้าตลาดจะช่วยเรื่องเครดิตเรตที่ดีขึ้น หากจะขอสินเชื่อจากธนาคาร

“STGT รวมอยู่กับศรีตรังฯก็ดีนะ แต่เรตไม่ดีเท่าแยกบริษัทออกมา เพราะเราสามารถเทียบถุงมือของเรากับผู้ผลิตถุงมือรายใหญ่ของมาเลเซียอย่างเพียร์ได้ทันที ตอนนี้นักลงทุนมองว่า เรายังเป็นบริษัทยาง เพราะสัดส่วนรายได้ 80% ยังเป็นยางอยู่ แต่หากเทียบอัตราส่วนราคาต่อกำไร P/E ยางอยู่ที่ประมาณ 8-10 เท่า แต่ P/E ของถุงมือยางเทียบกับในมาเลเซีย ขั้นต่ำอยู่ที่ 25 แยกแล้วเทียบกับมาเลเซีย และตลาดยางโตปีละ 1-3% ส่วนตลาดถุงมือโตปีละ 15% โดยที่เรายังถือหุ้นสัดส่วน 56% อยู่ เรายังสามารถคอนโทรลได้ แต่แบ่ง 31% ของแชร์ไปให้พับลิก ประมาณการเงินทุนยังบอกไม่ได้เพราะยังต้องรอไฟลิ่ง คงต้องประมาณไตรมาส 2 หรือ 3 ของปีหน้า ซึ่งเม็ดเงินที่ได้ต่อจากนี้จะใช้ลงทุนเป็นเงิน IPO มูลค่าหุ้นของ STA เพิ่มขึ้น ผมมองว่าจะกำไรทั้งแม่และลูก” นายวีรสิทธิ์กล่าว

ปัจจุบันตลาดถุงมือยางมีประมาณปีละ 280,000 ล้านชิ้น ในส่วนของบริษัทศรีตรังฯมีกำลังการผลิต 25,000 ล้านชิ้น ถือเป็นเบอร์ 5 ครองมาร์เก็ตแชร์ทั่วโลก 8-10% และในช่วงครึ่งปีหลังมีแผนจะตั้งโรงงานเพื่อขยายกำลังการผลิต 2 โรงงาน งบประมาณลงทุน 3,300 ล้านบาท เสร็จในไตรมาส 3/2563 ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ล้านชิ้น แต่ถ้าจะเป็นท็อป 3 ของโลก ต้องมีกำลังการผลิตประมาณ 40,000 ล้านชิ้น หรือเพิ่มอีก 10,000 ล้านชิ้น

“จริง ๆ 5 เสือยางมีจริงหรือเปล่า บางบริษัทที่ใหญ่กว่า 5 เสือนี้ แต่ไม่ถูกกล่าวถึงก็มี ภาพการเรียก 5 เสือ เป็นการมโนของใครก็ไม่รู้ จริง ๆ แล้วคือไม่เคยมี และที่มีข่าวว่า 5 เสือกดราคายาง ผมว่าใครจะกดราคายางอะไรได้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะราคายางใช้ราคาจากโตคอม ไซคอม เซี่ยงไฮ้ เป็นราคาอ้างอิง ทุกอย่างถูกกำหนดโดยตลาดโลก” นายวีรสิทธิ์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...